‘ไอติม’ ขอบคุณ ‘ภูมิใจไทย’ ฝ่ายค้านน้องใหม่ เสนอซักฟอก
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 08.14 น. • The Bangkok Insight“ไอติม” ขอบคุณ “ภูมิใจไทย” ฝ่ายค้านน้องใหม่ เสนอซักฟอก แต่ขอยังไม่ฟันธงร่วมยื่นด้วย ขอรอดูหน้า ครม.ใหม่ก่อน
วันนี้ (25 มิ.ย.) นายพริษฐ์วัชรสินธุส.ส.บัญชีรายชื่อโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีในการเปิดสมัยการประชุมในวันที่3 กรกฎาคม โดยเน้นย้ำถึงจุดยืนและแนวทางการทำงานของพรรคประชาชน
"151 มาแน่นอน" แต่อย่างมีกลยุทธ์
นายพริษฐ์กล่าวขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่เชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้านหารือเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนพร้อมใช้ทุกกลไกของรัฐสภาในการตรวจสอบรัฐบาล ทั้งการอภิปรายตามมาตรา 151 และ 152 รวมถึงการทำงานในกรรมาธิการฯ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มสูญเสียความไว้วางใจต่อรัฐบาล พรรคจึงพร้อมเป็นตัวแทนในการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม โฆษกพรรคประชาชนชี้ว่า มาตรา 151 เป็นอาวุธที่ทรงพลัง แต่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อสมัยการประชุม (3 กรกฎาคม 68 - 2 กรกฎาคม 69) ดังนั้นจึงต้องใช้อย่างแม่นยำและหวังผล ทั้งมติในสภาและความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล และไม่ต้องการให้ใช้อาวุธนี้อย่างเสียของ เพราะหากใช้ไปแล้วนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าจะด้วยวิธีใด จะกลายเป็นว่าไม่สามารถใช้กลไกนี้ได้อีก แม้จะมีนายกฯ คนใหม่เข้ามา จึงจำเป็นต้องหารือเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน
ไม่เชื่อ "รัฐบาล" อ้างขอเวลาทำงาน หลังปรับ ครม.
เมื่อรัฐบาลระบุว่าเพิ่งมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ ควรให้เวลาทำงานก่อน นายพริษฐ์กล่าวว่า "ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นนัก" เพราะนายกรัฐมนตรียังเป็นคนเดิม แม้ ครม. จะเปลี่ยนไปบ้าง แต่เชื่อว่ารัฐมนตรีใหม่ส่วนหนึ่งเป็นคนที่ทำงานอยู่ในรัฐบาลชุดที่แล้ว จึงต้องขอดูก่อนว่า ครม. ใหม่ที่จะตั้งประกอบด้วยใครบ้าง เพื่อจะได้สรุปถูกว่านอกจากจะยื่นไม่ไว้วางใจนายกฯ แล้ว จะยื่นไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนใดอีกบ้าง
เตือน "นายกฯ" ทบทวนตัวเอง
นายพริษฐ์กล่าวว่า ในระหว่างการรอหารือ พรรคประชาชนอยากสื่อสารไปถึงนายกฯ ว่า อยากให้นายกฯ ใช้เวลาในช่วงนี้ทบทวนการทำหน้าที่ของตัวเอง ตนเข้าใจว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีหลายมิติ การตัดสินใจของรัฐบาลอาจมีการเลือกวิธีที่ถูกบ้างผิดบ้าง ในฐานะฝ่ายค้านจะพยายามเสนอแนะหากเห็นว่าดำเนินไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่ "คุณสมบัติของผู้นำ เมื่อใดก็ตามที่ผิดพลาดไป ก็ควรต้องรู้ตัวเอง" นายพริษฐ์กล่าว
พร้อมวิจารณ์ว่าการที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ว่าคลิปเสียงที่คุยกับสมเด็จฯ ฮุนเซน ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่านายกฯ ยังไม่ทบทวนอย่างจริงจังว่าข้อผิดพลาดที่ทำไปเป็นอย่างไร จึงอยากให้นายกฯ ทบทวนตัวเองว่าพร้อมจะทำหน้าที่ต่อหรือไม่ หากทบทวนแล้วคิดว่าไม่สามารถเรียกความไว้วางใจจากประชาชนกลับคืนมาได้ ทางพรรคยืนยันว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้ยื่นญัตติไปแล้ว ทางเลือกของนายกฯ ในการยุบสภาก็จะไม่มีอีกต่อไป
ย้ำต้องหารือร่วมกันเรื่องญัตติ "151" ไม่หวั่นภูมิใจไทย จุดยืนต่าง
เมื่อถามถึงการที่พรรคภูมิใจไทยประกาศจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจออกมาแล้ว จะมีการทบทวนหรือชะลออย่างไร นายพริษฐ์ย้ำว่า การยื่นญัตติตามมาตรา 151 จะต้องหารือร่วมกันระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ก็ถือว่าเป็นแนวคิดของพรรคฝ่ายค้านน้องใหม่ที่ยื่นผ่านสื่อมวลชน แต่ในเชิงทางการ พรรคประชาชนได้นัด ส.ส. หารือกันอยู่แล้วในเรื่องนี้ และเมื่อได้ข้อสรุปก็จะหารือร่วมกับฝ่ายค้านพรรคอื่น เพราะมีการเปลี่ยนองค์ประกอบรัฐบาล จึงต้องมีการหารือร่วมกัน ทั้งเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และสัดส่วนวิปฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่าเป็นเพราะมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่ นายพริษฐ์ ชี้ว่าปัจจัยไม่ใช่เรื่องข้อมูล แต่เป็นเรื่องของจังหวะเวลาที่จะใช้ได้ผลและไม่เสียของ ซึ่งเรื่องนี้พร้อมหารือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะทุกคนเห็นถึงสถานการณ์และความไม่พอใจของสังคมต่อการทำหน้าที่นายกฯ ดังนั้นข้อมูลที่พรรคภูมิใจไทยมี จะต้องนำมากางเพื่อพูดคุยกัน เพราะถ้าเป็นข้อมูลใหม่ที่เกี่ยวกับการทำงานของพรรคแกนนำรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ถ้านำเสนอต่อสังคม ก็อาจทำให้ชัดเจนขึ้นว่าเหตุใดจึงควรไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ แต่ก็จะมีคำถามกลับไปเหมือนกันว่าที่ผ่านมาหากมีข้อมูลนี้มาตลอด ทำไมถึงเพิ่งมานำเสนอต่อสังคมตอนนี้
