โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เอเชีย ร้อนกว่าส่วนอื่นของโลก 2 เท่า ! เสี่ยงกระทบสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหาร

BT Beartai

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 11.38 น.
เอเชีย ร้อนกว่าส่วนอื่นของโลก 2 เท่า ! เสี่ยงกระทบสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหาร

รายงานล่าสุดจากสหประชาชาติระบุว่า “เอเชีย” เป็นภูมิภาคที่ร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อชีวิตผู้คน ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เปิดเผยว่าปีที่แล้วเป็นปีที่ร้อนที่สุด หรือร้อนเป็นอันดับสองเท่าที่เคยบันทึกไว้ในเอเชีย โดยอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.04 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงปี 1991–2020 ความร้อนที่เพิ่มขึ้นนี้ก่อให้เกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนตกหนัก และพายุรุนแรงในหลายประเทศ

ตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้นในปี 2024

  • เมียนมา เจออุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 48.2°C

  • อินเดีย อุณหภูมิในเดลีพุ่งแตะ 44°C

  • จีน มีประชาชน 4.8 ล้านคนได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง พืชผลเสียหายกว่า 2 ล้านไร่

  • เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไทย และประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจอพายุไต้ฝุ่นยางิ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกิน 1,000 ราย

  • เนปาล อินเดีย คาซัคสถาน ปากีสถาน และหลายประเทศในตะวันออกกลาง เผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม มีผู้เสียชีวิตรวมหลายร้อยคน

เอเชียยังต้องเผชิญกับปัญหาน้ำทะเลเพิ่มสูง และธารน้ำแข็งละลาย โดยเฉพาะในเทือกเขาหิมาลัยและเอเชียกลาง ซึ่งอาจนำไปสู่น้ำท่วมจากทะเลสาบน้ำแข็งในอนาคต นอกจากนี้ อุณหภูมิของน้ำทะเลในภูมิภาคยังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบสองเท่า ซึ่งส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่า การเตรียมพร้อมรับมือและการมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อช่วยปกป้องชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนในเอเชียที่เผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วถี่ขึ้น

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าโลกร้อนขึ้นแล้ว 1.3°C เทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม และในบางพื้นที่ของเอเชีย ประชาชนได้เผชิญกับความร้อนสูงกว่า 1.5°C ไปแล้วในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งทุก ๆ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ 0.5°C จะทำให้ภัยธรรมชาติเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...