โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทุกวิกฤติเป็นโอกาสของ ทองคำ เสมอ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 20.24 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 03.00 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่ามกลางความผันผวนของโลก เศรษฐกิจที่ไม่สู้ดี ความมั่งคงที่สั่นคลอน และความดิ่งของสินทรัพย์เพื่อการลงทุนหลายๆ ตัวกลับเป็นแรงส่งให้กับสินทรัพย์คลาสสิกอย่าง “ทองคำ” ให้กลับมาร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนผ่านตัวเลขราคาทองคำ ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กีรดิต หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS GOLD) ทายาทรุ่น 3 ห้างทองเบอร์ต้นของไทย ที่มีปริมาณการซื้อขายทองกว่า 150 ตันต่อเดือน ออกมาย้ำกับ การเงินธนาคาร ว่า ทุกวิกฤติเป็นโอกาสของ ทองคำ เสมอ ดังนั้น ในภาวะที่วิกฤติการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งวิกฤติสงคราม หรือวิกฤติการค้า ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ทุกคนเชื่อมั่น

ดังนั้น ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับทองคำ แม้ว่าตอนนี้ราคาทะลุ 50,000 บาทไปแล้ว แต่คาดว่าจนถึงสิ้นปี 2568 ทองคำน่าจะสามารถทำราคาได้ถึง “60,000 บาท” ได้ไม่ยาก จากดีมานด์ทองคำที่สูงขึ้น หลังเกิดความวุ่นวายในตลาดทุนไทยและตลาดทุนต่างประเทศ

“ทองคำได้พิสูจน์ตัวเองอย่างแท้จริงแล้วว่า นักลงทุนทั้งรายใหญ่และย่อย ทั้งในไทยและทั่วโลก สนใจลงทุนในทองคำเต็มดีมานด์แบบไม่หยุด เพราะเป็นสินทรัพย์ที่เข้าถึงการลงทุนง่ายที่สุด โดยเฉพาะคนไทย และปัจจุบันทองคำยังเป็นตลาดของผู้ซื้อมากกว่าการขาย ทุกคนที่ถือทองในปัจจุบัน หรือลงทุนทองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา “กำไร” ทุกคน โอกาสขาดทุนยากมาก จากการที่ราคาทอง All Time High ทุกวัน”

ปี 68 ราคาทองพุ่งทำ All Time High ไม่หยุด

โดยปีนี้ 2568 เพียงปีเดียวราคาทองพุ่งขึ้นมา 28% ขณะที่ปี 2567 ทั้งปีราคาทองปรับขึ้น 26% อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้ประกอบการไม่ได้กำไรเพิ่มมากขึ้น เพราะซื้อมาขายไปตามราคาทอง ส่วนลูกค้าจะได้กำไร 25-30% ขึ้นอยู่กับความเก่งของแต่ละคน โดยมีปัจจัยหนุนจากกระแสการลงทุนทองคำที่เข้าขั้นสูงสุดในประวัติศาสตร์ ประกอบกับ Branding Awareness ที่ดีขึ้นมาก จากความน่าเชื่อถือทั้งเรื่องกระแสเงินสดที่ดี มีเงินจ่ายให้ลูกค้าที่ขายคืนได้ทันที และมีทองส่งมอบให้ลูกค้าที่ซื้อทองได้ตลอด

อย่างไรก็ดี ในอีกมุม กีรดิตชี้ให้เห็นว่า “ทองคำ” เป็นธุรกิจที่การลงทุนสูง แต่ Operating Margin ต่ำ ความยากคือ การหาเงินสดมาหมุนเวียนให้ทัน โดยเฉพาะในจังหวะที่ราคาพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งมีโอกาสสูงที่นักลงทุนจะเทขายทองคำเมื่อถึงระดับที่ทำกำไรได้ รวมทั้งการจัดการ Stock ที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันการสูญหาย ทั้งจากภายในและภายนอก อีกทั้ง ให้มีซัพพลายทองที่เพียงพอต่อแรงซื้อของนักลงทุน ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ด้วย

“เราติดตามข่าวสารราคาทองคำอย่างใกล้ชิด รวมถึงป้องกันความเสี่ยงของราคาทองคำ โดยการทำ Full Hedge หรือ Lock ราคาที่ลูกค้าซื้อและขายกับคู่ค้าต่างประเทศทันที เพื่อให้เกิด over carry loss or carry gain เพราะการดูแลเงินมูลค่าหลัก 1,000 ล้านบาท มีความเสี่ยงมาก เพียง 1% ก็สามารถกำไรหรือขาดทุนได้ทันทีนับสิบล้านบาท

เราต้องการรักษาฐานเงิน จึงต้องเลือกกำไรที่น้อย มากกว่ามาเก็งกำไรพอร์ตลงทุนลูกค้า และสำรองเงินสดหลักร้อยล้านบาทต่อวัน เพื่อรองรับลูกค้าทั้งสำนักงานใหญ่และสาขาย่อย และมีการขอวงเงินกับธนาคารเพื่อนำมาเพิ่มสภาพคล่อง

ขณะที่โรงงานมีการผลิตทองคำแท่งวันละ 300 กก. พนักงานทำโอทีทุกวัน แสดงให้เห็นว่า กำลังซื้อลูกค้ามีอยู่จริง ทั้งบนแพลตฟอร์มและซื้อหน้าร้าน แม้ในวันที่มีการปรับราคาขึ้นลงมากกว่า 10-20 ครั้งก็ตาม และเรามีการส่งมอบทองให้ลูกค้าตลอดเวลา”

ปัจจุบัน “แม่ทองสุก” มีมาร์เก็ตแชร์ที่ 35% ของตลาด มีปริมาณการซื้อขาย 150 ตัน/เดือน หรือราวๆ 525,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 6,300,000 ล้านบาทต่อปี ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขนี้เป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 30% ของปีแล้ว

