โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ขนส่งสั่งปรับ 2,000 บาท คนขับรถเมล์ ทำผู้โดยสารตาบอดและคนนำทางหล่นรถ

สวพ.FM91

อัพเดต 17 มี.ค. 2568 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2568 เวลา 10.34 น.

กรมการขนส่งทางบก ชี้แจงหลังมีคลิปวิดีโอที่รถเมล์ทำผู้โดยสารหล่น และออกรถไปก่อน ขณะที่ผู้โดยสารยังขึ้นรถไม่เสร็จ โดยรถดังกล่าว เป็นรถโดยสารประจำทาง สาย 82 เส้นทางพระประแดง-บางลำพู หมายเลขทะเบียน 14-8405 กทม. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 68 เวลาประมาณ 09.00 น. บริเวณป้ายหยุดรถโดยสารประจำทางหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีบางปะกอก

โดยวันนี้ (17 มี.ค. 68) เวลา 13.00 น. กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการขนส่งทางบกได้เรียกตัว ผู้ขับรถโดยสารคันดังกล่าวมาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยผู้ขับขี่ ให้การว่า ตนขับรถรับผู้โดยสารมาถึงป้ายหยุดรถโดยสารประจำทางที่เกิดเหตุซึ่งมีผู้โดยสารขึ้นรถ จำนวน 3-4 คน ขณะกำลังจะออกรถได้มองทางด้านขวาเพื่อดูรถที่วิ่งมาโดยไม่ทันสังเกตว่ามีผู้โดยสาร จำนวน 2 คนที่เพิ่งมาถึงป้ายฯ และกำลังจะก้าวขึ้นรถที่ประตูด้านหลังรถ เมื่อรถเคลื่อนออกจากป้ายฯ ประมาณ 3-4 เมตรมีเสียงเอะอะขึ้นว่าคนตกรถ ตนจึงหยุดรถและลงไปดูพร้อมสอบถามว่าจะให้พาไปหาหมอหรือไม่ ซึ่งผู้โดยสารแจ้งว่าไม่เป็นอะไรมาก ตนจึงได้ให้ขึ้นรถและขับไปส่งยังจุดหมาย

กรมการขนส่งทางบก พิจารณาแล้ว เห็นว่า พฤติกรรมของคนขับรถเมล์คันนี้ เป็นการขับรถโดยประมาทขาดความระมัดระวัง ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 จึงได้ดำเนินการ ดังนี้

1.ลงโทษเปรียบเทียบปรับในข้อหาขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ตามมาตรา 111 ประกอบมาตรา 161 เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท

2. สั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถของนายวิรัต เป็นเวลา 30 วัน

3.ส่งเข้ารับการอบรมจิตสำนึกความปลอดภัยในการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ จำนวน 3 ชั่วโมง และกำชับให้ใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้น หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกจะพิจารณาลงโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...