โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พนักงานการท่าเรือ ร้อง อสส. ขอความเป็นธรรมคดีค่าล่วงเวลา

INN News

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.46 น. • INN News

"ทนายปราบโกง" นำอดีตพนักงานการท่าเรือร้องอัยการสูงสุด หลังคดีค่าล่วงเวลาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ชี้กระบวนการล่าช้าทำเดือดร้อนหนัก

วันนี้ ( 9 ก.ค. 68 ) นายกฤษฎา อินทามระ หรือ ทนายปราบโกง พร้อมด้วยพนักงานและอดีตพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยเกือบ 100 คน ได้เดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด สืบเนื่องจากคดีมหากาพย์ค่าล่วงเวลาของการท่าเรือฯ ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี และสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ถูกกล่าวหาอย่างแสนสาหัส

พนักงานการท่าเรือ ร้อง อสส. ขอความเป็นธรรมคดีค่าล่วงเวลา

ทนายกฤษฎา กล่าวว่า คดีนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษ โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าพนักงานการท่าเรือฯ โกงค่าล่วงเวลา ทำให้รัฐเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท การท่าเรือฯ ได้ดำเนินการติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่ประจานพนักงานบริเวณสะพานลอยหน้าสำนักงาน และในปี 2560 ได้แจ้งข้อกล่าวหาพนักงานรวม 560 คนว่ากระทำความผิดในคดีพิเศษดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 การท่าเรือฯ กลับต้องจ่ายเงินประมาณ 50 ล้านบาท ให้แก่พนักงานเกือบ 100 คน ที่เคยถูกกล่าวหาว่าทุจริต ต่อมาในปี 2566 DSI สามารถสั่งฟ้องพนักงานได้เพียง 34 คน จาก 560 คน โดยส่งสำนวนให้อัยการคดีพิเศษดำเนินการ แต่อัยการไม่สามารถฟ้องคดีได้ทันที จนเวลาล่วงเลยไปกว่า 17 เดือน กระทั่งในเดือนกันยายน 2567 อัยการจึงยื่นฟ้องจำเลย 34 คนต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

พนักงานการท่าเรือ ร้อง อสส. ขอความเป็นธรรมคดีค่าล่วงเวลา

ศาลใช้เวลาพิจารณาคดีเพียง 5 เดือนเศษ และในวันที่ 18 มีนาคม 2568 ได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 34 คน พ้นจากข้อกล่าวหา รวมถึงจำเลย 6 คนที่รับสารภาพด้วย

หลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง อัยการได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์รวม 3 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ทนายกฤษฎามองว่าการขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ทั้ง 3 ครั้งนี้เป็นการประวิงคดี ทำให้จำเลยทั้ง 34 คน ต้องทนทุกข์ทรมานกับคดีนี้อย่างไม่สิ้นสุด เห็นได้จากกรณีจำเลย 6 คนที่รับสารภาพแต่ศาลก็พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากอัยการไม่สามารถนำสืบพยานหลักฐานและพยานบุคคลให้ศาลเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าจำเลยทั้ง 34 คนมีการกระทำความผิดตามฟ้อง

ที่น่าเศร้าคือเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2568 จำเลยที่ 23 ได้มีอาการช็อกและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ซึ่งทนายกฤษฎาเชื่อว่าเป็นผลโดยตรงจากความเครียดในคดีนี้

ด้วยเหตุนี้ วันนี้ตนในฐานะทนายจำเลย จึงต้องนำจำเลยและอดีตพนักงานที่รอดพ้นจากการถูกฟ้อง มาร่วมยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้กำชับอัยการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม และเห็นแก่ความเดือดร้อนของพนักงานหลายร้อยคน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...