โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.โรงแรม จวก เที่ยวไทยคนละครึ่ง ถก ททท.ยังไม่เคลียร์ แก้ปัญหาไม่จบสักที

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.45 น.

ส.โรงแรม จวก เที่ยวไทยคนละครึ่ง ถก ททท.ยังไม่เคลียร์ แก้ปัญหาไม่จบสักที

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า สมาคมฯ และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวได้ประชุมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อแก้ไขปัญหาระบบโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่เปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยจากการหารือร่วมกัยผ่านช่องทางออนไลน์ ททท.ได้แจ้งว่าในวันที่ 10-11 กรกฎาคมนี้จะเปิดระบบให้แต่ละโรงแรมเข้าไปแก้ไขราคาขายห้องพักได้ใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาอาจมีการลงราคาคลาดเคลื่อน เนื่องจากผู้ประกอบการคาดว่าต้องใส่ราคาเป็นอัตราเริ่มต้นและสูงสุด แต่ราคาห้องพักที่แสดงขณะนี้ถูกเลือกในระดับสูงสุด และไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้โรงแรมถูกร้องเรียนว่าตั้งราคาสูงกว่าปกติ ททท.จึงอนุญาตให้ผู้ประกอบการเข้าไปแก้ไขราคาใหม่ โดยกำหนดเป็นวันธรรมดาและวันหยุด ซึ่งส่วนนี้มีปัญหาการกำหนดวันธรรมของ ททท.นับจันทร์-ศุกร์ แต่โรงแรมนับถึงวันพฤหัสบดีเท่านั้น วันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ถือเป็นวันหยุด ซึ่ง ททท.แจ้งว่าไม่สามารถแก้ไขระบบได้ แต่มองว่าตัวระบบจริงๆ ควรแก้ไขให้ได้ ทำให้การประชุมร่วมกันครั้งนี้ถือว่ายังตอบข้อสงสัยและปัญหาของผู้ประกอบการไม่ได้ทั้งหมด

“ททท.แจ้งว่าจะเปิดให้ผู้ประกอบการเข้าไปแก้ไขได้ในคืนวันพรุ่งนี้ หรือคืนวันที่ 10 กรกฎาคม ซึ่งก็ไม่มั่นใจว่าพรุ่งนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเลยหรือไม่ และกำหนดสิ้นสุดการแก้ไขจนถึงช่วงใด ทำให้อาจต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง โดยคำถามคือ ทำไมไม่มาคุยกับผู้ประกอบการก่อน ทั้งที่มีเวลาก่อนเริ่มต้นโครงการค่อนข้างนาน จากช่วงที่ประกาศว่าจะมีโครงการนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา“ นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า รวมถึงปัญหาที่พบคือ ททท.แจ้งว่าเป็นระบบที่กำหนดแบ่งเป็นเมืองหลัก 3 สิทธิหรือห้องพัก เมืองรอง 2 สิทธิ หากการจองไม่เข้าเงื่อนไข แต่โรงแรมรับจองไปแล้ว ส่วนนี้ ททท.แจ้งว่าขอให้ผู้ประกอบการช่วยทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวด้วย แต่ความจริงควรเป็นหน้าที่ของ ททท.ในการประกาศเงื่อนไขที่ชัดเจนและทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่การผลักให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบ รวมถึงเดิมขั้นตอนการทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้กำหนดว่าเป็นธนาคารอะไร แต่ขณะเพิ่งมาแจ้งว่า ทุกขั้นตอนต้องผ่านธนาคารกรุงไทยเท่านั้น ซึ่งส่วนนี้มีความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว เท่ากับว่าหากระบบไม่ให้ใช้ธนาคารอื่น เท่ากับจะไม่ได้รับส่วนสนับสนุนจากรัฐบาลที่สมทบให้หรือไม่ ซึ่งก็เป็นความกังวลของผู้ประกอบการ

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องเงื่อนไขการลงทะเบียนด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเดียวกันไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่โรงแรมจะมีร้านอาหาร หรือร้านสปาในโรงแรม และใช้เป็นเลขประจำตัวเดียวกัน แต่ระบบของ ททท.ไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนด้วยเลขตัวเดียวกัน ทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักในโครงการอาจไม่สามารถใช้บริการร้านอาหาร หรือนวดสปาในโรงแรมได้ทั้งที่ความจริงควรใช้ได้เหมือนโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งที่ผ่านมา ขณะเดียวกันที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในฝั่งโรงแรมก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน และไม่มีกระบวนการชัดเจน อาทิ หากทุกอย่างผ่านการตรวจสอบของ ททท.หมด ต้องรอธนาคารกรุงไทยตรวจสอบอีกครั้ง และสถานะจะขึ้นว่ารอพิจารณา แต่หากไม่ผ่านและต้องเพิ่มเติมอะไรไม่ได้มีบอกรายละเอียดในส่วนนี้ ทำให้กังวลว่าจะลงทะเบียนไม่ทันในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ตามกำหนด

“ความจริงการประชุมกับททท. สมาคมฯ อยากให้ทีมของ ททท.หารือร่วมกับผู้บริหารของสมาคมฯ ในกลุ่มย่อยก่อน เพราะเป็นกลุ่มเล็กที่สามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ ซึ่งพอเปิดให้ผู้ประกอบการหารือร่วมกันทีเดียวเป็นจำนวนหลักพันราย ก็ทำให้คำถามที่มียังไม่ถูกตอบรับทั้งหมด ตอนนี้ปัญหาในฝั่งผู้ประกอบการจึงยังไม่จบสิ้นเสียที เทียบกับเที่ยวไทยคนละครึ่งก่อนหน้านี้ที่ธนาคารกรุงไทยได้หารือกับฝั่งผู้ประกอบการเป็น 10 รอบ เพื่อแก้ไขปัญหาส่วนต่างๆ และทดสอบระบบจนพร้อมทั้งหมดแล้วก่อนเปิดให้ใช้งานจริง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเหมือนกัน” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.โรงแรม จวก เที่ยวไทยคนละครึ่ง ถก ททท.ยังไม่เคลียร์ แก้ปัญหาไม่จบสักที

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...