ลอบเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ 16 จุด ทั่ว จ.ปัตตานี
ป่วนทั่วจังหวัด คนร้ายลอบวางเพลิงเผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ 16 จุด ใน 7 อำเภอ ของจ.ปัตตานี ตำรวจเชื่อต้องการสร้างสถานการณ์เพราะใกล้เลือกตั้ง
.
วันที่ 12 พ.ค. 66 เวลา 22.00 น. คืนที่ผ่านมา(11 พ.ค.) พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้รับรายงานว่า มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนตระเวนลอบวางเพลิงเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ และเผายางรถ ในพื้นที่หลายอำเภอจังหวัดปัตตานีกว่า 10 จุด จนได้รับความเสียหาย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าว ด้วยความระมัดระวังเกรงว่าคนร้ายจะก่อเหตุซ้ำซ้อน และให้ทำการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุทุกจุด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้ก่อเหตุในพื้นที่ 7 อำเภอ จำนวน 16 จุด
.
โดยพื้นที่ก่อเหตุแบ่งเป็น อำเภอเมืองปัตตานี จำนวน 3 จุด, อำเภอหนองจิก 5 จุด, อ.ยะรัง จำนวน 2 จุด, อ.โคกโพธิ์ จำนวน 2 จุด, อ.ยะหริ่ง จำนวน 1 จุด, อ.มายอ จำนวน 2 จุด, และ อ.สายบุรี จำนวน 1 จุด
.
โดยตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่เกิดเหตุได้เร่งดับไฟตามจุดต่างๆ เนื่องจากเหตุเกิดในช่วงกลางดึกเกรงว่าไฟจะลามและอาจจะทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที้เกิดเหตุไว้ก่อนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเขาตรวจสอบอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้
.
โดยเช้าวันนี้ เวลา 08.30 น. พนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เร่งได้เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบเผาสัญญาณโทรศัพท์ แต่ละจุดที่เสียหายหนัก พบกลิ่นน้ำมันบริเวณเสาสัญญาณจนมีรอยไหม้ดำ และพบเศษยางรถ จยย. คราบน้ำมันเบนซิน ผ้าชุบน้ำมัน ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยมีการแขวนยางรถ จยย.ราดน้ำมันก่อนจะจุดไฟเผา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บชิ้นส่วนทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
.
พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าวว่า ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่จะเข้าทำการตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด เก็บร่อยรอยของพยานหลักฐานต่างๆ และดีเอ็นเอเพื่อนำไปตรวจสอบ รวมไปถึงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุทุกตัว เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
.
ส่วนเจ้าหน้าที่ของบริษัทเจ้าของเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่ได้รับความเสียหายจะเข้ามาประเมินความเสียหายอีกครั้งหนึ่งว่าต้องซ่อมแซมมากน้อยแค่ไหน เพราะแต่ละจุดมีความเสียหายมากน้อยไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นแนวร่วมเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบให้เกิดขึ้นอีกทั้งเป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง ซึ่งมักจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว