ส่อง 10 กองทุนหุ้นจีนฮอต รับมาตรการกระตุ้น-ลุ้นเทรดดีล ‘ทรัมป์’
ประเทศจีนนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับสหรัฐอเมริกา โดยเป็นประเทศอันดับหนึ่งที่เป็นเป้าหมายหลักในการทำสงครามการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจจีนเผชิญความท้าทายในหลากหลายด้าน จนทำให้ตลาดหุ้นจีนตอบรับในเชิงลบอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนที่ตลาดอื่น ๆ
อย่างไรก็ดี นับจากต้นปี เป็นต้นมา รัฐบาลจีนได้อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการด้านการเงินและการคลัง เพื่อลดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และเพื่อดึงดูดความเชื่อมั่นนักลงทุนให้กลับมาอีกครั้ง ยิ่งกว่านั้น การต่อสู้ด้านเทคโนโลยีที่จีนพลิกกลับมามีแต้มต่อ หลังเปิดตัว “Deepseak” AI ตัวใหม่ ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนกลับมาคึกคัก แม้จะต้องเผชิญปัจจัยด้านสงครามการค้าก็ตามที
ส่อง 10 กองทุนหุ้นจีนโดดเด่น
สะท้อนผ่านกองทุนหุ้นจีนที่ผลตอบแทน ตั้งแต่ต้นปี 2568 ถึงล่าสุด (YTD) ออกมาโดดเด่น ตามการจัดอันดับของ “มอนิ่งสตาร์” ได้แก่ 1.MEGA10CHINARMF ผลตอบแทน +12.47%, 2.SCBCEHE +12.36%, 3.SCBCEHP +11.98%, 4.SCBCEH +11.96%, 5.TISCOCH +11.95%, 6.KF-HSHARE-INDX +11.59%, 7.MEGA10CHINA-A +11.55%, 8.MEGA10CHINA-SSF +11.55%, 9.KFCMEGARMF +11.53% และ 10.TCHRMF +11.41%
จีนกระตุ้นเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้น
“ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นจีนช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างสดใส โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 มาถึงปัจจุบัน (YTD) ดัชนี MSCI China ที่รวมหุ้นเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐบางส่วน ผลตอบแทนบวก 17.23%, ดัชนี H-Shares บวก 16.55%, ดัชนี Hang Seng บวก 13.84% และดัชนี CSI 300 บวก 0.29%
ทั้งนี้ จีนได้อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่งมีมาตรการใหม่ออกมา โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตรา Reverse Repo 7 วัน เหลือ 1.4% จาก 1.5% ถือเป็นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกนับตั้งแต่ ก.ย. 2567 พร้อมกับการลดอัตราสำรองขั้นต่ำของธนาคาร (RRR) ลงอีก 50 BPS เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบกว่า 1 ล้านล้านหยวน (ราว 138,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
“มาตรการดังกล่าวยังถือว่าไม่สูงมากนัก แต่ประเมินว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน”
ลุ้นเจรจาเปลี่ยนสู่ “เทรดดีล”
“ชยนนท์” กล่าวว่า มาตรการที่ว่ามานี้มีขึ้นหลังรัฐบาลจีนยืนยันว่า รองนายกรัฐมนตรี “เหอ ลี่เฟิง” จะเจรจาการค้ากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ “สก็อตต์ เบสเซนต์” ที่สวิตเซอร์แลนด์เร็ว ๆ นี้ โดยการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือเป็นการเจรจาทางการค้าครั้งแรกที่ได้รับการยืนยัน นับตั้งแต่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนสูงถึง 145% และจีนตอบโต้ด้วยภาษี 125% สินค้าจากสหรัฐ
ดังนั้น จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนจาก Trade War สู่ Trade Deal ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ที่ทำให้ตลาดปั่นป่วนอย่างหนัก
ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตลาดจับตา แต่กว่าที่จีนกับสหรัฐจะตกลงกันได้อาจจะช้าเกินไป หรืออาจจะเกินระยะเวลา 90 วัน ดังนั้น ระยะสั้นเศรษฐกิจจีนและสหรัฐจึงฝืดอยู่ ขณะที่มุมของตลาดหุ้นสหรัฐและจีนอาจจะไม่ปรับตัวลดลงมากนัก เนื่องจากตลาดยังเชื่อว่าสุดท้ายจะเจรจาตกลงกันได้
“มองว่ากว่าจะตกลงกันได้อาจจะต้องใช้ระยะเวลา แต่ตลาดจะไม่ปรับลดลงจนกว่าจะเกิดเหตุการณ์ Sell on Fact หรือเจรจาตกลงกันได้ ตลาดน่าจะอยากเทขายหุ้นออกมา โดยมองว่าจะเป็นช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. แต่ตลาดหุ้นจีนปัจจุบันจะเห็นว่ามีมาตรการกระตุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศการลงทุนยังดีอยู่”
กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นช่วงเจรจา
ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์ “ชยนนท์” มองว่าหุ้นจีนที่เป็นหุ้นส่งออกไปสหรัฐค่อนข้างสูง หรืออยู่ในซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งสหรัฐอาจจะมีการต่อรองเรื่องนี้จะทำให้อัพไซด์จำกัด ขณะที่หุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland) เช่น ดัชนี Shanghai Composite, ดัชนี CSI 300 ที่พึ่งพาการบริโภคภายใน ระยะสั้นภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า อาจจะ Outperform ได้มากกว่า โดยกองทุนที่แนะนำ เช่น SCBCHA หากมองด้านหุ้นเทค แนะนำ MEGA10CHINA-A
“ส่วนระยะยาว หลังจากจีนและสหรัฐเจรจาตกลงกัน อาจจะตอบได้ยากว่าจะออกมาในรูปแบบใด ภาษีจะลดลงมากแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อ”
จับตาจีนอัดชุดใหญ่ครึ่งปีหลัง
ด้าน “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าจีนมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ถือว่าซัพพอร์ตตลาดหุ้นค่อนข้างมาก โดยจีนยังมีเป้าหมายว่าผลักดันให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้ในระดับ 5% ต่อปี และตลาดคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ของจีนยังจะมีอีก และจะประกาศออกมาในช่วงครึ่งปีหลัง
“ปีนี้สตอรี่การกระตุ้นเศรษฐกิจจีนจะมีต่อเนื่องทั้งปี และจะช่วยกระตุ้นตลาดหุ้นจีนได้มากขึ้น”
เชื่อสงครามการค้าไม่แย่ไปกว่านี้
“สาห์รัช” กล่าวว่า ประเด็นเรื่องสงครามการค้ายังต้องติดตาม แต่มองว่าตลาดน่าจะรับรู้ไปแล้วในระดับหนึ่ง และมองว่าจากนี้ไปคงไม่ได้แย่ไปมากกว่าเดิม ซึ่งเท่าที่ประเมิน จีนอาจจะถือไพ่เหนือกว่า เนื่องจากจีนลดการส่งออกไปสหรัฐลงค่อนข้างมาก ขณะที่สหรัฐ หากไม่พึ่งพาสินค้าจากจีน แล้วไปพึ่งพาช่องทางอื่น ก็อาจจะลำบากมากขึ้น หรือหากไปนำเข้าจากประเทศอื่นก็อาจจะแพงหากเทียบกับจีน ซึ่งอาจจะต้องติดตามการนัดเจรจาการค้าที่สวิตเซอร์แลนด์
ทั้งนี้ มองว่าภาพรวมน่าจะดีขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นจีนต่อจากนี้ก็น่าจะดูดีขึ้นอีก เนื่องจากมีปัจจัยบวกสูง ยกเว้นเรื่องสงครามการค้าที่ยังเป็นปัจจัยลบ แต่อาจจะมองเป็นปัจจัยบวกได้ หากมีการผ่อนคลายภาษีลง ซึ่งกองทุนที่แนะนำจะเป็น TCHTECH-A จากที่จีนเริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในส่วนเทคโนโลยีมากขึ้น
“ตลาดหุ้นจีนตั้งแต่ต้นปีขึ้นมาในระดับหนึ่ง หรือถือว่าเพอร์ฟอร์มดีที่สุดในตลาดหุ้นทั่วโลก และปัจจุบันมองว่าค่อนข้างดูดี แม้ว่าจะมีความเสี่ยงด้านสงครามการค้าก็ตาม จึงแนะนำหาจังหวะเข้าสะสมได้ และมีติดพอร์ตไว้ได้ แต่ไม่ควรที่จะไปลงทุนทั้งหมด ควรไปหาสินทรัพย์อื่น ๆ ลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง เนื่องจากตลาดในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่อง 10 กองทุนหุ้นจีนฮอต รับมาตรการกระตุ้น-ลุ้นเทรดดีล ‘ทรัมป์’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net