โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดนครปฐม ประสานหลายหน่วยงานแก้ปัญหาถนนทรุดยาว 800 เมตรชาวบ้านเดือดร้อน 200 ครัวเรือน

77kaoded

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 00.46 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 12.30 น. • 77Kaoded

ชาวบ้านเดินหน้าประชุมหารือกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลังมีการรวมตัวชูป้ายประท้วงและร้องเรียนให้มีการจัดซ่อมถนนเนื่องจากเกิดดินสไลด์ทำให้ถนนถล่มมีความยาวกว่า 800 เมตร และมีชาวบ้านเดือดร้อนไม่น้อยกว่า 200 ครัวเรือนที่ไม่สัญจรไปได้ ขณะที่หลายคนท้อใจเพราะหน่วยงานรัฐได้ฟ้องร้องไปยังผู้ประกอบการขุดดินที่ทำให้ถนนพังยาวนานถึงสี่ปีแต่ยังไม่มีคำตัดสินและคดีไม่คืบ จวรผ่านสื่อร้องไปยังผู้ว่าราชการรวมถึงหน่วยงานภาครัฐให้ลงมาดู แลและแก้ไขปัญหาอย่าง เบื้องต้นมติที่ประชุมลงความเห็นให้มีการสร้างทางเบี่ยงโดยเร่งด่วนแต่ชาวบ้านบอกว่ายังไม่เชื่อใจหน่วยงานเพราะเข็ดกับการถูกหลอกมาหลายครั้ง

วันที่ 25 กรกฎาคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม ที่ว่าการอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน มอบหมายให้ วิวัฒน์ ศรีประทีป ปลัดอำเภอกำแพงแสนจัดประชุมเร่งด่วนร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม สำนักงานจังหวัดนครปฐม กรมโยธาธิการจังหวะดนครปฐม ปภ.นครปฐม ตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐมเขตสาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนราภิรมย์ อำเภอบาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จากกรณี ถนนชำรุดเสียหายจากการสไลด์ของดิน เนื่องจากการขุดดินชิดถนนสาธารณะประโยชน์ ในพื้นที่โดยมีชาวบ้านกว่า 80 คนเข้าร่วมรับฟังการประชุมดังกล่าว

โดยในที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน กรณีถนนชนเสีย จากการสไลด์ของดิน เนื่องจากการขุดดินชิดถนนสาธารณะประโยชน์ ในบริเวณซอยพระมอ ซอย 1 ถึงซอย 3 โดยมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนอย่างหนักกว่า 200 ครัวเรือน เนื่องจากไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ และมีดินสไลด์ตัวระยะทางยาวกว่า 800 เมตร มีความลึกกว่า 40 เมตร ซึ่งชาวบ้านและองค์การบริหารส่วนตำบลนราภิรมย์ได้มีการยื่นเรื่องฟ้องร้องเอาผิดจากผู้ประกอบการขุดดินในพื้นที่ดังกล่าวมาแล้วกว่าสี่ปี แต่เรื่องยังไม่คืบหน้าไปถึงไหน ล่าสุดจึงได้มีชาวบ้านรวมตัวกันชูป้ายเรียกร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้มีการประสานงานในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทั้งชาวบ้านรวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลนราภิรมย์ได้มีการพยายามในการประสานหางบประมาณในการแก้ไขปัญหารวมถึงฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ประกอบการโดยร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานแต่ยังไม่มีความคืบหน้าและช่วงดังกล่าวเป็นช่วงหน้าฝนทำให้เกิดวิกฤตการณ์ในการเดินทางที่ยากลำบากยังเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้งแต่ก็ก็ยังไม่สามารถขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าวได้ จึงนำมาสู่การรวมตัวประท้วงด้วยการชูป้ายและตะโกนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดก็ได้ที่สามารถจะเป็นตัวแทนผลักดันในการแก้ปัญหานี้ให้ลุล่วง

นายสยาม แจ่มกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนราภิรมย์ ได้กล่าวในที่ประชุมว่าสำหรับเรื่องดังกล่าวได้เกิดขึ้นมาแล้วประมาณสี่ปีเศษ ซึ่งพบว่าถนนที่ได้รับความเสียหายเป็นถนนปูนคอนกรีตซึ่งมีความยาวกว่า 800 เมตรโดยได้เกิดความเสียหายลักษณะดินถล่มทรุดตัวลึกถึง 40 เมตรทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปได้โดยต้องใช้วิธีการการเดินทางอ้อมเส้นทางซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และในพื้นที่ดังกล่าวก็ได้เกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลนราภิรมย์ไม่ได้นิ่งเฉยและเป็นตัวแทนในการฟ้องร้องเอาผิดจากผู้ประกอบการในลักษณะที่เป็นการขุดดินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจนทำให้ถนนเกิดความเสียหาย และชาวบ้านหลายคนได้มีการประสานงานสอบถามถึงความคืบหน้าในการหางบประมาณในการจัดซ่อมบำรุงและก่อสร้างถนนขึ้นมาใหม่ซึ่งต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้นิ่งนอนใจมาตั้งแต่ได้รับการร้องเรียนในช่วงของการเกิดเหตุจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งหากมีความคืบหน้าและชัดเจนก็จะสามารถดำเนินการจากเบื้องบนได้ตามหลักการหลัก

