โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

พลังชุมชนพลิกระยอง สู่ต้นแบบเมืองสุขภาวะแห่งการเรียนรู้ทั่วประเทศ ต้านโรค NCDs

เดลินิวส์

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.15 น. • เดลินิวส์
ระยองเรียนรู้จากราก สสส. เชื่อม อปท.- ชุมชน พัฒนาเมืองสุขภาวะด้วยวิถีชีวิตดั้งเดิม ในแนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียวและเมืองกระฉับกระเฉง”

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.น.ส.นิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า สสส.ร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จังหวัดระยอง สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จังหวัดระยอง (RILA) ชุมชนสัมฤทธิ์ ชุมชนก้นปึก ชุมชนริมน้ำท่าเกตุ กลุ่มหนังใหญ่ วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง พร้อมด้วยสถาบันอาศรมศิลป์ และกลุ่มอรุณอินสยาม ดำเนินโครงการวางผังแม่บทเมืองสุขภาวะเพื่อรองรับชีวิตวิถีสุขภาวะ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของ อปท.และชุมชน จังหวัดระยอง เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดระยองสู่ “ต้นแบบเมืองสุขภาวะแห่งการเรียนรู้” ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ เทศบาลนครระยอง ในโครงการพัฒนาโครงข่ายพื้นที่สีเขียวระดับเมือง เช่น ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ, เทศบาลตำบลเนินพระ กับโครงการป่าชุมชนมีชีวิต เช่น ป่าชุมชนตำบลเนินพระ, เทศบาลเมืองมาบตาพุด ในโครงการพัฒนาคลองน้ำหู และ  เทศบาลตำบลทับมา พัฒนาต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ชุมชนสุขภาวะบ้านสะพานหิน และวัดทับมา

ทั้งนี้ เพื่อใช้ศักยภาพของพื้นที่สีเขียวทางธรรมชาติในพื้นที่ละแวกบ้าน พัฒนาให้เป็นโครงข่ายพื้นที่  สุขภาวะวิถีใหม่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่สีเขียวบริเวณใกล้เคียงแห่งอื่นๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาคนในพื้นที่ขาดการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและเพียงพอ เพื่อนำไปสู่การลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ ( NCDs) โดยชุมชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ง่ายด้วยแนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว และเมืองกระฉับกระเฉง” เพื่อไปสู่ชุมชนสุขภาวะ 5 ด้าน ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่ดี อาหารดี ชีวิตกระฉับกระเฉงด้วยการมีกิจกรรมทางกาย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และเป็นชุมชนที่เข้มแข็งภายใต้พื้นที่ทางกายภาพ เช่น สวนสาธารณะและนันทนาการ  

น.ส.นิรมล กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน สสส. ยังได้ร่วมกับกลุ่มอรุณอินสยาม สนับสนุนโครงการเสริมสร้างศักยภาพกลุ่มกลไกพลเมือง เพื่อพัฒนาชุมชนรอบรู้สุขภาพด้วยกิจกรรมพื้นที่สุขภาวะ ใน 4 ชุมชนของจังหวัดระยอง ได้แก่ ชุมชนสัมฤทธิ์ กลุ่มเย็นเซ โครงการสถานีสุขภาพ กินผักเป็นยา ลดเวลาหาหมอ ชุมชนก้นปึก โครงการเปลี่ยนป่าช้า สร้างป่าเพื่อชุมชน ชุมชนริมน้ำท่าเกตุ โครงการศาลาสุขภาวะริมน้ำท่าเกตุ และกลุ่มหนังใหญ่วัดบ้านดอน โครงการเชิดหนังใหญ่ ใส่ใจสุขภาพ 

