โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วุ่นวายระดับโลก! ศึกเดอะแมตซ์ แมนฯ ยู-ลิเวอร์พูล ผู้จัดอ่วม-แฟนบอลเซ็ง/บทความพิเศษ ศัลยา ประชาชาติ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 ก.ค. 2565 เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2565 เวลา 03.00 น.

บทความพิเศษ

ศัลยา ประชาชาติ

วุ่นวายระดับโลก!

ศึกเดอะแมตซ์ แมนฯ ยู-ลิเวอร์พูล

ผู้จัดอ่วม-แฟนบอลเซ็ง

เริ่มใกล้การแข่งขันเข้ามาทุกที กับฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไทย “THE MATCH BANGKOK CENTURY CUP 2022” ระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับทีมลิเวอร์พูล ที่จะระเบิดศึกในวันที่ 12 กรกฎาคม ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ว่ากันว่า “ศึกแดงเดือด” ครั้งนี้ใช้งบฯ ลงทุนในการจัดกว่า 1,000 ล้านบาท และเป็นแมตซ์ใหญ่ของวงการฟุตบอล โดยงานนี้ “เฟรชแอร์ เฟสติวัล” ผู้จัดถึงขนาดว่าต้องเพิ่มที่นั่งเข้ามาเสริมความจุของสนามอีก 10,000 ที่นั่ง จากปกติความจุเดิม 49,000 ที่นั่ง เป็น 59,000 ที่นั่ง และมีการแบ่งเป็นโซนที่นั่งของกองเชียร์ทั้งสองทีมเท่าๆ กัน

แมตช์ประวัติศาสตร์นี้เริ่มเปิดขายบัตรผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ส่วนราคาบัตรเข้าชมมี 7 ราคา ต่ำสุดที่ 5,000 บาท และขยับขึ้นไป 7,000 บาท 12,000 บาท 15,000 บาท 20,000 บาท 22,000 บาท และ 25,000 บาท

แม้แฟนปีศาจแดง-หงส์แดง รวมถึงคอฟุตบอลจำนวนไม่น้อยที่บ่นว่า “ตั๋วแพง” และมีการเปรียบเทียบกับการเตะแมตช์พิเศษ ลิเวอร์พูล และคริสตัล พาเลซ ที่สิงคโปร์ ซึ่งเตะหลังศึกเดอะแมตช์ฯ เพียง 3 วัน ที่ราคาตั๋วถูกกว่าศึกแดงเดือดในไทยกว่าเท่าตัว โดยตั๋วราคาต่ำสุดคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,800 บาท ส่วนแพงสุดประมาณ 7,500 บาทเท่านั้นเอง

แต่ด้วยชื่อทีม-ชื่อชั้นนักเตะที่ล้วนแล้วแต่ระดับพระกาฬ และไม่ต้องเสียเงินมหาศาลบินไปดูถึงอังกฤษ ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยที่ยอมควักกระเป๋าจ่าย

แม้การขายตั๋วจะออกอาการอืดๆ อยู่บ้าง แต่ตั๋วราคา 5,000-15,000 บาท และ 25,000 บาท ถูกจับจองไปเกลี้ยง

ขณะที่ตั๋วราคา 20,000 บาท ที่ยังไม่หมด และขายได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น และแน่นอนว่า ในจำนวนนี้ยังไม่นับรวมตั๋วอีกจำนวนหนึ่งที่บรรดาสปอนเซอร์นำไปจัดกิจกรรมกับลูกค้า เช่น เอไอเอส, กรุงไทย แอ็กซ่า, เอสเอฟ เป็นต้น

นี่คือความเสี่ยง ที่ผู้จัดจะต้องเร่งแก้เกมโดยด่วน

และนั่นอาจจะเป็นที่มาของการงัดกลยุทธ์ “ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง” ที่เฟรชแอร์ฯ ตัดสินใจดึง “แจ็คสัน หวัง” ศิลปินชื่อดังแห่งวง GOT7 ที่มีแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนมาก มาร่วมแสดงคอนเสิร์ตก่อนการแข่งขัน 1 ชั่วโมง

