โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“รมว.คลังสหรัฐ” จี้ถอดภาษีตอบโต้ต่างชาติจากร่างงบฯ ใหม่ หวั่นกระทบตลาดการเงิน-เพิ่มหนี้สหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 03.22 น.

“รมว.คลังสหรัฐ” เรียกร้องให้ถอดข้อเสนอมาตรา 899 ที่ให้อำนาจภาษีตอบโต้ต่างชาติจากร่างงบฯ ใหม่ หวั่นซ้ำเติมความเปราะบางของตลาดการเงิน-เพิ่มหนี้สหรัฐ

วันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 16.51 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เรียกร้องให้สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสถอดข้อเสนอภาษีตอบโต้ที่มุ่งเป้าไปยังนักลงทุนต่างชาติ ออกจากร่างกฎหมายงบประมาณฉบับใหญ่ หลังจากที่สมาชิกสภาฯ กำลังเผชิญความยากลำบากในการหาข้อยุติเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าว

ข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งเรียกว่า "มาตรา 899" ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุนในวอลล์สตรีท เนื่องจากผู้จัดการกองทุน บริษัทเงินร่วมลงทุน และกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดการเงิน ซึ่งอยู่ในภาวะเปราะบางอยู่แล้วจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผลักดันให้เก็บภาษีนำเข้ากับคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐอย่างเข้มข้น

มาตรา 899 จะให้อำนาจใหม่แก่ทรัมป์ ในการเก็บภาษีสูงสุดถึง 20% จากนักลงทุนของประเทศที่สหรัฐเห็นว่ากำหนดภาษีต่อบริษัทอเมริกันอย่างไม่เป็นธรรม

ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์เรียกร้องให้สมาชิกสภาผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเจรจา โดยร่างกฎหมายนี้จะขยายเวลานโยบายลดภาษีปี 2560 ของเขา เพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงชายแดนและกองทัพ พร้อมทั้งเพิ่มหนี้ของรัฐบาลกลางอีกประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์ จากระดับปัจจุบันที่ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์

“นี่คือตัวแทนสูงสุดของนโยบายของเรา” ทรัมป์กล่าวในงานที่มีคนขับรถบรรทุก นักดับเพลิง เกษตรกร และแรงงานอีกจำนวนหนึ่งที่รัฐบาลระบุว่าจะได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าสภาจะสามารถลงมติก่อนวันชาติสหรัฐ ในวันที่ 4 กรกฎาคม ตามที่เขาต้องการ ทรัมป์ตอบว่า “เราก็หวังเช่นนั้น”

อย่างไรก็ตามพรรครีพับลิกันในวุฒิสภายังไม่มีร่างกฎหมายฉบับของตนเอง และมีแนวโน้มว่าการลงมติอาจล่าช้าออกไป หลังจากที่ผู้ตรวจสอบอิสระของวุฒิสภาตัดสินว่าบางมาตราของร่างกฎหมาย โดยเฉพาะมาตราตัดลดงบประมาณด้านสาธารณสุข มูลค่ารวมกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์ เข้าข่ายผิดกระบวนการทางกฎหมายที่พรรครีพับลิกันกำลังใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการคัดค้านจากพรรคเดโมแครต

พรรคเดโมแครตแสดงท่าทีคัดค้านอย่างแข็งขัน โดยมองว่าร่างกฎหมายนี้เป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้คนร่ำรวยโดยเปล่าประโยชน์

ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านสภาผู้แทนฯ มาแล้วด้วยคะแนนเฉียดฉิว โดยสำนักงานงบประมาณรัฐสภาประเมินว่าจะเพิ่มหนี้สหรัฐราว 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ใน 10 ปีข้างหน้า และตัวเลขจะพุ่งเป็น 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ หากรวมดอกเบี้ยด้วย

ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่าพรรครีพับลิกันจะเลือกแก้ไขเนื้อหากฎหมายให้สอดคล้องกับกระบวนการงบประมาณ หรือจะพยายามคว่ำคำวินิจฉัยของผู้ตรวจสอบอิสระริค สก็อตต์ ส.ว. พรรครีพับลิกันจากรัฐฟลอริดา กล่าวว่า “มันค่อนข้างน่าหงุดหงิด แต่เราต้องทำงานให้ผ่านและหาทางที่ตอบโจทย์วาระของทรัมป์ และยังคงมีความรับผิดชอบทางการคลัง”

ร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นหัวใจของนโยบายภายในประเทศของทรัมป์ ทั้งการขยายเวลาลดภาษีปี 2560 เพิ่มงบปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย ยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านพลังงานสะอาด และจำกัดโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยด้านอาหารและสุขภาพ ซึ่งนักวิเคราะห์อิสระเตือนว่าจะทำให้เกิดการถ่ายโอนความมั่งคั่งจากคนรุ่นใหม่ไปสู่ผู้สูงอายุ

แม้ทรัมป์ต้องการให้สภาผ่านกฎหมายก่อนวันที่ 4 กรกฎาคม แต่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องเผชิญเส้นตายสำคัญกว่านั้นในช่วงปลายฤดูร้อนนี้ คือ ต้องปรับเพดานหนี้ที่กำหนดไว้ มิฉะนั้นอาจเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ที่สร้างผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ

แม้พรรครีพับลิกันคุมทั้งสองสภา แต่ไม่สามารถเสียคะแนนเสียงได้เกิน 3 คะแนนในแต่ละสภา ขณะนี้ยังมีความเห็นต่างเกี่ยวกับมาตราการบางส่วน เช่น การลดหย่อนภาษีรัฐและท้องถิ่น และการเก็บภาษีจากผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขในบางรัฐที่ใช้กลไกนี้เพื่อเพิ่มเงินสมทบของรัฐบาลกลางในโครงการเมดิเคด

นักวิจารณ์มองว่าการเก็บภาษีผู้ให้บริการฯ เป็น “กลเม็ดทางบัญชี” ที่ทำให้ต้นทุนเมดิเคดสูงเกินจริง ขณะที่โรงพยาบาลในชนบทและหน่วยบริการสุขภาพอื่น ๆ เตือนว่าหากมีการตัดงบดังกล่าว อาจทำให้ต้องลดขนาดกิจการหรือปิดตัวลง ประเด็นภาษีนี้ รวมถึงมาตราการด้านสุขภาพและการศึกษาบางส่วน ถูกผู้ตรวจสอบอิสระของวุฒิสภาตัดสินว่าอยู่นอกขอบเขตของกระบวนการพิจารณากฎหมาย

“นี่ถือเป็นโอกาสที่จะแก้กฎหมายให้ถูกต้อง และปกป้องโรงพยาบาลในชนบท” ส.ว. จอช ฮอว์ลีย์ พรรครีพับลิกันจากรัฐมิสซูรี กล่าว

นอกจากนี้ยังมีมาตราการที่ถูกตัดออก เช่น การปฏิเสธเงินช่วยเหลือด้านการศึกษาและสุขภาพให้ผู้อพยพบางกลุ่ม และข้อห้ามการใช้เงินเมดิเคดกับการดูแลสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ

ทั้งนี้ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา จอห์น ธูน ยืนยันว่าพรรคจะไม่พยายามล้มคำวินิจฉัยของผู้ตรวจสอบอิสระในครั้งนี้

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...