โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าดารารัศมี ทรงนำพระอัฐิ “พระเจ้าอินทวิชยานนท์” ไปฝังที่ยอดดอยอินทนนท์จริงหรือ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 มี.ค. 2568 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 03.10 น.
พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 พระบิดาในเจ้าดารารัศมี พระราชชายา (ภาพ: Wikimedia Commons)

หลายคนอาจเคยได้ยินที่มาของชื่อ “ดอยอินทนนท์” สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามในจังหวัดเชียงใหม่ว่า ตั้งตามพระนาม “พระเจ้าอินทวิชยานนท์” (พระนามเดิมคือ เจ้าอินทนนท์) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ซึ่งเป็นพระบิดาในเจ้าดารารัศมี พระราชชายา เนื่องจากเจ้าดารารัศมีทรงนำพระอัฐิพระเจ้าอินทวิชยานนท์ไปฝังไว้ที่ “ยอดดอยอ่างกา” ต่อมาจึงมีการนำพระนามมาตั้งเป็นชื่อดอย

แต่เรื่องราวเป็นไปเช่นนี้จริงหรือ?

“พระอัฐิพระเจ้าอินทวิชยานนท์” บนยอดดอยสูงแห่งเชียงใหม่

ใน “การเมืองและเรื่องที่ลือในพระประวัติเจ้าดารารัศมี” บทความเด่นในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม 2568 สมฤทธิ์ ลือชัย ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ล้านนาและอุษาคเนย์ ซึ่งเป็นผู้เขียนบทความ ชวนตั้งข้อสังเกตประเด็นดังกล่าวผ่านหลักฐานหลายแหล่ง

หลักฐานที่กล่าวถึงการนำพระอัฐของพระบิดาในเจ้าดารารัศมีไปฝังไว้บนยอดดอย ปรากฏ 2 แหล่งด้วยกัน

แหล่งแรกคือหนังสือ “ดารารัศมี” โดย นงเยาว์ กาญจนจารี ที่ระบุว่า

“…เมื่อครั้งที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีได้ทรงขี่ม้าเสด็จขึ้นไปจนถึงยอดดอยนี้ ท่านผู้หญิงฉัตรสุดา วงศ์ทองศรี เล่าว่า เจ้าลดาคำแม่ของท่านก็ได้ตามเสด็จไปในครั้งนี้ด้วย เมื่อเสด็จถึงยอดดอย พระราชชายาฯ ได้ทรงนำพระอัฐิเจ้าหลวง พระบิดา คือพระเจ้าอินทวิชชยานนท์ (พระนามเดิมเจ้าอินทนนท์) ซึ่งพระองค์ทรงพกติดพระองค์อยู่ตลอดเวลาในพระตลับทองคำไปฝังไว้บนยอดดอยนี้…”

อีกแหล่งคือหนังสือ “ขัตติยานีศรีล้านนา” โดย ณัฐกานต์ ลิ่มสถาพร ที่กล่าวว่า

“ทรงขี่ม้าเสด็จไปยอดดอยอ่างกาซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในประเทศไทย ได้นำพระอัฐิพระบิดาพระเจ้าอินทวิชยานนท์ (เจ้าอินทนนท์) ที่พระองค์พกติดตัวอยู่ตลอดเวลาในตลับทองคำ ไปฝังไว้บนยอดดอยแห่งนี้ จนกลายเป็นชื่อดอยอินทนนท์นับตั้งแต่นั้น”

อาจารย์สมฤทธิ์เชื่อมาตลอดว่า เจ้าดารารัศมีทรงนำพระอัฐิของพระบิดาไปฝังที่ยอดดอยอ่างกา แต่เมื่อได้ค้นเอกสารหาข้อมูลมากเข้าก็สงสัยว่า ทำไมเอกสารอีกหลายเล่มถึงไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้