และเป็นที่มาของจุดเริ่มต้นของเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า ศึกแดงเดือดบัตรขายไม่หมด จนต้องดึง “แจ็คสัน หวัง” มาแสดงคอนเสิร์ตเพื่อดึงให้แฟนคลับมาช่วยซื้อตั๋วที่ยังเหลืออีกหลายที่นั่ง

ความเคลื่อนไหวในการเดินหมากของเฟรชแอร์ฯ ดังกล่าวก็ทำให้บัตรโซนราคา 20,000 บาท กลับขายได้อีกครั้ง จนเหลือตั๋วอยู่ไม่ถึง 1,000 ที่นั่ง

ถัดมาอีกไม่นาน และแล้วก็เกิดกระแสดราม่าขึ้นอีกครั้ง “พิมรี่พาย-พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์” แม่ค้าออนไลน์คนดัง เปิดไลฟ์ขายบัตรศึกแดงเดือดผ่านเพจ “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” ชนิดยอมขาดทุน และขายถูกกว่าราคาหน้าตั๋วถึง 4,000-5,000 บาท

“พิมรี่พาย” ระบุว่า ได้ทุ่มเงินกว่า 400 ล้านบาท เพื่อซื้อบัตรศึกแดงเดือดมาขายจำนวน 20,000 ใบ ซึ่งเป็นการจำหน่ายต่อในราคาต่ำกว่าราคาจริงบนเว็บไซต์ บัตร 20,000 บาท ขาย 15,000 บาท บัตร 15,000 บาท ขาย 11,000 บาท พร้อมยังบอกอีกว่าผู้ซื้อบัตรสามารถนำบัตรไปกินข้าวกับนักฟุตบอล และแจ็คสัน หวัง รวมถึงเข้าชมการซ้อมของนักเตะของทั้งสองทีมได้ด้วย

งานนี้ ร้อนถึง “วินิจ เลิศรัตนชัย” คีย์แมนคนสำคัญของเฟรชแอร์ฯ ต้องออกโรงปฏิเสธการรู้เห็นทันที พร้อมทั้งยืนยัน ไม่มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมวันซ้อมคอนเสิร์ต และไม่มีการจัดมื้อพิเศษกับนักฟุตบอลทั้งสองสโมสร รวมถึงแจ็คสัน หวัง

“วินิจ” ชี้แจงว่า บัตรในส่วนที่พิมรี่พายเอาไปขาย คือบัตรโควต้าของ 2 ทีม แมนฯ ยูและลิเวอร์พูล เป็นบัตรที่กันไว้ให้ทีมเอาไปขายแฟนบอลต่างประเทศ และเมื่อเหลือตีกลับมาที่เฟรชแอร์ฯ บัตรส่วนนี้ไม่ได้ถูกขายในระบบไทยทิคเก็ตเมเจอร์ตั้งแต่แรก เป็นจังหวะเดียวกับที่พิมรี่พายติดต่อขอซื้อบัตร จึงขายให้ในราคาเต็ม ส่วนพิมรี่พายจะนำไปลดราคาเป็นสิทธิ์ของเขา ถือเป็นกลไกการตลาด

แน่นอนว่า กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นได้สร้างความไม่พอใจและข้องใจสำหรับแฟนบอลหลายคนที่เข้าคิวซื้อบัตรตั้งแต่วันแรก แต่ไม่ได้สิทธิพิเศษการเข้าชมการซ้อมของนักเตะขวัญใจ และแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมพิมรี่พายถึงได้บัตรมามากขนาดนั้น และเรียกร้องให้ผู้จัดงานแสดงความรับผิดชอบ

ก่อนที่กระแสดราม่าจะบานปลาย 2 สโมสรดัง ลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้มีความเคลื่อนไหวในการออกแถลงการณ์เรื่องตั๋วในเวลาไล่เลี่ยกัน

