โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้น Tesla ร่วง 7% หลังคาดการณ์ยอดส่งมอบรถ Q2/25 ลดฮวบ แถมปะทะเดือดทรัมป์ กระทบรายได้

Thairath Money

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.07 น.
ภาพไฮไลต์

ราคาหุ้นของ Tesla ปรับตัวลดลงกว่า 7% จากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ราคา 323.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น เหลือ 300.71 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ณ วันอังคารที่ผ่านมา ก่อนการรายงานยอดส่งมอบรถยนต์ไตรมาส 2 ซึ่งนักวิเคราะห์จากวอลสตรีทคาดการณ์ว่า Tesla จะสามารถส่งมอบรถได้ราว 387,000 คัน ลดลงประมาณ 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 444,000 คัน ในขณะที่ตลาด Kalshi คาดการณ์ยอดส่งมอบต่ำกว่านั้นอีก เหลือเพียง 364,000 คัน

แม้ช่วงก่อนหน้านี้ราคาหุ้น Tesla จะปรับตัวขึ้นหลังจากบริษัทเริ่มให้บริการ Robotaxi ในบางพื้นที่ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยอีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla โวว่า เป็นการส่งมอบรถขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบไร้คนขับครั้งแรกแก่ลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าว

ปะทะเดือด อีลอน มัสก์ vs. โดนัลด์ ทรัมป์

แต่แล้วราคาหุ้นกลับดิ่งลงอีกครั้งหลังจากที่อีลอน มัสก์เปิดศึกกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับร่างกฎหมาย “One Big Beautiful Bill Act” ซึ่งเป็นร่างกฎหมายด้านการใช้จ่ายขนาดใหญ่ที่ทรัมป์สนับสนุน และกำลังเข้าสู่การลงมติครั้งสุดท้ายในสภาผู้แทนฯ

โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มผู้มีรายได้สูงในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ตัดงบประมาณสำหรับโครงการช่วยเหลือประชาชนอย่าง Medicaid และโครงการอาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมัสก์ไม่ได้คัดค้านต่อการตัดลดโครงการเหล่านั้น แต่แสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ร่างกฎหมายนี้จะเพิ่มภาระหนี้ของประเทศและขยายเพดานหนี้อย่างไม่ยั่งยืน โดยอ้างอิงจากรายงานของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ที่ระบุว่า ร่างกฎหมายนี้จะทำให้หนี้ประเทศเพิ่มขึ้นราว 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 10 ปีข้างหน้า

อีกประเด็นสำคัญที่อีลอน มัสก์คัดค้านคือ การตัดงบประมาณในด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจะกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าโดยตรง รวมถึงยุติการให้เครดิตภาษีสำหรับรถ EV โดยข้อมูลจากสถาบันวิจัย Energy Innovation คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงในร่างกฎหมายดังกล่าวอาจทำให้ยอดขาย EV ในสหรัฐฯ ลดลงถึง 100,000 คันต่อปีภายในปี 2035

และไม่เพียงกระทบยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น ธุรกิจพลังงานของ Tesla ที่รวมถึงการจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ ก็อาจได้รับผลกระทบจากการลดการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน ซึ่งคาดว่าจะลดลงมากกว่า 350 กิกะวัตต์ ในช่วงเวลาเดียวกัน

ทรัมป์ขู่จะตัดเงินอุดหนุน

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า “อีลอน มัสก์ไม่พอใจเพราะเขากำลังจะเสียสิทธิประโยชน์ของรถ EV” และเสริมอีกว่า “เขาอาจจะเสียมากกว่านั้นอีก” ซึ่งหมายถึง เงินอุดหนุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี และสัญญาว่าจ้างจากรัฐบาล ที่บริษัทของอีลอน มัสก์พึ่งพามาโดยตลอด

โดยบริษัทที่จะกระทบ ยกตัวอย่างเช่น SpaceX บริษัทด้านอวกาศของอีลอน มัสก์ที่ได้รับสัญญาว่าจ้างจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ปี 2008 จากหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเช่น NASA กองทัพอากาศ และ Space Force ตามข้อมูลของ FedScout

ในส่วนของ Tesla เอง รายงานของ Geoff Orazem ซีอีโอของ FedScout เปิดเผยว่า Tesla ได้รายได้จากการขาย “Automotive Regulatory Credits” หรือเครดิตสิ่งแวดล้อมที่ใช้แลกเปลี่ยนในอุตสาหกรรมรถยนต์ รวมแล้วกว่า 11,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งเครดิตเหล่านี้มีมูลค่าสูงเพราะกฎหมายในหลายรัฐของสหรัฐฯ บังคับให้บริษัทรถยนต์ต้องขายรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ หรือซื้อเครดิตจากบริษัทที่มีเครดิตเหลือ เช่น Tesla

สิ่งที่น่าสนใจคือ รายได้จากเครดิตเหล่านี้ คิดเป็นประมาณ 60% ของกำไรสุทธิของ Tesla ในไตรมาส 2 ปี 2024 ซึ่งหมายความว่าหากร่างกฎหมายใหม่ส่งผลกระทบต่อเครดิตเหล่านี้จริง อาจทำให้ฐานรายได้สำคัญของ Tesla สั่นคลอนทันที

ที่มา: CNBC

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้น Tesla ร่วง 7% หลังคาดการณ์ยอดส่งมอบรถ Q2/25 ลดฮวบ แถมปะทะเดือดทรัมป์ กระทบรายได้

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...