โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Dodge Charger Daytona รถไฟฟ้าเงียบเกินไปสุดท้ายโดนเรียกคืน!

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.21 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
Dodge Charger Daytona รถไฟฟ้าเงียบเกินไปสุดท้ายโดนเรียกคืน!

Dodge Charger Daytona รถไฟฟ้าเงียบเกินไปสุดท้ายโดนเรียกคืน!

Dodge เคยถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ V8 HEMI มาเป็นขุมพลังไฟฟ้าใน Charger Daytona ล่าสุดดูเหมือนว่าความ “เงียบ” ของรถรุ่นนี้จะกลายเป็นปัญหาจริงจัง เพราะทำให้ต้องเรียกคืนรถกว่า 8,000 คันในอเมริกา

รถบางคันไม่มีเสียงเตือนสำหรับคนเดินถนนในขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ซึ่งเป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับรถไฟฟ้าและไฮบริดตามกฎหมายสหรัฐฯ ปัญหานี้เกิดจากซอฟต์แวร์ระบบเสียงภายนอกที่อาจอัปโหลดไม่สมบูรณ์

Dodge คาดว่ามีเพียงประมาณ 3% ของรถทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ และตัวแก้ไขก็ไม่ซับซ้อน แค่ให้นำรถไปอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ดีลเลอร์ โดยจะเริ่มส่งจดหมายแจ้งเจ้าของรถในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ และไม่มีค่าใช้จ่าย

ขณะเดียวกัน Stellantis ยังเรียกคืน Chrysler Pacifica และ Voyager รุ่นปี 2023 อีก 140 คัน จากปัญหาที่ภาพจากกล้องมองหลังไม่แสดงผล ซึ่งมาจากข้อบกพร่องในการเชื่อมชิปประมวลผลภาพกับแผงวงจร โดยคาดว่ามีรถเพียง 2.9% ที่เจอปัญหานี้

ภายนอกสำหรับรุ่นขุมพลังไฟฟ้าจะมาพร้อมกระจังหน้าแบบติดตั้งช่องลมในตัว เพื่อสร้างประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์สูงสุด โดยยังมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว รัดด้วยยางหน้ากว้างที่สุดในประวัติศาสตร์รถ muscle car ของค่ายจากโรงงานที่ 305/35 ที่ล้อคู่หน้า และ 325/35 ที่ล้อคู่หลัง

สำหรับตัวเลขพละกำลังสูงสุดที่ทาง Dodge เคลมเอาไว้ จะเป็นการรวมพละกำลังจากโหมดการทำงาน PowerShoot ที่ทำงานเพียงชั่วขณะเป็นระยะเวลาครั้งละ 15 วินาที และต้องรออีก 30 วินาที ในการจะกดใช้งานอีกครั้ง ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นหลังจากใช้ฟังก์ชั่นนี้ จะแตกต่างกันในแต่ละรุ่นย่อย โดยในรุ่นเริ่มต้น R/T จะสามารถเพิ่มพละแรงม้าได้อีก 40 แรงม้า หรือในรูปแบบ Stage 1 โดยแรงม้าในที่ใช้งานได้ในช่วงเวลาปกติจะเหลือเพียง 416 แรงม้า จาก 456 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 548 นิวตัน-เมตร

- อัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์ / ชม. ภายในเวลา 4.7 วินาที
- เวลาควอเตอร์ไมล์ 13.1 วินาที

ขณะที่รุ่นท๊อป Scat Pack จะมีพละกำลังให้ใช้งานในช่วงเวลาปกติอยู่ที่ 550 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร เนื่องจากฟังก์ชั่น PowerShoot สำหรับรุ่นนี้จะถูกติดตั้งมาให้ในรูปแบบ Stage 2 ซึ่ง Dodge ออกแบบให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้น 80 แรงม้า (กลายเป็น 630 แรงม้า) และแน่นอนว่าฟังก์ชั่น PowerShoot จะไม่ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานแต่อย่างใด

อัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์ / ชม. ภายในเวลา 3.3 วินาที
เวลาควอเตอร์ไมล์ 11.5 วินาที
ทั้งคู่จะใช้แบตเตอรี่ความจุ 100.5 kWh ที่ทำงานภายใต้สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 400V จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับมอเตอร์คู่ เพื่อให้การกระจายน้ำหนักใกล้เคียงอัตราส่วน 50 : 50 มากที่สุด แม้ตัวถังจะมีน้ำหนักมากก็ตาม โดยในรุ่น R/T สามารถวิ่งได้ไกลสุด 507 กิโลเมตร ขณะที่รุ่น Scat Pack วิ่งได้ไกลสุด 416 กิโลเมตร พร้อมระบบ fast charge กำลังไฟฟ้าสูงสุด 350 kW ทำให้สามารถประจุไฟจาก 20%-80% ได้ภายในเวลา 27 นาที

แม้จะเป็นเพียงปัญหาเล็ก ๆ ทางเทคนิค แต่ในยุคที่ผู้บริโภคจับตารถยนต์ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์นี้ก็สะท้อนว่า “ความเงียบ” ที่เคยเป็นจุดเด่นของรถ EV อาจกลายเป็นจุดบอดได้ หากไม่ถูกออกแบบอย่างรอบคอบ

ที่มา Carscoops

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...