โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุ่งน้ำแข็งในอลาสก้ากำลังละลาย ด้วยความเร็ว 200,000 ลิตร/วิ

Environman

เผยแพร่ 16 ก.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

ทุ่งน้ำแข็งในจูโนของอลาสก้า (Alaska’s Juneau Icefield) กำลังละลายในอัตราที่น่าตกใจด้วยปริมาณเกือบ 200,000 ลิตรต่อวินาที นักวิทยาศาสตร์ชี้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้สูญเสียปริมาตรของมันไปแล้วเกือบ 6 ล้านลูกบาศก์เมตรในแต่ละปี

ทุ่งน้ำแข็งจูโนเป็นทุ่งน้ำแข็งที่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,900 ตารางกิโลเมตร โดยกินพื้นที่ตั้งแต่บริตัชโคลัมเบียทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคนาดา ทอดยาวไปจนถึงทางตะวันออกเฉียงใต้ของอลาสก้า ซึ่งมีธารน้ำแข็งมากกว่า 1,000 แห่งอยู่ในนั้นมานานหลายพันปี แต่ในตอนนี้ทุ่งน้ำแข็งจูโนต้องเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหญ่

งานวิจัยใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications ได้ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีระดับการละลายที่น่าตกใจ และดูเหมือนว่าจะเร่งตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2020 ทุ่งน้ำแข็งจูโนได้สูญเสียปริมาตรไปแล้ว 5,835,454,555 ลูกบากศ์เมตรต่อปี โดยที่น้ำกำลังไหลออกด้วยความเร็ว 189,270.6 ลิตรต่อวินาที ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

“ถ้าเราลดคาร์บอน เราก็มีความหวังมากขึ้นที่จะรักษามวลน้ำแข็งอันน่ามหัศจรรย์เหล่านี้ไว้” Bethan Davies นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล กล่าว “ยิ่งเราใส่คาร์บอนเข้าไปมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเสี่ยงที่จะกำจัดพวกมันออกไปโดยถาวร และไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนได้มากขึ้นเท่านั้น”

หากนับตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นช่วงที่มนุษยชาติเริ่มปล่อยความร้อนส่วนเกิน ทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้ก็ค่อย ๆ ละลายไปแล้วราว 1 ใน 4 ของปริมาตรทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คืออัตราการละลายนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแค่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ตัวเลขดังกล่าวเป็นแนวโน้มที่น่ากังวลอย่างยิ่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ซึ่งเกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินที่มาจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้อาร์กติกหรือขั้วโลกเหนือ ‘ร้อน’ เร็วกว่าที่อื่นของโลกเกือบ 4 เท่า และในเฉพาะอลาสก้าเองก็มีอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว 1.56°C แล้ว

“ในปี 1981 การขึ้นหรือลงธารน้ำแข็ง(ที่อยู่ในทุ่งน้ำแข็งจูโน)ไม่ใช่เรื่องยากอะไร” Mauri Pelto นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม กล่าว “คุณแค่เพียงปีนขึ้นไปแล้วก็สามารถเล่นสกีลงไปตามด้านล่าง หรือเดินป่าตรงปลายธารน้ำแข็งเหล่านี้ก็ได้”

แต่อย่างไรก็ดีในปัจจุบันนี้ ธารน้ำแข็งกลับถูกล้อมรอบโดยทะเลสบายซึ่งเกิดจากธารน้ำแข็งที่ละลายแล้ว ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างยิ่งสำหรับกิจกรรมของมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าในระหว่างปี 1770 ถึง 2019 ธารน้ำแข็งทุกแห่งในจูโนมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมี 4 แห่งที่ละลายไปจนหมด และทำให้เกิดทะเลสาบใหม่อย่างน้อย 50 แห่ง

การละลายเหล่านี้อาจทำให้เกิดผลย้อนกลับที่เลวร้ายกว่าเดิม หรือก็คือไปทำให้น้ำแข็งละลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งยิ่งน้ำแข็งถูกละลายมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็จะทำให้น้ำแข็งที่เหลืออยู่ถูกละลายเร็วมากขึ้นเท่านั้น และนักวิทยาศาสตร์กังวลว่าอาจนำไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

“ข้อเสนอแนะที่ประมวลผลชุดที่เคลื่อนไหวมีแนวโน้มที่จะป้องกันไม่ให้ธารน้ำแข็งเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต” Davies กล่าว “ซึ่งอาจผลักดันให้ธารน้ำแข็งไปสู่จุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้”

งานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้วในวารสาร Science Projects ระบุว่าหากโลกยังคงร้อนไปในแนวโน้มนี้ ธารน้ำแข็งประมาณ 104,000 แห่งหรือครึ่งหนึ่งของโลก อาจหายไปภายในสิ้นศตวรรษนี้

ที่มา

https://www.nature.com/articles/s41467-024-49269-y

https://www.washingtonpost.com/…/02b31906-3884-11ef…

https://www.smithsonianmag.com/…/alaskas-juneau…/

https://www.nytimes.com/…/alaska-juneau-icefield…

Photo : Bethan Davies

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...