ทุ่งน้ำแข็งในอลาสก้ากำลังละลาย ด้วยความเร็ว 200,000 ลิตร/วิ
ทุ่งน้ำแข็งในจูโนของอลาสก้า (Alaska’s Juneau Icefield) กำลังละลายในอัตราที่น่าตกใจด้วยปริมาณเกือบ 200,000 ลิตรต่อวินาที นักวิทยาศาสตร์ชี้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้สูญเสียปริมาตรของมันไปแล้วเกือบ 6 ล้านลูกบาศก์เมตรในแต่ละปี
ทุ่งน้ำแข็งจูโนเป็นทุ่งน้ำแข็งที่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,900 ตารางกิโลเมตร โดยกินพื้นที่ตั้งแต่บริตัชโคลัมเบียทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคนาดา ทอดยาวไปจนถึงทางตะวันออกเฉียงใต้ของอลาสก้า ซึ่งมีธารน้ำแข็งมากกว่า 1,000 แห่งอยู่ในนั้นมานานหลายพันปี แต่ในตอนนี้ทุ่งน้ำแข็งจูโนต้องเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหญ่
งานวิจัยใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications ได้ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีระดับการละลายที่น่าตกใจ และดูเหมือนว่าจะเร่งตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2020 ทุ่งน้ำแข็งจูโนได้สูญเสียปริมาตรไปแล้ว 5,835,454,555 ลูกบากศ์เมตรต่อปี โดยที่น้ำกำลังไหลออกด้วยความเร็ว 189,270.6 ลิตรต่อวินาที ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
“ถ้าเราลดคาร์บอน เราก็มีความหวังมากขึ้นที่จะรักษามวลน้ำแข็งอันน่ามหัศจรรย์เหล่านี้ไว้” Bethan Davies นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล กล่าว “ยิ่งเราใส่คาร์บอนเข้าไปมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเสี่ยงที่จะกำจัดพวกมันออกไปโดยถาวร และไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนได้มากขึ้นเท่านั้น”
หากนับตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นช่วงที่มนุษยชาติเริ่มปล่อยความร้อนส่วนเกิน ทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้ก็ค่อย ๆ ละลายไปแล้วราว 1 ใน 4 ของปริมาตรทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คืออัตราการละลายนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแค่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ตัวเลขดังกล่าวเป็นแนวโน้มที่น่ากังวลอย่างยิ่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ซึ่งเกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินที่มาจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้อาร์กติกหรือขั้วโลกเหนือ ‘ร้อน’ เร็วกว่าที่อื่นของโลกเกือบ 4 เท่า และในเฉพาะอลาสก้าเองก็มีอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 1.56°C แล้ว
“ในปี 1981 การขึ้นหรือลงธารน้ำแข็ง(ที่อยู่ในทุ่งน้ำแข็งจูโน)ไม่ใช่เรื่องยากอะไร” Mauri Pelto นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม กล่าว “คุณแค่เพียงปีนขึ้นไปแล้วก็สามารถเล่นสกีลงไปตามด้านล่าง หรือเดินป่าตรงปลายธารน้ำแข็งเหล่านี้ก็ได้”
แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันนี้ ธารน้ำแข็งกลับถูกล้อมรอบโดยทะเลสบายซึ่งเกิดจากธารน้ำแข็งที่ละลายแล้ว ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างยิ่งสำหรับกิจกรรมของมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าในระหว่างปี 1770 ถึง 2019 ธารน้ำแข็งทุกแห่งในจูโนมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมี 4 แห่งที่ละลายไปจนหมด และทำให้เกิดทะเลสาบใหม่อย่างน้อย 50 แห่ง
การละลายเหล่านี้อาจทำให้เกิดผลย้อนกลับที่เลวร้ายกว่าเดิม หรือก็คือไปทำให้น้ำแข็งละลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งยิ่งน้ำแข็งถูกละลายมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็จะทำให้น้ำแข็งที่เหลืออยู่ถูกละลายเร็วมากขึ้นเท่านั้น และนักวิทยาศาสตร์กังวลว่าอาจนำไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้
“ข้อเสนอแนะที่ประมวลผลชุดที่เคลื่อนไหวมีแนวโน้มที่จะป้องกันไม่ให้ธารน้ำแข็งเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต” Davies กล่าว “ซึ่งอาจผลักดันให้ธารน้ำแข็งไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้”
งานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้วในวารสาร Science Projects ระบุว่าหากโลกยังคงร้อนไปในแนวโน้มนี้ ธารน้ำแข็งประมาณ 104,000 แห่งหรือครึ่งหนึ่งของโลก อาจหายไปภายในสิ้นศตวรรษนี้
ที่มา
https://www.nature.com/articles/s41467-024-49269-y
https://www.washingtonpost.com/…/02b31906-3884-11ef…
https://www.smithsonianmag.com/…/alaskas-juneau…/
https://www.nytimes.com/…/alaska-juneau-icefield…
Photo : Bethan Davies