โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เขียวนะ แต่ไม่ยั่งยืน การปลูกกัญชากระทบ สิ่งแวดล้อมมาก โดยเฉพาะในร่ม

Amarin TV

เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 10.42 น.
ไม่ใช่ทุกอย่างที่เขียวจะดีต่อสิ่งแวดล้อม และกัญชาคือหนึ่งในนั้น เพราะพืชสีเขียวชนิดนี้สร้างมลภาวะไม่แพ้ถ่านหิน

ไม่ใช่ทุกอย่างที่เขียวจะดีต่อสิ่งแวดล้อม และกัญชาคือหนึ่งในนั้น บทความใหม่จาก Forbes เขียนโดย Andrew DeAngelo เปิดเผยความไม่ยั่งยืนของกัญชาที่มาจากผิดพลาดในเชิงนโยบายสาธารณะและสภาพตลาด ที่ทำให้พืชสีเขียวชนิดนี้สร้างมลภาวะไม่แพ้ถ่านหิน และการปลูกดอกกัญชาที่ปลูกในร่ม 1 ปอนด์ (ราว 0.45 กิโลกรัม) มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากกว่าการบินพาณิชย์แบบไป–กลับที่ไกลที่สุดในโลกเสียอีก ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจบริบทว่า คำก่าวที่อ้างวางอยู่ฐานการปลูกกัญชาในโลกตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่การปลูกกัญชาในพื้นที่ที่มีหิมตกหนัก ต้องใช้พลังงานมหาศาล โดยเฉพาะในการให้ความร้อน ระบบระบายอากาศ เครื่องปรับอากาศ และแสงไฟ การใช้พลังงานนี้นำไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการสร้างมลภาวะของการปลูกกัญชา อย่างสารเคมีกำจัดศัตรูพืช การใช้น้ำ บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และการใช้ที่ดิน จะมีบทบาทต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกัญชา แต่กต้องยอมรับว่า การปลูกกัญชาในร่มถือเป็นต้นตอหลักของการปล่อยคาร์บอน

เกษตรกรกัญชาในสหรัฐฯ เผชิญข้อกำหนดนและโยบายสาธารณะหลายข้อ ที่บีบให้ต้องปลูกในร่ม เนื่องจากชุมชนและเจ้าหน้าที่รัฐมักมองว่า การปลูกกัญชาในร่มช่วยป้องกันไม่ให้คนในชุมชนได้เห็นหรือได้กลิ่นกัญชา เพราะยังมีภาพจำว่ากัญชาเป็นสิ่งไม่ดี และลืมคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกฎหมายข้ามขายกัญชาข้ามรัฐ ที่ทำให้ไม่สามารถขนส่งกัญชาที่ปลูกในพื้นที่อากาศอุ่นไปขายในพื้นที่อากาหนาวได้ และความเชื่อจากผูใช้งานที่ว่ากัญชาที่ปลูกในร่มมี “คุณภาพดีกว่า”

ในประเทศไทยนั้น ก่อนหน้านี้หลังการ “ปลดล็อกกัญชา” ปะชาชนสามารถปลูกกัญชาในครัวเรือนได้ โดยมีการแนะนำให้ปลูกทั้งแบบกลางแจ้งและในร่ม คนไทยเื่อว่าการปลูกการแจ้งเหมะกับกัญชาชนิดที่ปลูกในไทยได้ดี แต่มีความยากด้านการควบคุมปัจจัยในการแลูก เช่นแสงแดด และเสี่ยงการเกิดโรค ตรงข้มกับกาปลูกใร่ม ที่สามารถควบคุปัจจัยต่างๆ ได้มากกว่า และลดความเสี่ยงโรค-ศัตรูพืช นำมาสู่ความเชื่อที่ว่า กัญชาในร่มคุณภาพดี

อ้างอิงจากรายงาน A narrative review on environmental impacts of cannabis cultivation ปี 2021 กรปลูกกัญชาโดยทั่วปทำลายสิ่งแวดล้อมดังนี้

