โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

องคมนตรีติดตามโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก

สยามรัฐ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 01.06 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 01.06 น.

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วยคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานของ โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแควน้อยบำรุงแดน ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

ในการนี้ นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายสมจิตฐิพงศ์ อำนาจศาล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 คณะผู้บริหารกรมชลประทาน หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่

นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแควน้อยบำรุงแดน ได้บรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อมรายงานแนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค รวมถึงมาตรการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแควน้อย

ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้ร่วม บำรุงรักษาต้นไทรย้อยใบแหลม ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานที่เคยปลูกไว้เมื่อครั้งลงพื้นที่เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 เพื่อแสดงถึงการสืบสานแนวพระราชดำริ และติดตามผลการดำเนินงานของโครงการอย่างต่อเนื่อง

เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ได้รับพระราชดำริจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำแควน้อยตอนล่างอย่างยั่งยืน โดยตัวเขื่อนมีความจุอ่างเก็บน้ำรวม 939 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตรได้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 155,000 ไร่ ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวัดโบสถ์ วังทอง เมืองพิษณุโลก และบางกระทุ่ม

ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2568 อ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 301 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ร้อยละ 32 ของความจุอ่าง และมีปริมาณน้ำใช้การได้จำนวน 258 ล้านลูกบาศก์เมตร

การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความต่อเนื่องในการติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริ เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมรองรับการใช้ประโยชน์ในทุกมิติ ทั้งด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการบรรเทาภัยพิบัติอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...