หลักฐานที่ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ล้านนาและอุษาคเนย์ยกมามีเช่น ม.จ. พูนพิศมัย ดิศกุล ซึ่งทรงเขียนใน “ประชุมพระนิพนธ์” เล่ม 1 ว่า

“…เสด็จกลับทางอำเภอแม่สะเรียง ขึ้นทอดพระเนตรยอดดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นภูเขายอดที่สูงที่สุดในประเทศไทย ปรอทลงต่ำถึง 40 ดีกรีฟาเรนไฮต์ ประทับอยู่บนยอดดอยนั้น 2 คืน ได้ทรงจารึกพระนามไว้ที่ก้อนหิน เพื่อเป็นที่ระลึกว่าได้เคยเสด็จไปยังที่ซึ่งคนน้อยคนนักจะได้ไป…”

“พระประวัติสังเขปพระราชชายาเจ้าดารารัศมี” เขียนโดย เจ้าแสงดาว ณ เชียงใหม่ ธิดาบุญธรรมในเจ้าดารารัศมี ก็เล่าเพียงว่า

“…ขึ้นไปทอดพระเนตรยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ น้อยคนนักที่จะได้ไปเพราะต้องใช้ม้าเป็นพาหนะ ความหนาว 40 ดีกรีฟาเรนไฮต์ ประทับอยู่ 2 ราตรี ได้ทรงเครื่องหมายเป็นที่ระลึก แล้วเสด็จอำเภอฝาง…”

ส่วน “พระประวัติพระราชชายา เจ้าดารารัศมี” โดย เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 9 พระเชษฐาต่างพระมารดาในเจ้าดารารัศมี ก็บอกว่า

“…เสด็จกลับทางอำเภอแม่สะเรียง ขึ้นประทับแรมบนยอดดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นภูเขาสูงที่สุดในพระราชอาณาจักรสยาม และน้อยคนที่จะได้ไปถึง เพราะทางขึ้นไปกันดาร สัตว์ป่าที่ดุร้ายก็ชุม ต้องแผ้วถางทางและใช้ม้าเป็นพาหนะ ความหนาวถึง 40 ดีกรีฟาเร็นไฮต์ แม้กระนั้นก็ประทับอยู่ถึงสองราตรี พระองค์ได้ทรงทำเครื่องหมายเป็นที่ระลึกไว้ ณ ที่นั้นด้วย นอกจากนี้ก็ยังเสด็จอำเภอฝางโดยขบวนช้างและม้า…”

อาจารย์สมฤทธิ์บอกว่า เอกสารทั้ง 3 แหล่งนี้ล้วนเขียนโดยบุคคลใกล้ชิดเจ้าดารารัศมี แต่ไม่ได้กล่าวถึงการนำพระอัฐิพระเจ้าอินทวิชยานนท์ไปไว้ที่ยอดดอยอ่างกา มีแค่เรื่องทำเครื่องหมายไว้เท่านั้น

แล้วตั้งข้อสังเกตว่า หรือที่จริงเจ้าดารารัศมีทรงทำเครื่องหมายไว้ แต่คนรุ่นหลังแต่งเติมเรื่องราวจนกลายเป็นว่า พระองค์ทรงนำพระอัฐิพระบิดาไปไว้ที่ดอยอ่างกา หรือไม่ก็เมื่อครั้งเจ้าดารารัศมีสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงพกพระอัฐิพระบิดาไว้ (ตามข้อมูลในหนังสือ “เพ็ชร์ลานนา” โดย ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง) แล้วคนรุ่นหลังนำพระอัฐินี้ไปบรรจุไว้ที่ดอยอ่างกา

จนเป็นที่มาของชื่อดอยอินทนนท์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สมฤทธิ์ ลือชัย. “การเมืองและเรื่องที่ลือในพระประวัติเจ้าดารารัศมี”. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมกราคม 2568

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 มีนาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าดารารัศมี ทรงนำพระอัฐิ “พระเจ้าอินทวิชยานนท์” ไปฝังที่ยอดดอยอินทนนท์จริงหรือ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...