โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“นายกฯ” แจง คลิปหลุดคุย“ฮุนเซน” เป็นเพียงเทคนิคการเจรจา เผยเพื่อลดอารมณ์โกรธฝ่ายตรงข้าม

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.47 น.

“นายกฯ” แจง คลิปหลุดคุย “ฮุนเซน” เป็นเพียงเทคนิคการเจรจา เผยเพื่อลดอารมณ์โกรธฝ่ายตรงข้าม จวก ฮุนเซนปล่อยคลิปหวังเพิ่มคะแนนนิยมให้ตัวเอง ชี้หมดความไว้ใจไม่ขอคุยส่วนตัว

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวกรณีสมเด็จฮุน เซ็น อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปล่อยคลิปเสียงหลุกการพูดคุยของตนกับนายกรัฐมนตรีออกมา ซึ่งมีบางช่วงบางตอนที่ บอกว่าแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นคลิปจริงที่คุยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งตนทราบข้อมูลมาว่า ทางกัมพูชาโกรธแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งตนได้บอกไปว่า หากแม่ทัพภาค 2 ซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับประเทศไทยและกัมพูชาก็ให้ตัดออกไปซึ่งตนพยายามทำความเข้าใจว่าโกรธในเรื่องหลังบ้าน จึงเป็นเทคนิคการพูดที่ค่อนข้างส่วนตัว เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาเปิดเผย ตนจึงมองว่ามีจุดมุ่งหมายที่รักษาไวซึ่งความสงบของบ้านเมือง ตนจึงพูดด้วยความนุ่มนวล เวลาคุยกันส่วนตัวก็เป็นความสนิทกันเรียกลุงหรือแทนตัวเองว่าหลานเหมือนการพูดคุยกับคณะรัฐมนตรี เรียกอา เรียกลุงตามปกติ

นางสาวแพทองธารยังกล่าวอีกว่าระหว่างพูดคุยกันนั้น ถึงเรื่องการเปิดด่าน ซึ่งตนก็เห็นพ้องต้องกันว่าเปิดพร้อมกันหรือไม่เพื่อที่จะได้เห็นถึงสันติภาพสองประเทศ แต่สมเด็จฮุน เซ็น ไม่ยอมตนจึงบอกว่าไม่ยอมได้อย่างไร เพราะไทยยอมแล้วไม่ได้ต่อสู้กัน ตนจึงขออนุญาตพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกมาก่อน เพื่อที่จะให้คำตอบในวันที่ 16 มิ.ย. ซึ่งต่อมาในระหว่างการประชุมสมเด็จฮุน เซ็น ได้โพสต์เฟสบุ๊คว่าหากประเทศไทยไม่เปิดด่านใน 24 ชม. จะปิดด่านทั้งหมด ซึ่งตนก็แปกใจเพราะไม่เหมือนที่คุยกันเอาไว้ ตนจึงพยายามพูดด้วยความใจเย็นเพื่อที่อยากทราบว่าต้องการอะไรและอยากให้ทำอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดสันติภาพ ตนจึงไม่รับปาดสมเด็จฮุน เซ็น

นางสาวแพทองธารยังกล่าวอีกว่าตอนนี้ทราบแล้วว่าความต้องการของสมเด็จฮุน เซ็น คือความต้องการคะแนนนิยมในประเทศเท่านั้น โดยไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไร

“การที่ท่านต้องการคะแนนความนิยมในประเทศของตนเพราะท่านเคยบอกว่าความนิยมเริ่มตก จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งในการเรียกพลังตรงนี้ซึ่ง ก็หวังว่าท่านจะได้คะแนนความนิยมเพิ่ม และหวังว่าอยู่ในสายตาของโลกที่จับตามองหรือเมื่อผู้นำสองท่านคุยันส่วนตัวแต่มีการอัดคลิปออกมาแบบนี้ ก็จะได้เข้าใจจุดประสงค์ ไม่ทราบว่าจะเป็นหนึ่งในการทำให้คะนนนิยมมากขึ้น” นางสาวแพทองธาร กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการสนทนาที่บอกว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ใช่พวกของเรานั้นเป็นเทคนิคนการพูดหรือไม่ นางสาวแพทองธารเผยว่า ไม่ใช่พวกเรานี้หมายถึงการที่ไทยกับกัมพูชา เป็นฝั่งตรงข้ามกัน การที่จะพูดคุยนั้น เพื่อต้องคุยถึงกันไม่ดีอยู่แล้ว แต่เพื่อทำความเข้าใจตรงกันว่าแม่ทัพภาคที่ 2 พูดไปอย่างนั้น เพราะเนื้อหานั้นก่อนที่จะคุยนั้นคือสมเด็จฮุน เซ็น โกรธที่แม่ทัพภาคที่ 2 ที่คลิปออกมาว่าไม่ยอมหากฟังทั้งคลิปแล้วก็ไม่มีอะไร

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการปล่อยคลิปเสียงเต็มๆออกมาจากสมเด็จฮุน เซ็น นั้นจะทำห้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมหรือไม่ นาสาวแพทองธารเผยว่า นี่เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ไม่อยากให้คนไทยไปหลงกลเรื่องนี้เพราะทำให้เข้าใจผิด ซึ่งเป็นเทคนิคในการเจรจาของตนเพื่อที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามแสดงออกมาว่าอยากได้อะไรเพื่อให้ประเทศชาติสงบสุข เพราะตนไม่ยอมจะเปิดด่านอย่างเดียว แต่สมเด็จฮุนเซ็นไม่ยอม ส่วนเรื่องคลิปเสียงที่ออกมาบอกว่าไม่เปิดเพราะทหารโกหกนั้น ตนก็ไม่แน่ใจเรื่องข้อมูล จึงบอกไปว่าขอปรึกษากองทัพก่อน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีคลิปหลุดออกมาว่าตนอยู่ตรงข้ามกับแม่ทัพภาคที่ 2 นั้นจะชี้แจงอย่างไร นางสาวแพทองธารเผยว่า ต้องเข้าใจว่าหากตนเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกองทัพจริงทำไมต้องรอกองทัพคิดก่อนในวันต่อมา ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ซึ่งประโยคแรกที่ตนเห็นเพื่อทำความเข้าใจว่าฝ่ายสมเด็จฮุน เซ็น โกรธมากตนจึงรีบทำความเข้าใจก่อนว่าเวลาที่คนทะเลาะกันนั้นก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกันอยู่แล้ว ก็ต้องพูดกันแบบนี้ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามลดอารมณ์ลง แต่พอคุยเรื่องการเปิดด่านกลายเป็นว่าพอมีเรื่องอาวุธเราก็แค่จำกัดเวลาเปิดด่าน

เมื่อถามว่าหลังจากนี้ตระกูลชินวัตรกับตระกูลฮุนเซ็นจบลงหรือไม่นางสาวแพทองธารหัวเราะก่อนตอบว่า ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรแต่หลังจากนี้ไม่ขอคุยส่วนตัวแล้วเพราะจะมีปัญหาเรื่องความไว้ใจ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...