โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดตลาดทองคำวันเสาร์ ดิ่งแรง -500 ทองแท่ง 49,700 หลุด 50,000 บาทครั้งแรกใน 6 วันผ่านมา ราคาทองคำในไทยทะยานถึง 7,300 บาท พุ่งกว่า 17% ราคาทองคำเอเชียพุ่งกว่า 16% จากต้นปีนี้

BTimes

อัพเดต 07 เม.ย. 2568 เวลา 17.26 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 02.21 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาขายทองคำในประเทศไทย รายงานว่าวันนี้ 5 เมษายน 2568 เมื่อเวลา 9.16 น. ปรับราคา -500 บาท ราคาทองคำแท่งรับซื้อ 49,600 บาท ราคาขายออก 49,700 บาท ด้านทองรูปพรรณรับซื้อ 48,709.08 บาท ราคาขายออก 50,500 บาท ส่งผลเป็นราคาทองคำแท่งที่หลุดระดับ 50,000 บาทเป็นครั้งแรกในรอบ 6 วันผ่านมา

ในสัปดาห์นี้ ราคาทองคำแท่งในไทยสุทธิ +100 บาท หรือ +0.20% โดยมีสถิติราคาทองคำแท่งแตะหลัก 50,000 บาทครั้งแรกและครั้งประวัติศาสตร์ และยังปิดเหนือ 50,000 บาทเป็นครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2015 นอกจากนี้ มีราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่ระดับ 50,650 บาทเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2025 และในวันเดียวกันมีราคาสูงสุดระหว่างวันเป็นประวัติศาสตร์ที่ระดับ 51,250 บาท นับตั้งแต่ต้นปี 2568 มาถึงวันนี้ 5 เมษายน 2025 ราคาทองคำในไทยเพิ่มขึ้น +7,300 บาท หรือทะยานถึง +17.21%

ราคาทองคำส่งมอบทันที (Spot) ที่ตลาดสิงคโปร์ในวันเสาร์นี้ 5 เมษายน 2025 อยู่ที่ระดับ 3,038 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ที่สำคัญ มีราคาสูงสุดระหว่างวันเป็นประวัติศาสตร์ที่ระดับ 3,149 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายนผ่านไป และเมื่อวันที่ 1 เมษายนมีราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่ระดับ 3,132.50 นับตั้งแต่ต้นปีนี้มาถึงวันที่ 5 เมษายน 2025 ราคาทองคำโลกเป็นราคาส่งมอบทันที หรือ Spot ที่ตลาดสิงคโปร์มีราคาสูงถึง +428.50 กว่า +16.42%

ย้อนกลับไปในคืนผ่านมาตลาดซื้อขายทองคำโลก นิวยอร์ก รายงานว่า วันที่ 4 เมษายน 2025 ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา พบว่า ราคาทองคำส่งมอบทันที หรือ Gold Spot ปิดที่ 3,024.20 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ -82.79 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ -2.9% ส่งผลราคาปิดร่วงลง 2 วันติดกันรวม -105.26 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ -3.75% ขณะที่ราคาต่ำสุดระหว่างวันลงแตะระดับ 3,015.29 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ขณะที่เมื่อคืนผ่านมา 3 เมษายน มีราคาสูงสุดระหว่างเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่ระดับ 3,167.57 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ตั้งแต่ต้นปีนี้มาถึงวันที่ 27 มีนาคม 2025 ทองคำราคาส่งมอบทันที(Spot)ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่เกิดขึ้น 20 ครั้ง และมีราคาทะยานขึ้นกว่า 16% นอกจากนี้ สิ้นสุดไตรมาสที่ 1 พบว่าราคาทองคำพุ่งดีที่สุดในรอบ 39 ปี หรือตั้งแต่ปี 1986 ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 มกราคมผ่านมา เป็นวันแรกที่ราคาทองคำปิดแตะหลัก 2,800 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยครั้งสุดท้ายที่ราคาทองคำปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์อยู่ที่ระดับ 3,129.46 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายนผ่านมา

สาเหตุจากนักลงทุนยังคงเทขายทองคำตามสถานการณ์ภาวะถล่มเทขายตลาดหุ้นนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับตลาดหุ้นนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รวม 2 วันติดกันถึงกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 172.5 ล้านล้านบาท และยังเป็นตลาดหุ้นสหรัฐที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 5 ปี หรือตั้งแต่วิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 นอกจากนี้ นักลงทุนทองคำที่ใช้เงินกู้มาลงทุนยังถูกบังคับขายจากการลงทุนที่ขาดทุนในวันพฤหัสบดีที่มีราคาทองคำตกต่ำมาก

ด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพลิกแข็งค่าขึ้น 0.7% ขณะที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวในคืนผ่านมาว่า ธนาคารกลางสหรัฐมีเวลาที่จะรอคอยข้อมูลให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะตัดสินใจในการใช้อัตราดอกเบี้ยในทิศทางใด แต่ความสนใจของธนาคารสหรัฐอยู่ที่การสร้างความมั่นใจว่ามุมมอง หรือการคาดหวังเงินเฟ้อจะยังคงยึดแน่น ไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะถ้าอัตราภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีสหรัฐมีผลต่อแรงกดดันด้านราคาให้เพิ่มขึ้น

ปัจจัยลบรุนแรงอีกอย่าง คือ กระทรวงคลังจีนประกาศขึ้นภาษีตอบโต้ถึง 34% กับสินค้าทุกชนิดจากสหรัฐ และจำกัดการทำธุรกิจนำเข้าส่งออก 11 บริษัทของสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดเก็บภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs กับ 185 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ 10% ถึง 50% มีผลในวันที่ 5 เมษายนเป็นต้นไป ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งอัตราเก็บภาษีดังกล่าวสูงเกินคาดหมายมากกับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่หลายแห่งของโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...