ทุนจีนบุก 'รัชดาซอย 4' ผุดธุรกิจครบวงจร ร้านอาหาร โรงแรม ผับ คาราโอเกะ
ทุนจีนบุก ‘รัชดาซอย 4’ ผุดธุรกิจครบวงจร ร้านอาหาร โรงแรม ผับ คาราโอเกะ
วันที่ 10 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันทำเลรัชดา-พระราม 9 เป็นอีกหนึ่งทำเลที่ต่างชาตินิยมซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยและทำธุรกิจ โดยเฉพาะชาวจีน เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้รถไฟฟ้าและสถานทูตจีน ทั้งนี้หลังจากชาวจีนได้มีการเข้าไปทำธุรกิจในย่านห้วยขวางเป็นจำนวนมากและหลากหลายธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร เป็นต้น จนถูกขนานนามว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ 2” ล่าสุดที่รัชดาซอย 4 เริ่มมีนักลงทุนชาวจีนเข้าไปลงทุนธุรกิจครบวงจร ทั้งร้านอาหาร โรงแรม และสถานบันเทิง
ผู้สื่อข่าวสอบถามคนในพื้นที่ พบว่าที่ดินบริเวณรัชดาซอย 4 มีเนื้อที่ร่วม 10 ไร่ เป็นของนักพัฒนาที่ดินรายหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นตลาดนัดละลายทรัพย์ โดยซอยพื้นที่เป็นห้องให้ขายของ รองรับพนักงานออฟฟิศที่อยู่ในละแวกดังกล่าว รวมถึงให้เช่าเปิดร้านอาหารและสถานบันเทิง
โดยเมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมา มีนักลงทุนชาวจีนเข้ามาเช่าพื้นที่บางส่วน ทำสัญญาเช่าประมาณ 10 ปี ก่อสร้างเป็นร้านอาหาร โรงแรมและสถานบันเทิงครบวงจร ส่วนตลาดนัดยังคงให้ผู้ค้าได้เช่าเปิดร้านขายของตามปกติ
ผู้สื่อข่าวสำรวจพื้นที่ พบว่าบริเวณทางเข้ามีขึ้นป้าย “สถานบันเทิงหมิงเหมิน” ถัดมาด้านขวามือกำลังมีการปรับปรุงอาคารเป็นสถานบันเทิง เตรียมจะเปิดให้บริการในเร็วๆนี้ เป็นอาคารขนาด 3 ชั้น โดยชั้นบนสุดเป็นคาราโอเกะ และมีห้องวีไอพี ,ชั้น 2 เป็นผับและชั้น 1 เป็นร้านอาหารจีน
ขณะที่บริเวณติดกับฮอลลีวู้ด มีไซต์งานก่อสร้าง “โรงแรมเซิ้นหลิน” เป็นอาคารสูง 5 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม 2566 จะใช้เวลาก่อสร้าง 12 เดือน ถัดไปมีการก่อสร้างอาคารสูงประมาณ 5 ชั้น คาดว่าเป็นร้านอาหาร
นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า ทำเลรัชดา-พระราม 9 ตั้งแต่แยกดินแดงไล่มาพระราม 9 ถึงแยกห้วยขวาง เป็นทำเลมีชาวจีนอยู่อาศัยมาก เพราะอยู่ใกล้สถานทูตจีน โดยมีการอยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักตามโรงแรมในโซนนี้ ซึ่งมีอัตราการเข้าพักเกือบเต็มทุกโรงแรม ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมมียอดขายดี ทั้งเป็นการซื้ออยู่เองและปล่อยเช่า
นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าพฤกษาเข้าไปพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบนทำเลรัชดา-ห้วยขวางหลายแบรนด์ เช่น เเชปเตอร์วัน ซึ่งปิดการขายโครงการแล้วทุกโครงการ เพราะกำลังซื้อโซนนี้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะชาวจีนที่ซื้อหลายโครงการ รวมแล้วคิดเป็นสัดส่วน 30% ซึ่งบางโครงการซื้อเต็มโควต้า 49%
“ล่าสุดพฤกษากำลังมองหาที่ดินพัฒนาโครงการเพิ่ม รองรับดีมานด์ที่ยังมีอยู่อีกจำนวนมาก ขณะที่ราคาที่ดินโซนนี้แพงขึ้นมาก ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 500,000 บาทต่อตารางวา และไม่ใช่แค่รัชดา-ห้วยขวางที่ชาวจีนนิยมซื้อคอนโดมิเนียม ขณะนี้ได้ขยายไปยังโซนทำเลห้าแยกลาดพร้าวและรามอินทราแล้ว” นายปิยะกล่าว
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ย่านพระราม 9-ห้วยขวาง เป็นนิวไชน่าทาวน์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เพราะอยู่ใกล้สถานทูต ทำให้คนจีนนิยมอยู่อาศัยและซื้อตึกแถวทำธุรกิจอยู่จำนวนมาก
โดอนันดามีโครงการซัมเมอร์เซ็ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และโครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์แอชตันและไอดีโอ มูลค่าโครงการกว่า 10,000 ล้านบาทรองรับ หลังจีนเปิดประเทศเห็นการฟื้นตัวค่อนข้างแรง ในส่วนของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีอัตราเข้าพัก 80% และเป็นคนจีนเป็นหลัก ส่วนคอนโดมิเนียมในไตรมาสแรกมียอดขายต่างชาติโดยรวมแล้ว 1,000 ล้านบาท จากเป้าทั้งปีตั้งไว้ 2,000-3,000 ล้านบาท
นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีโครงการไซมิส พระราม 9 คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท จำนวน 3 อาคาร รวม 1,980 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 50-60% หลังจีนเปิดประเทศเริ่มมียอดขายเข้ามา 7-10 ยูนิตต่อเดือน ยังไม่กลับมาเท่าก่อนมีโควดที่มียอดขาย 100 ยูนิตต่อเดือน
น.ส.นิยามพร โต๊ะสงวนพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานการตลาดและการขาย บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า หลังต่างชาติเริ่มคุ้นเคยกับทำเลสุขุมวิท รัชดา พระราม 9 ขณะนี้เริ่มขยายมาทำเลห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งตอนนี้มีตลาดจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิตเป็นแม็กเน็ท โดยเอพีมีโครงการคอนโดมิเนียมโซนนี้อยู่ 3 โครงการ รวมมูลค่า 18,450 ล้านบาท
ปัจจุบันสร้างเสร็จแล้ว 2 โครงการ คือ ไลฟ์ลาดพร้าว มีอัตราเข้าอยู่ 90% และไลฟ์ลาดพร้าวแวลลีย์ มียอดขายแล้ว 75% โดยมีคนจีนมาซื้อประมาณ 10% ล่าสุดกำลังก่อสร้างไลฟ์พหล-ลาดพร้าว โครงการร่วมทุนกับมิตซูบิชิ เอสเตท บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ สูง 40 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 598 ยูนิต ขนาดพื้นที่ 28.5-65 ตารางเมตร เริ่มต้น 4.99 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 145,000 บาทต่อตารางเมตร เปิดจองรอบวีไอพี วันที่ 17-18 มิถุนายน 2566 นี้ ซึ่งมีเอเยนต์ต่างชาติติดต่อขอซื้อโครงการนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เอพีจะเน้นลูกค้าคนไทยและเป็นเรียลดีมานด์เป็นหลัก