โดยทีมปีศาจแดงระบุในแถลงการณ์ว่า “…สโมสรไม่เคยอนุมัติการขายบัตรในรูปแบบดังกล่าว รวมทั้งไม่มีส่วนร่วมในรายละเอียดการขาย ที่นำไปสู่การเข้าใจผิด ถึงแม้ว่าบัตรเข้าชมการแข่งขันเหล่านั้นคือของแท้ก็ตาม นอกจากนั้น สโมสรไม่เคยทำข้อตกลงให้นักเตะร่วมรับประทานอาหารค่ำกับผู้โชคดี”

เช่นเดียวกับ “หงส์แดง” ดับเบิ้ลแชมป์แห่งพรีเมียร์ลีก ทีมล่าสุด ที่ประกาศว่า “…เราไม่อนุมัติการจำหน่ายในครั้งนี้ หรือยอมรับในรูปแบบของเนื้อหาในการจำหน่ายบัตรในครั้งนี้ ที่เป็นการชี้นำให้เข้าใจผิด ถึงแม้ว่าบัตรเข้าชมการแข่งขันจะเป็นของจริงก็ตาม แต่จะไม่มีการรับประทานอาหารค่ำที่ผู้โชคดีจะได้พบกับนักเตะชุดใหญ่ของทีม”

ตามมาด้วยการแสดงความรับผิดชอบของ “วินิจ” ในฐานะผู้จัดศึกแดงเดือด ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ที่ระบุว่า “…เรื่องที่เกิดขึ้นตนขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว”

“ตนเริ่มเจอดราม่ามาตั้งแต่เริ่มจัดงาน ทั้งเรื่องงบประมาณจากภาคส่วนความคิดที่สบประมาทต่างๆ จนเกือบถอดใจ และสิ่งที่ตัดสินใจทำงานนี้ เพราะเป็น match เกินฝัน จึงต้องการสร้างมาตรฐานใหม่และยกระดับการจัดงานอีเวนต์ ทั้งผมและทีมงานเต็มที่กับการจัดงานครั้งนี้ แม้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้ รู้อย่างเดียวคือ เดินหน้าจัดงาน THE MATCH BANGKOK CENTURY CUP 2022 ให้ดีและออกมาสมบูรณ์ที่สุด”

หากย้อนกลับไปก่อนหน้า “วินิจ” เคยกล่าวถึงความมุ่งมั่นใจการจัดศึกแดงเดือดครั้งนี้ว่า

“…การพบกันของลิเวอร์พูลกับแมนฯ ยูครั้งนี้ถือเป็นศึกแดงเดือดนอกเกาะอังกฤษ ครั้งแรกในเอเชีย และครั้งที่ 2 ของโลก ในชีวิตหนึ่งทำได้ครั้งเดียว จากนั้นไม่รู้ใครจะได้ทำอีก จึงยอมเสี่ยง ยอมให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และที่สำคัญค่าบัตรเข้าชมฟุตบอล ทุกคนจะต้องเข้าถึงได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

นอกจากนี้ เขายังวาดหวังด้วยว่า แมตช์ประวัติศาสตร์แมตช์นี้ จะช่วยดึงนักท่องเที่ยวจากหลายๆ ประเทศเข้ามาได้ และเชื่อว่าจะเป็น soft power ให้กับประเทศไทยได้ และนอกจากการแข่งขันในสนามแล้ว ยังมีการถ่ายทอดสดเกมนี้ไป 145 ประเทศทั่วโลกด้วย

แต่ดูเหมือนตลอดเส้นทางที่ยิ่งนานวัน กระแสดราม่ามุมต่างๆ ก็ยิ่งวุ่นวายหนักขึ้นเรื่อยๆ

ยังต้องลุ้นกันต่อไปว่า ศึกแดงเดือด แมตช์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้จะมีดราม่าอะไรตามมาอีกหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...