นายพริษฐ์ ยืนยันว่าจะรีบหารือกัน และหวังว่าในวันที่ 3 กรกฎาคม ก็จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งมีข่าวแว่วมาว่าจะไม่มีการเรียกประชุม เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหนังสือเชิญ ถือว่าผิดวิสัยมาก เพราะปกติแล้ว หากวันเปิดสมัยการประชุมตรงกับวันพฤหัสบดี แล้วจะมีเพียงวันเดียวในสัปดาห์ แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ไม่เคยไม่เรียกประชุม หวังว่าประธานจะเร่งดำเนินการเรื่องนี้
เมื่อถามย้ำว่า การตีเหล็กควรตีตอนร้อนหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่าเข้าใจความคิดนี้ว่าควรต้องยื่นเร็ว แต่ขอย้ำว่าอาวุธนี้ต้องใช้อย่างแม่นยำ จึงควรต้องหารือกันและใช้ในจังหวะที่เหมาะสม และอย่างน้อยที่สุดควรรอการตั้ง ครม. ชุดใหม่จะได้รู้ว่าต้องยื่นใครบ้าง
ชี้ รัฐบาล "ไร้เสถียรภาพ" ปมเลื่อน "Entertainment Complex"
เมื่อถามว่ามองว่ารัฐบาลยังมีเสถียรภาพและเสียงสนับสนุนเพียงพอใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่าตนไม่ได้มองเรื่องนั้น และความจริง การที่รัฐบาลตัดสินใจชะลอร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ก็เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ แม้จะอ้างว่าเพื่อรอรับฟังเสียงของประชาชนเพิ่มเติม แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่จริง แต่เป็นเพราะเสียงในสภาไม่พอ เพราะถ้าย้อนกลับไปดูก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าตัวแทนพรรคเพื่อไทยยืนยันมาตลอดว่าจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็น และประชาชนตอบรับดี ดังนั้นการเลื่อนวาระนี้ไปไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการฟังเสียงประชาชน ตนเชื่อว่าเลื่อนเพราะเสียงไม่พอ และสะท้อนว่าเสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้เป็นอย่างที่พรรคร่วมรัฐบาลพยายามนำเสนอ และในกรณี พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ต้องหักเสียงของพรรคประชาชาติออกไป และยังไม่นับ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลบางคนที่อาจไม่เห็นด้วย
ทั้งนี้นายพริษฐ์ยังย้ำว่าสำหรับร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ทางออกไม่ควรเป็นการเลื่อน แต่ควรจะเป็นการถอนออกมา แต่ตนเดาว่ารัฐบาลน่าจะมาทางนี้ โดยให้ชะลอและอ้างการรับฟังเสียงประชาชน ดังนั้นถ้าจริงใจที่จะฟังเสียงของประชาชน ควรถอนไม่ใช่เลื่อนออกไป
ฝ่ายค้านไม่มีสิทธิ์เลือกพรรคร่วม ยืนยันตรวจสอบทุกคนที่มีอำนาจ
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยที่มีจุดยืนไม่ตรงกันรับมาเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะทำให้การทำงานมีปัญหาหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า โดยระบบรัฐสภาฝ่ายค้านไม่มีสิทธิ์เลือก เหมือนที่ตนเคยเปรียบเปรยไว้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลกับคนที่เป็นแฟนกัน แต่พรรคฝ่ายค้านเหมือนคนโสดที่เหลืออยู่มาร่วมกัน จึงเลือกไม่ได้ และตั้งแต่มีสภาชุดนี้มา พรรคประชาชนต้องอยู่ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านมากมายไปหมด บางพรรคตอนแรกก็เป็นฝ่ายค้านแต่พอมีโอกาสร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมทันที บางพรรคอาจจะเคยอยู่รัฐบาลแต่ก็มีครึ่งหนึ่งมาอยู่ฝ่ายค้าน จึงคิดว่าพรรคประชาชนเดินหน้าทำงานตามจุดยืนแนวทางของเรา อะไรที่ต้องร่วมมือกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ก็ต้องรักษาจุดยืนและหลักการของตัวเอง
เมื่อถามว่าการตรวจสอบรัฐบาลอาจเป็นการตรวจสอบย้อนหลังถึงพรรคภูมิใจไทยด้วย จะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า "ตรงไปตรงมา เราตรวจสอบทุกคนที่มีอำนาจ ใครก็ตามใช้อำนาจรัฐแทนประชาชนโดยมิชอบ โดยใช้ภาษีของประชาชนโดยไม่สมเหตุสมผล เราจะตรวจสอบทั้งหมด"
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'อุ๊งอิ๊ง' เร่งประสานช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล-อิหร่าน ขอเชื่อมั่นรัฐบาล!
- คปท.นำขบวน 'รวมพลังแผ่นดิน' บุก รทสช. กดดันถอนตัวร่วมรัฐบาล!
- 'สมชาย' แฉยับ! รัฐบาล 'งัดสารพัดวิชามา' สกัดม็อบ
ติดตามเราได้ที่