โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ขอพื้นที่หายใจ! สาวเอือมผู้โดยสารนั่งข้าง ผสมสลัดทูน่ากลิ่นแรงกลางเครื่องบิน

เดลินิวส์

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 16.42 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 09.36 น. • เดลินิวส์
กลิ่นแรงสะเทือนเครื่อง! สาวแชร์ประสบการณ์สุดเอือม ผู้โดยสารข้างๆ ผสมทูน่ากับโยเกิร์ตกินบนเครื่องบิน ทนนานกว่า 45 นาที กว่าจะกินหมด เสนอให้ TSA แบนทูน่าขึ้นเครื่อง

การเดินทางด้วยเครื่องบินในปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่ปัญหาเรื่องดีเลย์ที่สร้างความหงุดหงิดให้ผู้โดยสาร แต่บางครั้งกลับเจอเรื่องไม่คาดคิดที่ทำให้ตลอดเที่ยวบินกลายเป็นฝันร้าย อย่างเช่นกรณีล่าสุด ที่สาวรายหนึ่งแชร์คลิปวิดีโอเล่าประสบการณ์ตรงสุดจะทน ขณะโดยสารบนเที่ยวบินหนึ่ง

เธอเผยว่า ขณะโดยสารอยู่บนเครื่องบิน กลับต้องนั่งติดกับผู้โดยสารหญิงที่หยิบ "ทูน่ากับโยเกิร์ต" ออกมาผสมกันเป็นสลัดทูน่า ก่อนจะนั่งกินอย่างไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง ซึ่งกลิ่นที่โชยออกมานั้น รุนแรงจนเจ้าของคลิปต้องปิดจมูก แสดงสีหน้าทนไม่ได้ตลอดเวลา โดยใช้เวลานานถึง 45 นาที จนอีกฝ่ายกินหมด

คลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัลทันทีหลังถูกเผยแพร่ มียอดเข้าชมพุ่งเกิน 1.2 ล้านครั้ง ชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของผู้โดยสารรายนี้ หลายคนมองว่า แม้อาหารจะไม่ผิดกฎ แต่ควรคำนึงถึงมารยาทและความสบายของคนรอบข้าง

ความเห็นหนึ่งระบุว่า “ฉันชอบกินสลัดทูน่านะ แต่บนเครื่องบินล่ะ ควรผิดกฎหมายได้แล้ว!” ขณะที่บางคนถึงขั้นเสนอให้สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐ (TSA) พิจารณา “แบนทูน่าขึ้นเครื่อง” โดยทันที

อีกเสียงจากชาวเน็ตเสริมว่า “คนที่กินอาหารกลิ่นแรงบนเครื่องบิน ควรถูกคุมขังสัก 10 วันให้หลาบจำ”

แม้จะยังไม่มีท่าทีจาก TSA แต่เหตุการณ์นี้ก็สะท้อนให้เห็นว่า “มารยาทในการเดินทาง” ยังเป็นเรื่องที่ผู้โดยสารควรใส่ใจ เพื่อให้ทุกคนบนเที่ยวบินได้เดินทางอย่างสบายใจร่วมกัน.

ขอบคุณ : newyork post

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...