  • การปลูกกัญชาใช้น้ำมากและอาจไม่เหมาะสม: เนื่องจากภูมิอากาศร้อนชื้น การปลูกทั้งในร่มและกลางแจ้งจำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมาก ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนน้ำ และอาจเบี่ยงเบนการใช้ทรัพยากรน้ำจากเกษตรกรรมหลัก นอกจากนี้หากไม่มีระบบน้ำอย่างแม่นยำ อาจนำไปสู่การปนเปื้อนทางน้ำ กระทบระบบนิเวศโดยเฉพาะในพื้นที่ชานเมืองหรือชนบท
  • ผลกระทบต่อดินและระบบนิเวศป่า: การขยายพื้นที่ปลูกอาจนำไปสู่การทำลายป่าและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยพื้นที่รอบเรือนกระจกที่ใช้ปลูกกัญชามักถูกถางโล่งและเสี่ยงต่อการชะล้างหน้าดินเช่นกัน และการปลูกกัญชามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพังทลายของดิน โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดชัน ซึ่งมักเสี่ยงต่อการพังทลายหากไม่มีพืชคลุมดิน งานวิจัยหนึ่งใน Humboldt County แคลิฟอร์เนีย พบว่า พื้นที่ปลูกกัญชา 22% ตั้งอยู่ในบริเวณที่ลาดชันสูงซึ่งเสี่ยงต่อการพังทลายของดิน
  • มลพิษที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ: สารระเหยอินทรีย์ (BVOCs) จากกัญชาอาจส่งผลต่อคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะการปลูกในร่มที่ไม่มีระบบกรองอากาศ นอกจากนี้พืชกัญชามีศักยภาพสูงในการดูดซับและกักเก็บโลหะหนักในดิน จึงได้รับความสนใจว่าอาจใช้เป็นพืชฟื้นฟูดินที่ปนเปื้อน (bioremediation crop) ได้ โดยสามารถดูดซับสารพิษจากดินเข้าสู่รากและสะสมไว้ในเนื้อเยื่อ เช่น ดอก ซึ่งโลหะหนักที่มักพบ ได้แก่ สารหนู แคดเมียม ตะกั่ว และปรอท
  • การใช้พลังงานสูง (เฉพาะโครงสร้างในร่ม): ระบบแสงสว่าง, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องระบายอากาศทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น งานวิจัยของ Mills ระบุว่า การผลิตกัญชาประมาณ 1 กิโลกรัมในระบบปลูกในร่มอาจปล่อย CO₂ ได้มากถึง 4,600 กิโลกรัม หรือเทียบเท่ากับการขับรถยนต์โดยสารหนึ่งคันเป็นเวลา 1 ปี หรือระยะทาง 11,414 ไมล์

แต่การจะทำให้กัญชาดีต่อสิ่งแวดล้อม ก็มีหนทางอยู่ บทความจาก Leafly เปิดเผย 4 วิธีทำอย่างไรให้กัญชาดีต่อสิ่งแวดล้อม 4 ways to make cannabis more environmentally friendly (วางยู่บนพื้นฐานสหรัฐฯ) คือ

  • ลดการใช้น้ำและสารเคมี เน้นการปลูกแบบกลางแจ้ง ใช้น้ำจากแหล่งดิน หลีกเลี่ยงการใช้สารเตมีที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพ
  • ลดการใช้พลาสติก เปลี่ยนมาใช้วัสดุรีไซเคิล ส่งเสริมการทำคอมโพสต์ภาชนะอินทรีย์ สร้างวงจรชีวิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • สนับสนุนผู้ผลิตที่มีมาตรการยั่งยืน

ให้ความรู้แก่ผู้บริโภค สร้างความตระหนักให้ผู้บริโภครับรู้ถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มอุปสงค์ของตลาดจะส่งแรงผลักดันไปยังผู้ปลูกและผู้ผลิตให้หันมาปรับปรุงการผลิตและบรรจุภัณฑ์ให้ยั่งยืนขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...