“ความสำเร็จของโครงการฯ เกิดขึ้นจากกลยุทธ์การขับเคลื่อนผ่านกลไกพลเมือง ซึ่งจะต้องมาจากความต้องการที่แท้จริงของชุมชน สสส.ต้องเรียนรู้จากชุมชน ให้เขาเป็นกองหน้าคิดเองว่าต้องการอะไร ปัญหาสุขภาพอะไรที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะเป็นเจ้าบ้านต้องรู้ปัญหาดีกว่าเราซึ่งเป็นคนนอก จึงไม่นำโครงการที่ชุมชนไม่ต้องการเข้าไปเพราะไม่เกิดความยั่งยืน  เราเป็นเพียงกองหนุน เอาองค์ความรู้ด้านวิชาการไปเสริมเพื่อพัฒนาความคิด โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์ชุมชนและวิถีชีวิตดั้งเดิม ดังนั้นในวันหนึ่งหากไม่มีสสส.ชุมชนก็ยังสามารถเดินเองต่อไปได้ ซึ่งสสส.เองก็ได้เรียนรู้นำมาขยายผลเป็นพื้นที่ต้นแบบเพื่อนำไปใช้กับพื้นที่สุขภาวะแห่งอื่นทั่วประเทศต่อไป” น.ส.นิรมล กล่าว 

นายยิ่งยง ปุณโณปถัมถ์ กรรมการผู้จัดการสตูดิโอชุมชน สถาบันอาศรมศิลป์ กล่าวว่า กระบวนการทำงานสำคัญจะเริ่มจากโจทย์ความต้องการพัฒนาพื้นที่ของชุมชน ซึ่งจากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาค้นพบว่า ความสำเร็จของโครงการและมีความยั่งยืนจะต้องถูกขับเคลื่อนโดยคนในชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น ในขณะที่สตูดิโอชุมชนเป็นเพียงผู้ช่วยทำหน้าที่ทำให้ชุมชนเห็นภาพฝันที่ชุมชนต้องการจะเป็นอย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น 

“วิธีการดึงการมีส่วนร่วมนี้ ก็จะเป็นพลังในการทำงาน ชาวบ้านก็จะช่วยในสิ่งที่เขาทำได้ เหมือนลงขันสิ่งที่ตัวเองทำได้ มันเป็นการออกแบบเมืองจากล่างขึ้นบน โดยใช้วิธีการต่อจิ๊กซอว์จากแต่ละจุดของแต่ละชุมชน แต่ละท้องถิ่น แล้วเอามาเชื่อมโยงกันเป็นภาพรวมของเมือง ผมว่ามันมีพลวัตในการขับเคลื่อนมากกว่า เป็นความร่วมมือจากหน่วยงานเล็กไปเชื่อมจุดใหญ่” นายยิ่งยง กล่าว 

น.ส.อัญชัญ แกมเชย กลุ่มอรุณอินสยาม กล่าวว่า ตลอดการดำเนินโครงการกับชุมชนตลอด 4 ปีที่ผ่านมาถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกพลเมือง ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนทุกขั้นตอนจนไปสู่ผลสำเร็จและยั่งยืน ตั้งแต่การพูดคุย ค้นหาปัญหาและความต้องการแก้ไขอย่างแท้จริง เกิดการรวมกลุ่ม การออกแบบและพัฒนาพื้นที่สุขภาวะละแวกบ้านด้วยชุมชนเอง ทำให้ชุมชนเกิดองค์ความรู้ และพัฒนาเครื่องมือและกลไกการขับเคลื่อนด้วยชุมชนเอง จนสามารถต่อยอดไปสู่โครงการด้านสุขภาพอื่นๆ แตกต่างจากองค์กรอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เน้นการออกแบบโครงการและนำเข้าพื้นที่เลย โดยไม่ได้ค้นหาความต้องการที่แท้จริงของชุมชน ทำไม่เกิดการใช้ประโยชน์และโครงการไม่ยั่งยืน 

“เราเชื่อมั่นในศักยภาพของคนตัวเล็ก เพียงแต่ต้องมีกระบวนการสร้างเสริมศักยภาพและองค์ความรู้ด้านสุขภาวะและกิจกรรมสุขภาวะให้เพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยพลังพลเมืองให้ยั่งยืน” น.ส.อัญชัญ กล่าว 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...