โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สุทธิพล” ฝากการบ้าน เลขาฯ คปภ.คนใหม่ สานต่องานค้างท่อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.ค. 2566 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2566 เวลา 07.46 น.

การสรรหาเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คนใหม่ที่จะมาแทน “ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ” ซึ่งดำรงตำแหน่งมาใกล้จะครบวาระที่ 2 รวมเวลา 8 ปี ในวันที่ 31 ต.ค. 2566 นี้

ล่าสุดมีรายงานว่า หลังจากที่ปิดรับสมัครไป เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้สนใจยื่นใบสมัครรวม 10 ราย แต่หลังผ่านกระบวนการคัดกรองคุณสมบัติ เหลือผู้ท้าชิงอยู่ด้วยกัน 4 ราย ซึ่งใครจะเข้าวินคงต้องติดตามกันต่อไป

ธุรกิจโตปีนี้เบี้ยเฉียด 9 แสนล้าน

ขณะที่ “ดร.สุทธิพล” กล่าวในงาน “สานสายใย พี่น้องชาวสื่อ ครั้งที่ 9” ที่สำนักงาน คปภ. จัดขึ้นว่า ธุรกิจประกันภัยปีนี้ คาดเบี้ยประกันภัยสิ้นปีจะอยู่ที่ 894,600 ล้านบาท เติบโต -0.05% ถึง +1.95% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดี พบว่าในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ธุรกิจประกันภัยมีการเติบโต 4.8% ซึ่งสูงกว่าคาดไว้มาก จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี

แต่ต้องยอมรับว่ายังมีปัจจัยเชิงลบกดดันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ตลาดเงินและตลาดทุนที่ผันผวน ส่งผลต่อแบบประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) และราคาหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล รวมถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ค่าสินไหมทดแทนของธุรกิจประกันวินาศภัยที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายด้านการเคลมประกันสุขภาพที่เพิ่มขึ้น

“ปีที่แล้วธุรกิจประกันภัย มีเบี้ยประกัน 885,333 แสนล้านบาท เติบโต 0.76% จากปีก่อนหน้า มาจากเบี้ยธุรกิจประกันชีวิต 611,106 ล้านบาท และเบี้ยธุรกิจประกันวินาศภัย 274,227 ล้านบาท สาเหตุที่ไม่ได้โตมาก เพราะเป็นช่วงที่เริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด” ดร.สุทธิพลกล่าว

ฝากการบ้านเลขาฯคนใหม่

“ดร.สุทธิพล” ยังได้กล่าวฝากการบ้านเลขาธิการ คปภ.คนใหม่ที่จะเข้ามารับไม้ต่อว่า ภารกิจที่เลขาธิการ คปภ.คนใหม่ อาจจำเป็นต้องสานงานต่อ โดยขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติ มิติแรก คือ การปรับปรุงกฎเกณฑ์ในการกำกับดูแล ซึ่งควรมีหลักการ หรือกติกาเท่าที่จำเป็น

ตอนนี้ได้ปรับปรุงกฎหมายแม่บทและยกเลิกกฎหมายอนุบัญญัติที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจประกันภัย (regulatory guillotine) ไปแล้ว แต่ไม่สามารถทำแล้วจบ ต้องทำต่อไป ๆ

ส่วนประเด็นการปรับปรุงกฎหมายแม่บทเรื่องประกันภัย ถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมาก ปัจจุบันได้ยกร่างกฎหมายออกเป็น 3 กลุ่ม แต่สำเร็จและได้ใช้ปฏิบัติเพียงแค่กลุ่มเดียวคือ การมุ่งเน้นให้ความคุ้มครองประชาชนโดยตรง เพิ่มบทบัญญัติการป้องกันและปราบปรามเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย

ส่วนอีก 2 กลุ่ม คือ การเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของบริษัท และการส่งเสริมการควบโอนกิจการและความรับผิดชอบของกรรมการและผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัท ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปหมดแล้ว แต่กระบวนการพิจารณากฎหมายค่อนข้างช้า ปัจจุบันยังอยู่ที่กฤษฎีกา เช่นเดียวกับกฎหมายประกันภัยทางทะเลที่เสนอมาแล้ว 6 ปี แต่ยังไม่ผ่าน

“คปภ.ต้องติดตามต่อไปว่ากฎหมายเรื่องการเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของบริษัท จะได้ใช้เมื่อไหร่ เพราะจริง ๆ ถูกบรรจุในวาระของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่เจอยุบสภาไปเสียก่อน”

ศึกษาเปิดไลเซนส์ใหม่

มิติที่สอง ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้กับภาคธุรกิจประกันภัย มุ่งไปสู่ digital insurance อย่างเต็มรูปแบบ โดยโมเดลในต่างประเทศดำเนินการ 2 แบบ คือ 1.บริษัทประกันภัยเดิมลงทุนปรับระบบใหม่ หรือ 2.เปิดให้ยื่นขอใบอนุญาตใหม่

ซึ่งจะเป็นไลเซนส์ประกันภัยดิจิทัล (digital insurance license) โดยทีมงานกำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ เพราะเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำให้ระบบประกันตอบโจทย์ครบวงจร และนำ tech trends มาใช้บริการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบ tailor made

“ตอนนี้ในหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย, ฮ่องกง เป็นต้น หากเป็นการเปิดไลเซนส์ใหม่ เพื่อขายประกันบนดิจิทัล 100% ต้องลงทุนวางระบบ แต่ไม่ต้องใช้คนกลางประกันภัย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้มาก แต่จะถูกจำกัดขายได้เฉพาะบางประเภทกรมธรรม์เท่านั้น

เราจึงต้องเปรียบเทียบก่อนว่า ถ้าเปิดไลเซนส์ใหม่จะคุ้มไหม การแข่งขันเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้มีบางบริษัทประกันในไทยลงทุนในร่างเทคไปบ้างแล้ว และข้อมูลล่าสุดของฮ่องกงที่เปิดให้ยื่นขอไลเซนส์ใหม่ 4 ราย ก็พบว่าเจ๊งไป 2 ราย”

เข้มออกผลิตภัณฑ์เสี่ยง

ถัดมามิติที่สาม ขับเคลื่อนธุรกิจประกันภัยมุ่งสู่ sustainable insurance โดยผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงภัยจะต้องเข้าสนามทดลอง (sandbox) มีกำหนดระยะเวลาคุ้มครองและจำกัดการรับประกัน และเดินหน้าผลักดันเรื่อง ESG แม้ต้องใช้เวลา รวมถึงเตรียมพร้อมอุตฯประกันภัยให้รองรับขยายตลาดและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งได้ตั้งไข่เชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงาน คปภ.ในอาเซียนไว้หมดแล้ว

ยกระดับมาตรการกำกับ

“สุดท้ายมิติที่สี่ ยกระดับการกำกับดูแลและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย ซึ่งต้องยกระดับใช้เทคโนโลยีมากขึ้น โดยได้เริ่มในเรื่องการฉ้อฉลประกันภัยไปแล้ว โดยกำหนดให้บริษัทประกันส่งทุกธุรกรรมที่มีความผิดปกติเข้ามาตรวจสอบ โดยป้อนให้เอไอช่วยวิเคราะห์และแจ้งเตือนสถิติที่อาจมีแนวโน้มการฉ้อฉล เพื่อรวบรวมข้อมูลประสานงานกับตำรวจดำเนินการในกระบวนการต่าง ๆ ต่อไป” ดร.สุทธิพลกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...