โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ชวนรู้จักโพสไบโอติก (Postbiotic) ตัวช่วยเสริมสุขภาพจากจุลินทรีย์มีประโยชน์

อาวุโส โซไซตี้

เผยแพร่ 30 ก.ค. 2565 เวลา 16.36 น. • อาวุโสโซไซตี้
ชวนรู้จักโพสไบโอติก (Postbiotic) ตัวช่วยเสริมสุขภาพจากจุลินทรีย์มีประโยชน์

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า โพสไบโอติก (Postbiotic) ผ่านหูกันมาบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าโพสไบโอติกอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ดีต่อสุขภาพลำไส้ บรรเทาอาการในระบบทางเดินอาหารหรือย่อยอาหาร รวมถึงป้องกันการติดเชื้อในร่างกาย

หากพูดถึงโพสไบโอติกแล้ว คงไม่พูดถึง “โพรไบโอติก (Probiotic)” และ “พรีไบโอติก (Prebiotic)” ไม่ได้ เพราะแม้คำจะดูคล้ายกันและชวนให้สับสน แต่จริง ๆ แล้ว 3 สิ่งนี้มีความหมายที่ต่างกัน บทความนี้จะมาช่วยไขข้อสงสัย คลายความสับสน และเตรียมความพร้อมก่อนรับประทานโพสไบโอติก

โพสไบโอติกคืออะไร

ก่อนอื่นเราต้องรู้ความหมายของโพรไบโอติกและพรีไบโอติกเสียก่อน โดยโพรไบโอติกนั้นคือ เชื้อแบคทีเรียชนิดดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน หรือลดปัญหาในระบบทางเดินอาหารและย่อยอาหาร

ส่วนพรีไบโอติกเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของแบคทีเรียชนิดดี ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแบคทีเรียชนิดดังกล่าว

ในขณะที่โพสไบโอติกคือ สารทางชีวภาพที่ถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการย่อยอาหารของเชื้อแบคทีเรียชนิดดี หรือจะเรียกว่าเป็นของเสียจากเชื้อแบคทีเรียก็ไม่ผิดนัก ยกตัวอย่างเช่น กรดไขมันสายสั้น เอนไซม์ วิตามิน กรดอะมิโน สารเอ็กโซพอลิแซ็กคาไรด์ (Exopolysaccharide: EPS) รวมถึงส่วนผสมที่มาจากส่วนประกอบของตัวแบคทีเรียเอง

โดยอาหารที่อาจช่วยให้แบคทีเรียชนิดดีสร้างโพสไบโอติกมากขึ้นก็เช่น กิมจิ ผักดอง ซุปมิโสะ คอทเทจชีส บัตเตอร์มิลค์ เทมเป้ โยเกิร์ต Kombucha หรือชาหมัก และอาหารที่มีใยอาหารสูงอย่างกระเทียมหรือหัวหอม

ประโยชน์ของโพสไบโอติก

ด้วยความที่โพสไบโอติกเกี่ยวข้องกับโพรไบโอติก คุณประโยชน์ที่ได้จึงคล้ายคลึงกันอย่างมาก ทว่าโพสไบโอติกอาจมีความเสี่ยงต่ำกว่าการรับประทานโพรไบโอติก เนื่องจากเป็นเพียงผลผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่ตัวเชื้อแบคทีเรียที่หากรับประทานในปริมาณมากขึ้นอาจส่งผลให้ท้องอืดหรือท้องเสีย

โดยตัวอย่างประโยชน์ของโพสไบโอติกที่มีการศึกษาค้นคว้ากันในปัจจุบันจะมีดังนี้

  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย บรรเทาอาการจากโรคภูมิแพ้
  • บรรเทาอาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย
  • ป้องกันการอักเสบและการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ในร่างกาย
  • ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เช่น รักษาอาการโคลิคในเด็ก ช่วยลดน้ำหนัก ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยในการผลิตฮอร์โมนออกซิโทซินอันมีส่วนช่วยในการคลอดลูก และต่อต้านมะเร็ง

คุณประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เหล่านี้ยังจำเป็นต้องรอการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อรับรองประสิทธิภาพและเพิ่มความมั่นใจในการรับประทานโพสไบโอติกยิ่งขึ้นไป จึงไม่ควรนำมาใช้รักษาหรือป้องกันโรคใด ๆ ก็ตาม

โพสไบโอติกกับข้อควรระวัง

โดยทั่วไป การรับประทานโพสไบโอติกมักไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อคนทั่วไปที่มีสุขภาพดี แต่การรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติกเพื่อหวังเพิ่มปริมาณโพสไบโอติกอาจนำมาซึ่งผลข้างเคียง เช่น มีแก๊สในระบบทางเดินอาหาร ท้องอืด หรือไม่สบายท้อง ซึ่งอาการเหล่านี้อาจหายไปเองเมื่อร่างกายปรับตัวได้

โดยเด็ก ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ และผู้ที่ประวัติทางสุขภาพ อาทิ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเมื่อไม่นานมานี้ หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีโพรไบโอติกสูง เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือมีผลข้างเคียงมากขึ้น

ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวบางประการหรือใช้ยารักษาโรคใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโพสไบโอติกและโพรไบโอติก มิฉะนั้นอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

โพสไบโอติกเป็นเพียงตัวช่วยเสริมสุขภาพเท่านั้น ไม่ควรใช้เพื่อรักษาหรือป้องกันโรคใด ๆ และอย่าลืมว่า การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มีใยอาหารสูง ร่วมกับการดูแลสุขภาพในด้านอื่น ๆ ก็มักเพียงพอให้แบคทีเรียในลำไส้เติบโตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากพบความผิดปกติในร่างกายก็ควรไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : พบแพทย์ (pobpad.com)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...