โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกร้อนคุกคามแหล่งทองแดง เสี่ยงกระทบการผลิตชิปทั่วโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 23.30 น.

หนึ่งในสามของการผลิตชิปทั่วโลกอาจเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาซัพพลายทองแดงภายในปี 2035 รายงานของบริษัทที่ปรึกษา PricewaterhouseCoopers หรือ PwC ระบุว่า ราว 32% ของการผลิต เซมิคอนดักเตอร์ ทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบจากปัญหาซัพพลายทองแดงที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในปี 2035 ซึ่งเป็นระดับที่เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าจากปัจจุบัน

รายงานระบุว่า "ชิลี" ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำซึ่งชะลอการผลิตอยู่แล้ว และภายในปี 2035 ประเทศผู้ผลิต 17 แห่งที่จัดหาทองแดงให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ส่วนใหญ่จะตกอยู่ในความเสี่ยงจากภาวะแห้งแล้ง

การขาดแคลนชิปทั่วโลกครั้งล่าสุด ซึ่งเกิดจากความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 ประกอบกับการปิดโรงงาน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ และหยุดสายการผลิตในหลายภาคส่วนที่พึ่งพาชิป

PwC ระบุว่า ผู้ผลิตทองแดงจาก จีน ออสเตรเลีย เปรู บราซิล สหรัฐฯ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เม็กซิโก แซมเบีย และมองโกเลีย ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าไม่มีภูมิภาคใดของโลกที่ผลิตชิปจะปลอดภัยจากความเสี่ยงนี้

ทองแดงถูกใช้ในการผลิตเส้นลวดขนาดเล็กนับพันล้านเส้นภายในวงจรของชิปแต่ละตัว แม้จะมีการวิจัยวัสดุทางเลือก แต่ในปัจจุบันยังไม่มีวัสดุใดที่สามารถเทียบเคียงทองแดงได้ทั้งในแง่ของราคาและประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงนี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามเวลา หากนวัตกรรมด้านวัสดุไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหากประเทศที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถพัฒนาแหล่งน้ำให้มั่นคงมากขึ้นได้ PwC ระบุ

ทั้งนี้ ชิลีและเปรูได้ดำเนินมาตรการเพื่อรักษาแหล่งน้ำ โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำเหมืองและสร้างโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเล PwC ระบุว่านี่เป็นแบบอย่างที่ดี แต่ก็อาจไม่ใช่ทางออกสำหรับประเทศที่ไม่มีทางเข้าถึงแหล่งน้ำทะเลขนาดใหญ่

PwC ประเมินว่า ปัจจุบัน 25 % ของการผลิตทองแดงของชิลีเผชิญความเสี่ยงจากการหยุดชะงัก และตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 75% ภายในหนึ่งทศวรรษ และระหว่าง 90% ถึง 100% ภายในปี 2050

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...