โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กะละแมโบราณนครพนม" จากขนมพื้นบ้านสู่โมเดลธุรกิจ เชื่อมโยงชุมชนและตลาด สร้างรายได้ยั่งยืน

Manager Online

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 21.26 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 14.24 น. • MGR Online

“กะละแม” เป็นขนมโบราณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในจังหวัดนครพนม แม้จะได้รับความนิยมในพื้นที่ แต่กลับไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับประเทศและระดับสากลได้ แต่วันนี้ ขนมพื้นบ้านชนิดนี้กำลังถูกพลิกโฉมครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ “การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดสายโซ่ผลิตภัณฑ์กะละแมโบราณนครพนม ด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่น” โดยการสนับสนุนจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คมศักดิ์ หารไชย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เล่าว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เห็นถึงศักยภาพของตนเอง และโอกาสที่กะละแมโบราณของจัหวัดนครพนมจะสามารถยกระดับไปได้ไกลกว่าที่เคย ผ่านการพัฒนากระบวนการผลิต การยกระดับมาตรฐาน และการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กะละแมโบราณนครพนมเป็นสินค้าคุณภาพที่สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน

ในช่วงปีแรกของโครงการ ทีมวิจัยพบว่า ปัญหาหลักของอุตสาหกรรมกะละแมโบราณนครพนมไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบการผลิต วัตถุดิบ และขาดการเชื่อมโยงของผู้ประกอบการที่แต่ละผู้ประกอบการต่างดำเนินธุรกิจของตนเอง ทำให้ขาดพลังในการขยายตลาด โครงการนี้จึงเข้ามาสร้างความเข้าใจและสร้าเป้าหมายร่วมกัน ด้วยการเปลี่ยนคู่แข่งให้กลายเป็นพันธมิตร และสร้าง "Brand DNA" ของกะละแมโบราณนครพนม ที่เน้นจุดแข็งของผลิตภัณฑ์และอัตลักษณ์ของพื้นที่

“ปีแรกสิ่งที่ทีมวิจัยให้ความสำคัญคือ การร่วมมือร่วมใจกัน ด้วยการกำหนดคุณค่าหลักที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรักษา เพื่อให้กะละแมเป็นสินค้าที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของนครพนมอย่างแท้จริง”

สำหรับปีที่สอง ทีมวิจัยมีแผนยกระดับงานวิจัย เริ่มจากการแก้ปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์กะละแม เช่น อายุการเก็บรักษาที่สั้น ปัญหาเนื้อสัมผัสที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายตลาด นอกจากนี้ยัมีการพัฒนาเนื้อสัมผัสของกะละแมให้คงความเหนียวนุ่มได้นานขึ้น เพื่อให้สามารถวางขายในตลาดที่กว้างขึ้นได้โดยยังคงคุณภาพเดิมไว้

อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่มีการแก้ไขคือ “ใบตอง” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ห่อกะละแม ที่ต้องนำเข้าจากต่างจังหวัด ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น โครงการจึงส่งเสริมให้มีการปลูกกล้วยตานีในจังหวัดนครพนมเพิ่มขึ้นมากกว่า 12,000 ต้น เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอกและสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่การผลิต ส่งผลให้เกิดชุมชนผู้ปลูกกล้วยตานีที่สามารถสร้างรายได้เสริมจากการขายใบตอง และมีนักรวบรวมที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรกับผู้ผลิตกะละแมให้เกิดการจัดหาวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์แล้ว ทีมวิจัยยังมีการพัฒนาแบรนด์กะละ 3 แบรนด์ย่อย ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีอัตลักษณ์แตกต่างกันไป ได้แก่

1. กะละแมทูลใจ มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม เช่น กะละแมรสขาวเม่า และไอศกรีมกะละแม โดยร่วมพัฒนากับร้านเบเกอรี่ในจังหวัด

2. ตุ๊กตากะละแมโบราณ มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรกับร้านกาแฟ ร้านขนมหวาน และธุรกิจอาหาร เพื่อขยายช่องทางการจำหน่าย

และ 3. ครูน้อยกะละแมกะทิสด เป็นแบรนด์ต้นตำรับ มุ่งเน้นการเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และกรรมวิธีการทำกะละแม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และสืบสานวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนม

นอกจากนี้ โครงการยังช่วยผลักดันให้เกิด "สมาคมการค้าผู้ประกอบการกะละแมโบราณนครพนม" เพื่อเป็นกลไกในการบริหารจัดการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ขยายตลาด และพัฒนาผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ โดยเชื่อว่า การรวมกลุ่มกันของผู้ประกอบการจะทำให้เกิดพลังในการแข่งขันมากกว่าการแยกกันทำธุรกิจ

ผลจากการทำงานวิจัยดังกล่าว ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการกะละแมและเกษตรกรที่ปลูกกล้วยตานี พบว่า รายได้ของกลุ่มผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 15 – 20 เปอร์เซ็นต์ และมีการจดทะเบียนวิสาหกิจใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ รวมทั้งยังเกิดอาชีพใหม่ในท้องถิ่น เช่น นักรวบรวมใบตอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเกษตรกรกับโรงงานผลิตใบตองรีด ส่งผลให้มีผู้ประกอบการใบตองเกิดขึ้นใหม่ และชุมชนสามารถพึ่งพาวัตถุดิบภายในจังหวัดได้มากขึ้น ลดการนำเข้าจากภายนอก

ที่สำคัญ งานวิจัยฯ นี้ยังประสบความสำเร็จในเชิงวัฒนธรรมและการยอมรับในระดับประเทศ โดยกะละแมโบราณนครพนมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม" จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และได้รับเลือกให้เป็น "สุดยอดเมนูอาหารถิ่น" ของจังหวัดนครพนม รวมทั้งยังมีการพัฒนาให้กะละแมสามารถเข้าสู่ตลาดพรีเมียมได้ ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่สามารถเก็บได้นานขึ้นและมีความสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นของฝาก

"เราไม่ได้แค่ทำกะละแมให้ดีขึ้น แต่เรากำลังสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้กับนครพนม ที่เป็นการเชื่อมโยงคน ชุมชน และตลาด ซึ่งเป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืน และทำให้กะละแมโบราณนครพนมกลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่าและสามารถแข่งขันในตลาดได้ในระยะยาว"

… ผศ.ดร.คมศักดิ์ ตอกย้ำถึงความสำเร็จที่มาจากการใช้ข้อมูล ความรู้ และกระบวนการวิจัย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...