ขณะที่นายจตุพร สังวรศิลป์ อายุ 45 ปี ประธานชุมชน สวนเกษตรโชคอนันต์ ซอยพระมอซอย 1 บอกว่าการเกิดเหตุดินสไลด์ทำให้ถนนเสียหายน่าจะไม่ได้เรียกว่าเป็นการยุบตัวแต่เป็นความเสียหายแบบถนนถล่มลงไปที่มีความลึกมาก ซึ่งเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหนึ่งถึงสองครั้ง รวมถึงถนนเองก็ทรุดลงไปหลายครั้ง โดยชาวบ้านได้แจ้งไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลนราภิรมย์หลายครั้งและก็ได้รับการประสานงานจากผู้นำชุมชนกำนันผู้ใหญ่บ้านไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่มีงบประมาณในการจัดซ่อมและจัดสร้าง ซึ่งทราบเรื่องว่าได้มีการฟ้องร้องไปสี่ปี แต่เหมือนทราบเรื่องว่าจะติดอยู่ที่การถูกตีกลับมาตลอดหรือติดด้วยเหตุใดทางด้านกระบวนการทางกฎหมายก็ไม่ทราบ ซึ่งชาวบ้านก็ไม่ดำเนินการหรือไปร้องเรียนที่เนื่องจากไปร้องเรียนมาจนหมดเกือบทุกแห่งแล้ว โดยคำตอบที่ได้รับก็คือเป็นคำพูดที่สวยหรูว่าจะไม่ทอดทิ้งและจะเข้ามาดูแลเป็นอย่างดีจนกระทั่งถึงจุดที่ชาวบ้านเดือดร้อนจริงๆเนื่องจากไม่มีการช่วยเหลือใดใดเข้ามาเลยจึงต้องวอนผ่านสื่อว่าจะร้องผ่านไปยังหน่วยงานใดที่แน่ชัดซึ่งเป็นแม่งานในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

“ผมอยากจะถามสื่อว่าตอนนี้จะให้ผมขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดเพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะไปร้องที่ไหนแล้วโดยชาวบ้านที่มีการร้องเรียนและลงชื่อไปมีประมาณ 50 รายชื่อแต่ในความเป็นจริงมีความเดือดร้อนอยู่ไม่น้อยกว่า 148 ครัวเรือน ชาวบ้านหลายคนได้หนีย้ายออกจากพื้นที่ไปเนื่องจากเข้าบ้านไม่ได้เพราะถนนมีความทรุดโทรม ที่ผ่านมาเราเคยประสบเหตุว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้และมีการแจ้งให้มีเจ้าหน้าที่มาดับเพลิงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มาแล้วแต่ไม่สามารถนำรถวิ่งเข้ามาในเส้นทางได้ทำให้บ้านหลังดังกล่าวเกิดภัยลุกไหม้วอดวายไปทั้งหลัง แล้วอย่างนี้ผมจะสอบถามใครหรือจะช่วยให้ใครมาแก้ปัญหาให้กับทางเราได้ จึงได้ปรากฏคลิปมีชาวบ้านรวมตัวตะโกนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะพวกเราเดือดร้อนจริงๆ” นายจตุพร กล่าว

สำหรับเนื้อหาสรุปในที่ประชุมเบื้องต้นได้มีการดำเนินการแจ้งในการจัดสร้างทางเบี่ยงอย่างเร่งด่วนให้กับชาวบ้านโดยเร็วที่สุดโดยร้องขอไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม และร้องของบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลนราภิรมย์ และของบประมาณผ่านเงินอุดหนุนพิเศษผ่าน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแนวทาง แต่ในขณะเดียวกันชาวบ้านก็ยังมีความไม่มั่นใจว่าผลมติดังกล่าวในที่ประชุมจะนำไปซึ่งการจัดสรรงบประมาณและดำเนินการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างจริงจังจึงขอวอนศาลสื่อให้เป็นกระบอกเสียงแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานทางภาคให้ลงมาช่วยดูและแก้ปัญหาเนื่องจากเป็นปัญหาที่ถูกทิ้งและปล่อยให้เป็นปัญหาเรื้อรังมาอย่างยาวนาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...