โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่อง 10 กองทุนหุ้นจีนฮอต รับมาตรการกระตุ้น-ลุ้นเทรดดีล ‘ทรัมป์’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 พ.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2568 เวลา 03.19 น.

ประเทศจีนนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับสหรัฐอเมริกา โดยเป็นประเทศอันดับหนึ่งที่เป็นเป้าหมายหลักในการทำสงครามการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจจีนเผชิญความท้าทายในหลากหลายด้าน จนทำให้ตลาดหุ้นจีนตอบรับในเชิงลบอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนที่ตลาดอื่น ๆ

อย่างไรก็ดี นับจากต้นปี เป็นต้นมา รัฐบาลจีนได้อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการด้านการเงินและการคลัง เพื่อลดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และเพื่อดึงดูดความเชื่อมั่นนักลงทุนให้กลับมาอีกครั้ง ยิ่งกว่านั้น การต่อสู้ด้านเทคโนโลยีที่จีนพลิกกลับมามีแต้มต่อ หลังเปิดตัว “Deepseak” AI ตัวใหม่ ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนกลับมาคึกคัก แม้จะต้องเผชิญปัจจัยด้านสงครามการค้าก็ตามที

ส่อง 10 กองทุนหุ้นจีนโดดเด่น

สะท้อนผ่านกองทุนหุ้นจีนที่ผลตอบแทน ตั้งแต่ต้นปี 2568 ถึงล่าสุด (YTD) ออกมาโดดเด่น ตามการจัดอันดับของ “มอนิ่งสตาร์” ได้แก่ 1.MEGA10CHINARMF ผลตอบแทน +12.47%, 2.SCBCEHE +12.36%, 3.SCBCEHP +11.98%, 4.SCBCEH +11.96%, 5.TISCOCH +11.95%, 6.KF-HSHARE-INDX +11.59%, 7.MEGA10CHINA-A +11.55%, 8.MEGA10CHINA-SSF +11.55%, 9.KFCMEGARMF +11.53% และ 10.TCHRMF +11.41%

จีนกระตุ้นเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้น

“ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นจีนช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างสดใส โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 มาถึงปัจจุบัน (YTD) ดัชนี MSCI China ที่รวมหุ้นเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐบางส่วน ผลตอบแทนบวก 17.23%, ดัชนี H-Shares บวก 16.55%, ดัชนี Hang Seng บวก 13.84% และดัชนี CSI 300 บวก 0.29%

ทั้งนี้ จีนได้อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่งมีมาตรการใหม่ออกมา โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตรา Reverse Repo 7 วัน เหลือ 1.4% จาก 1.5% ถือเป็นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกนับตั้งแต่ ก.ย. 2567 พร้อมกับการลดอัตราสำรองขั้นต่ำของธนาคาร (RRR) ลงอีก 50 BPS เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบกว่า 1 ล้านล้านหยวน (ราว 138,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

“มาตรการดังกล่าวยังถือว่าไม่สูงมากนัก แต่ประเมินว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน”

ลุ้นเจรจาเปลี่ยนสู่ “เทรดดีล”

“ชยนนท์” กล่าวว่า มาตรการที่ว่ามานี้มีขึ้นหลังรัฐบาลจีนยืนยันว่า รองนายกรัฐมนตรี “เหอ ลี่เฟิง” จะเจรจาการค้ากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ “สก็อตต์ เบสเซนต์” ที่สวิตเซอร์แลนด์เร็ว ๆ นี้ โดยการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือเป็นการเจรจาทางการค้าครั้งแรกที่ได้รับการยืนยัน นับตั้งแต่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนสูงถึง 145% และจีนตอบโต้ด้วยภาษี 125% สินค้าจากสหรัฐ

ดังนั้น จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนจาก Trade War สู่ Trade Deal ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ที่ทำให้ตลาดปั่นป่วนอย่างหนัก

ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตลาดจับตา แต่กว่าที่จีนกับสหรัฐจะตกลงกันได้อาจจะช้าเกินไป หรืออาจจะเกินระยะเวลา 90 วัน ดังนั้น ระยะสั้นเศรษฐกิจจีนและสหรัฐจึงฝืดอยู่ ขณะที่มุมของตลาดหุ้นสหรัฐและจีนอาจจะไม่ปรับตัวลดลงมากนัก เนื่องจากตลาดยังเชื่อว่าสุดท้ายจะเจรจาตกลงกันได้