แน่นอนว่า ในฐานะที่ “แม่ทองสุก” เป็นตัวเต็งในการให้บริการลงทุนในทองคำแท่งครบวงจร ทั้งในฐานะของผู้นำเข้า-ส่งออกอันดับต้นของประเทศ นอกจากการขายส่งทองคำแท่งและทองรูปพรรณป้อนร้านทองทั่วประเทศแล้ว ในฝั่งของค้าปลีกนับว่ามีความวาไรตี้มากขึ้น จากเดิมที่เน้นขายผ่านหน้าสาขาแบรนด์ “ห้างทองแม่ทองสุก” แล้ว กีรดิยังนำโปรดักต์แม่ทองสุกขึ้นไปทำเงินผ่าน Banking Application อย่าง ktb, เป๋าตัง และ Kbank Kplus

ผลที่ได้คือ ช่องทางการขายที่ครบวงจรและความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้นตามมาอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน กีรดิตเล่าว่า มีลุูกค้าเลือกมาลงทุนกับแม่ทองสุกเฉลี่ยวันละ 1,000 ล้านบาท เพิ่มยอดขายมากขึ้นกว่าเดิมถึง 15% เมื่อเทียบกับ 4 เดือนแรกของปี 2567

จากจุดสตาร์ต 4 เดือนแรกของปี 2568 ที่นับว่าทำได้ดี กีรดิตวางโรดแมปครึ่งปีหลังของแม่ทองสุก โดยเน้นส่งโปรดักต์ใหม่ออกสู่ตลาดในรูปแบบการ Trade ผ่าน Application Trading ทองคำในแบรนด์ของตัวเอง เพื่อเพิ่มช่องทางนอกเหนือจาก Bankging Application ที่มีจุดด้อยคือ “ค่าธรรมเนียม” และ “ค่า Spread” ทองคำสูงที่กว่า

“เหมือนเราไปฝากร้านผ่าน lazada, shopee, tiktok ทั้งที่สามารถเปิดช่องตัวเองได้ นอกจากนี้ เรายังจะทำทองคำแท่งให้มีน้ำหนักหลากหลายมากกว่าเดิม เน้น Tailor Made หลังจากที่ปลายปีที่แล้ว เราได้ออกท่องคำแท่งน้ำหนักน้อยที่สุดในประเทศไทยที่ 0.1 กรัม หรือ 100 มิลลิกรัม เปิดตลาดไปแล้วและได้รับการตอบที่ดี

ตอนนี้ทองแท่งน้ำหนักต่ำกว่า 1 สลึง หรือต่ำกว่า 3.8 กรัม ขายดีทุกน้ำหนัก เพราะ 1 บาททอง ราคาหนักพอสมควร คนเลือกสะสมผ่านการซื้อบนแอปพลิเคชั่นออมทอง แล้วแลกเป็นทองแท่งกลับไป หรือซื้อน้ำหนัก 1 สลึง 2-3 แผ่นที่หน้าร้าน ส่วนรูปพรรณเองเราทำแหวนไซซ์เล็กลงน้ำหนักเริ่มต้น 0.6 กรัม ราคา 2 พันกว่าบาท จากเมื่อก่อนที่ผลิตน้ำหนัก 1 สลึงขึ้นไป ซึ่งตอนนี้คนอาจซื้อไม่ไหว”

ส่วนหนึ่ง กีรดิตมองว่า วันนี้ทองคำได้เปลี่ยนสถานะจากเครื่องประดับสวมใส่เป็นการ “ลงทุน” ไปแล้วจึงทำให้ ทองคำแท่ง 96.50% ได้รับความนิยมและมีดีมานด์สูง ทั้งนี้ แม่ทองสุกได้ลงทุนใน Software Application การลงทุน และลงทุน Hardware เครื่องจักรผลิตทองคำแท่ง ให้เป็น Automation เพื่อสามารถส่งมอบทองคำทุกขนาดในราคาที่เหมาะสมที่สุด

ตั้งเป้าปี 68 ยอดขาย 1.7 ล้านล้านบาท

ย้อนกลับไปในปี 2567 ที่ผ่านมา แม่ทองสุกสามารถทำยอดขายที่สูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท และในปี 2568 นี้ กีรดิตคาดการณ์ว่า แม่ทองสุกน่าจะรับรู้รายได้จากการขายทองคำที่สูงขึ้น เหนือ 50,000 บาทต่อบาททองคำที่ 1.7 ล้านล้านบาทหรือโตกว่า 15% ทั้งปี

“คนเชื่อมั่นในทองคำเสมอ ด้วยกระแสเศรษฐกิจโลกที่จีนและสหรัฐฯยังมีปัญหาต่อเนื่อง ทำให้คนนิยมทองคำมากขึ้นเป็นจังหวะขาขึ้นของธุรกิจทอง เราเองมีความน่าเชื่อถือ และเติบโตขึ้นจากช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขึ้น ทำให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์มากขึ้น และหนุนส่งให้ยอดขายเติบโตขึ้นตามไปด้วย

โดยในงบปี 2567 แม่ทองสุกปิดจบ All Time High ยอดขายที่ 1.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มียอดขาย 7 แสนล้านบาท เป็นอัตราการเติบโตก้าวกระโดดถึง 1 เท่าตัว ปีนี้ผ่านมา 4 เดือนแนวโน้มค่อนข้างเติบโตมาก ดังนั้น ทั้งปี 2568 มีโอกาสโตแซง 1.44 ล้านบาท และอาจปิดจบที่ 1.7 ล้านล้านบาท”

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมิถุนายน 2568 ฉบับที่ 518 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://ma.co.th/product-category/mb-shop/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...