โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

โรคกรดไหลย้อน

GedGoodLife

อัพเดต 14 ส.ค. 2567 เวลา 13.30 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2567 เวลา 04.38 น. • GED good life ชีวิตดีดี

บทความโดย ดร. ภก. นิติ สันแสนดี
อาจารย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สุขภาพ

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) เป็นภาวะที่เกิดจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ซึ่งปกติแล้วกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนปลาย (Lower Esophageal Sphincter: LES) จะทำหน้าที่ปิดกั้นไม่ให้น้ำย่อยไหลย้อนกลับ แต่ในผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน จะพบการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อปิดปากหลอดอาหาร ซึ่งจะทำให้เนื้ออาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร ไหลกลับขึ้นไปยังหลอดอาหาร

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อนมีหลายประการ ดังนี้
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น การทานอาหารเผ็ด กระเทียม ผักสดหรือผลไม้เปรี้ยว ทานอาหารมื้อใหญ่ ทานอาหารก่อนนอน ทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานอาหารรสจัด ทานอาหารที่มีไขมันสูง

  • การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่
  • การมีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วน
  • การตั้งครรภ์
  • โรคบางชนิด เช่น โรคหืดหอบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคเบาหวาน
  • ยาบางชนิด เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด ยาต้านซึมเศร้า
  • ปัจจัยพันธุกรรม

อาการ
อาการของโรคกรดไหลย้อนที่พบได้บ่อย ได้แก่ แสบร้อนบริเวณลิ้นปี่หรือหน้าอก มักเกิดหลังรับประทานอาหาร เรอเปรี้ยว เจ็บคอ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ รู้สึกเหมือนมีก้อนในลำคอ คลื่นไส้ อาเจียน เนื่องจากฤทธิ์ของกรดทำให้หลอดอาหารระคายเคืองจนอาจเกิดการอักเสบ เป็นแผลรุนแรงจนตีบ ทำให้กลืนอาหารได้ลำบาก รู้สึกเจ็บ ภาวะแทรกซ้อน หากไม่ได้รับการรักษา โรคกรดไหลย้อนอาจส่งผลต่อสุขภาพ การใช้ชีวิตประจำวัน และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนดังต่อไปนี้ การอักเสบของหลอดอาหาร (esophagitis) แผลในหลอดอาหาร (esophageal ulcer) หลอดอาหารตีบ (esophageal stricture) การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในหลอดอาหาร (Barrett’s esophagus) นอกจากนี้อาจทำให้เกิดโอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร (esophageal cancer)แม้ในปัจจุบันยังพบได้น้อย ซึ่งมะเร็งหลอดอาหาร เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุดของโรคกรดไหลย้อน เกิดขึ้นเมื่อเซลล์ในหลอดอาหารมีการเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้อร้าย มักพัฒนาในผู้ป่วย Barrett’s esophagus ซึ่งเป็นภาวะที่เซลล์ในเยื่อบุหลอดอาหารส่วนล่างเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่คล้ายกับเซลล์ในลำไส้เล็ก

การรักษา
การรักษาโรคกรดไหลย้อนมักจะเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ดังนี้ หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน เช่น อาหารรสจัด อาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่มีคาเฟอีน ช็อกโกแลต แอลกอฮอล์ ทานอาหารมื้อเล็ก ๆ บ่อย ๆ แทนการทานอาหารมื้อใหญ่ ทานอาหารก่อนนอน 3-4 ชั่วโมง รักษาให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่ ยกศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อยขณะนอนหลับ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตไม่เพียงพอ แพทย์อาจสั่งยาเพื่อรักษาโรค เช่น ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะอาหาร ยาขับลม ในบางราย แพทย์อาจแนะนำให้ใช้การรักษาอื่น ๆ เช่น การผ่าตัด

การป้องกัน
การป้องกันโรคกรดไหลย้อนสามารถทำได้โดย รักษาให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน ทานอาหารมื้อเล็ก ๆ บ่อย ๆ แทนการทานอาหารมื้อใหญ่ ทานอาหารก่อนนอน 3-4 ชั่วโมง ยกศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อยขณะนอนหลับ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

สรุป
โรคกรดไหลย้อนเป็นภาวะเรื้อรังที่พบบ่อย สามารถรักษาให้หายได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต หรือใช้ยาแก้กรดไหลย้อนหากจำเป็น การป้องกันโรคกรดไหลย้อนสามารถทำได้โดยรักษาให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน

เอกสารอ้างอิง

Fugit RV and Berardi RR. Upper gastrointestinal disorders. In Alldredge, BK et al. editors. KodaKimble and Young’s Applied Therapeutics: the Clinical Use of Drugs. 10th ed. Philadelphia: Lippincott Williams and Wilkins. 2013.

Koufman JA. The otolaryngologic manifestations of gastroesophageal reflux disease (GERD): a clinical investigation of 225 patients using ambulatory 24-hour pH monitoring and an experimental investigation of the role of acid and pepsin in the development of laryngeal injury. Laryngoscope 1991;101(4 pt 2 Suppl 53):1-78.

Love BL and Thoma MN. Peptic ulcer disease. In Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC et al. eds. Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach. 9 th ed. New York: The McGraw-Hill companies, Inc. 2014.

May DB and Rao SSC. Gastroesophageal reflux disease. In Dipiro JT, Talbert RL, Yee GC et al. eds. Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach. 9 th ed. New York: The McGraw-Hill companies, Inc. 2014.

Wallace JL and Sharkey KA. Pharmacotherapy of gastric acidity, peptic ulcers, and gastroesophageal reflux disease. In Brunton LL editor. Goodman & Gilman’s The Pharmacological Basis of Therapeutics. 12th ed. New Yotk: The McGraw-Hill companies, Inc. 2011. p 1309-1322.

World Health Organization.Classification of Diseases (ICD). Available at: https://icd.who.int/browse10/2019/en#/XI.Accessed June 12,2024.

คณะกรรมการผู้จัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการ ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนในประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหล ย้อนในประเทศไทย พ.ศ. 2563 (Thailand GERD guideline 2020). กรุงเทพฯ:สมาคมประสาททาง เดินอาหารและการเคลื่อนไหว; 2563.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...