“มองว่ากว่าจะตกลงกันได้อาจจะต้องใช้ระยะเวลา แต่ตลาดจะไม่ปรับลดลงจนกว่าจะเกิดเหตุการณ์ Sell on Fact หรือเจรจาตกลงกันได้ ตลาดน่าจะอยากเทขายหุ้นออกมา โดยมองว่าจะเป็นช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. แต่ตลาดหุ้นจีนปัจจุบันจะเห็นว่ามีมาตรการกระตุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศการลงทุนยังดีอยู่”

กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นช่วงเจรจา

ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์ “ชยนนท์” มองว่าหุ้นจีนที่เป็นหุ้นส่งออกไปสหรัฐค่อนข้างสูง หรืออยู่ในซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งสหรัฐอาจจะมีการต่อรองเรื่องนี้จะทำให้อัพไซด์จำกัด ขณะที่หุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland) เช่น ดัชนี Shanghai Composite, ดัชนี CSI 300 ที่พึ่งพาการบริโภคภายใน ระยะสั้นภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า อาจจะ Outperform ได้มากกว่า โดยกองทุนที่แนะนำ เช่น SCBCHA หากมองด้านหุ้นเทค แนะนำ MEGA10CHINA-A

“ส่วนระยะยาว หลังจากจีนและสหรัฐเจรจาตกลงกัน อาจจะตอบได้ยากว่าจะออกมาในรูปแบบใด ภาษีจะลดลงมากแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อ”

จับตาจีนอัดชุดใหญ่ครึ่งปีหลัง

ด้าน “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าจีนมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ถือว่าซัพพอร์ตตลาดหุ้นค่อนข้างมาก โดยจีนยังมีเป้าหมายว่าผลักดันให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้ในระดับ 5% ต่อปี และตลาดคาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ของจีนยังจะมีอีก และจะประกาศออกมาในช่วงครึ่งปีหลัง

“ปีนี้สตอรี่การกระตุ้นเศรษฐกิจจีนจะมีต่อเนื่องทั้งปี และจะช่วยกระตุ้นตลาดหุ้นจีนได้มากขึ้น”

เชื่อสงครามการค้าไม่แย่ไปกว่านี้

“สาห์รัช” กล่าวว่า ประเด็นเรื่องสงครามการค้ายังต้องติดตาม แต่มองว่าตลาดน่าจะรับรู้ไปแล้วในระดับหนึ่ง และมองว่าจากนี้ไปคงไม่ได้แย่ไปมากกว่าเดิม ซึ่งเท่าที่ประเมิน จีนอาจจะถือไพ่เหนือกว่า เนื่องจากจีนลดการส่งออกไปสหรัฐลงค่อนข้างมาก ขณะที่สหรัฐ หากไม่พึ่งพาสินค้าจากจีน แล้วไปพึ่งพาช่องทางอื่น ก็อาจจะลำบากมากขึ้น หรือหากไปนำเข้าจากประเทศอื่นก็อาจจะแพงหากเทียบกับจีน ซึ่งอาจจะต้องติดตามการนัดเจรจาการค้าที่สวิตเซอร์แลนด์

ทั้งนี้ มองว่าภาพรวมน่าจะดีขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นจีนต่อจากนี้ก็น่าจะดูดีขึ้นอีก เนื่องจากมีปัจจัยบวกสูง ยกเว้นเรื่องสงครามการค้าที่ยังเป็นปัจจัยลบ แต่อาจจะมองเป็นปัจจัยบวกได้ หากมีการผ่อนคลายภาษีลง ซึ่งกองทุนที่แนะนำจะเป็น TCHTECH-A จากที่จีนเริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในส่วนเทคโนโลยีมากขึ้น

“ตลาดหุ้นจีนตั้งแต่ต้นปีขึ้นมาในระดับหนึ่ง หรือถือว่าเพอร์ฟอร์มดีที่สุดในตลาดหุ้นทั่วโลก และปัจจุบันมองว่าค่อนข้างดูดี แม้ว่าจะมีความเสี่ยงด้านสงครามการค้าก็ตาม จึงแนะนำหาจังหวะเข้าสะสมได้ และมีติดพอร์ตไว้ได้ แต่ไม่ควรที่จะไปลงทุนทั้งหมด ควรไปหาสินทรัพย์อื่น ๆ ลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง เนื่องจากตลาดในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่อง 10 กองทุนหุ้นจีนฮอต รับมาตรการกระตุ้น-ลุ้นเทรดดีล ‘ทรัมป์’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...