1 พ.ค. วันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างทุกคนต้องได้หยุด! ถ้าทำงานต้องได้ “ค่าจ้าง” เพิ่มอีก 1 แรง
ทุกวันที่ 1 พ.ค.ของทุกปี เป็น “วันหยุด” วันแรงงานแห่งชาติ (National Labour Day) ซึ่งเป็นวันสำคัญของพี่น้องคนใช้แรงงาน กำลังหลักสำคัญในการผลักดันและพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ
วันแรงงานเป็นวันหยุดตามกฎหมาย ที่แรงงานทุกคนต้องได้หยุดทำงานในวันดังกล่าว ไม่นับรวม “ข้าราชการ” เพราะไม่ได้ถูกนับเป็น "แรงงาน" ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์
วันหยุด วันแรงงานแห่งชาติ ใครบ้าง? ได้หยุด
ข้อมูลจาก เพจกฎหมายแรงงาน โดยรองศาสตราจารย์ตรีเนตร สาระพงษ์ เผยแพร่ให้ความรู้ไว้ว่า กรณีวันหยุดแรงงาน แต่นายจ้างกลับไม่จัดให้ลูกจ้างหยุด หรือลูกจ้างมีความจำเป็นต้องทำงาน ต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่ม 1 แรง ทั้งรายวันและรายเดือน โดยที่ไม่สามารถเลื่อนให้ “ลูกจ้าง” ไปหยุดวันอื่นได้
ทั้งนี้ หาก “ลูกจ้าง” ไม่มาทำงาน นายจ้างจะไม่จ่ายค่าจ้างให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรายวัน หรือรายเดือน แรงงานไทย แรงงานต่างด้าว จะอ้างว่าเป็นวันแรงงาน ซึ่งเป็นวันหยุดไม่ได้เช่นกัน เพราะตามกฎหมายมาตรา 29 กำหนดว่า "ให้นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด" ซึ่งรัฐมนตรีประกาศให้วันแรงงาน คือ วันที่ 1 พฤษภาคม
นั่นหมายความว่า กฎหมายบังคับให้ต้องจัดให้วันแรงงานเป็นวันหยุดตามประเพณี ไม่จัดไม่ได้ หากไม่จัดให้หยุดมาตรา 146 กำหนดให้นายจ้างผู้ซึ่งไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29 ต้องระวางโทษทางอาญา ซึ่งลูกจ้างสามารถร้องต่อแรงงาน โดยไม่เปิดเผยชื่อนามสกุลของผู้ร้องได้ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในเขตพื้นที่
ไม่ได้หยุด วันแรงงาน ต้องได้ค่าจ้างเพิ่ม
ส่วนกรณีมีปัญหาว่าหากนายจ้างจัดให้หยุดแล้ว นายจ้างจะอ้างว่าเมื่อไม่มาทำงานก็ไม่จ่ายค่าจ้าง หรือ no work no pay ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ ต้องจ่ายค่าจ้างเพราะมาตรา 56 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างทั้งรายวันและรายเดือนใน "วันแรงงาน" ซึ่งเป็นวันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี (ลาพักร้อน) เช่นกัน
รองศาสตราจารย์ตรีเนตร ยังระบุว่า หากนายจ้างให้มาทำงานในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันแรงงาน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มอีก 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ (ตามมาตรา 61)
“เช่น ลูกจ้างทำงานได้ค่าจ้างวันละ 400 บาท นายจ้างต้องจัดให้หยุดวันแรงงานโดยไม่ต้องมาทำงาน หากนายจ้างให้มาทำงานในวันแรงงานจะต้องจ่าย 1 เท่า คือ 400 บาท เท่ากับว่าถึงเวลาจ่ายค่าจ้างต้องได้ 800 บาท"
และหากนายจ้างให้ทำงานนอกเหนือหรือเกินเวลาทำงาน หรือการทำงานล่วงเวลา (OT) ในวันแรงงานซึ่งตามกฎหมายเป็นวันหยุดตามประเพณี นายจ้างจะต้องจ่ายค่าล่วงเวลา 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ (มาตรา 63)
“จากตัวอย่างเดิม ลูกจ้างทำงานได้วันละ 400 บาท หากนายจ้างให้มาทำงานนอกเวลางานปกติ หรือทำงานล่วงเวลาจำนวน 3 ชั่วโมง ก็ต้องจ่าย 3 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมง ซึ่งต้องนำ 400 บาท มาหาร 8 ชั่วโมงอันเป็นเวลาทำงานปกติ จะได้ชั่วโมงละ 50 บาท คูณ 3 เท่า จะได้ 150 บาท หากทำงาน 3 ชั่วโมงในวันแรงงานจะต้องได้เงิน 450 บาทต่อชั่วโมง"
อย่างไรก็ตาม มีนายจ้างที่ไม่ให้หยุดวันแรงงาน และให้ไปหยุดวันอื่นชดเชยแทน ตอบแบบฟันธงเลยว่า ทำไม่ได้ เพราะกฎหมาย "บังคับให้หยุดวันแรงงาน" คือวันที่ 1 พฤษภาคม ส่วนอีก 12 วันเลือกจากวันหยุดราชการ วันหยุดทางศาสนา วันหยุดตามประเพณีท้องถิ่นได้ จึงเท่ากับว่าวันแรงงานกฎหมาย "บังคับ" และ "ล็อก" วันแรงงานเอาไว้ในประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง วันแรงงานแห่งชาติ
ทั้งนี้ มีงานตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 4 ที่ให้เลื่อนไปหยุดวันอื่นได้ ได้แก่ งานในกิจการโรงแรม สถานมหรสพ ร้านขายอาหาร ร้ายขายเครื่องดื่ม สโมสร สมาคม สถานพยาบาล และสถานบริการการท่องเที่ยว งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร งานขนส่ง และงานที่มีลักษณะหรือสภาพ ของงานต้องทำติดต่อกัน ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน.
ที่มา : เพจกฎหมายแรงงาน
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 1 พ.ค. วันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างทุกคนต้องได้หยุด! ถ้าทำงานต้องได้ “ค่าจ้าง” เพิ่มอีก 1 แรง
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
- “เซีย” หวังรัฐบาลชัดเจนขึ้นค่าแรงวันแรงงาน ย้อนคำนายกฯ เคยพูด ไม่พอซื้อไข่ไก่
- 1 พ.ค. วันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างทุกคนต้องได้หยุด! ถ้าทำงานต้องได้ “ค่าจ้าง” เพิ่มอีก 1 แรง
- ลูกจ้างต้องรู้ ทำงานวันแรงงาน นายจ้างต้องจ่าย 2 เท่า ย้ายวันหยุดไม่ได้
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath