โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มไม่ทันเกม โดนนกต่อวางยาสลบ ตื่นอีกทีโผล่ปอยเปตร่วมแก๊งคอลฯ

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 08 ก.พ. 2568 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 07.19 น. • Bright Today

แม่ร้องกองปราบฯ ลูกชายโดนนางนกต่อวางยาสลบ ไปโผล่ปอยเปต บังคับทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เรียกค่าไถ่ 2 ล้านบาทแลกกับอิสรภาพ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.พ 68 ที่บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า ริมฟุตบาท จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ อดีต สห.ทอ. พานางขจร (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี และ นายบุญหลง (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี (แม่ และพี่ชายต่างบิดา) นายเจตน์สฤษฏ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ที่ถูกนางนกต่อสาวทักแชทคุย IG ทำทีแฟนชวนออกไปข้างนอกสุดท้ายไปโผล่ที่ประเทศกัมพูชา

นางขจร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.30 น. ลูกชายเดินมาบอกตน ว่า เดี๋ยวหนูมา จะออกไปทำธุระแป๊ปนึง แต่ไม่ได้บอกว่าออกไปไหน จากนั้นตนก็เห็นรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง มาจอดหน้าบ้าน ลูกชายก็ขึ้นรถไปทันที จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้อีกจนกระทั่งวันที่ 27 มกราคม ลูกชายคนโต มาถามหาน้องชายคนที่หายไปว่าแม่รู้ หรือไม่ว่าหายไปไหน ก่อนแจ้งตนบอกว่าลูกชายไปทำงานที่ ปอยเปต แล้ว ตนได้ยินก็ตกใจ ว่าทำไมลูกชายไปถึงนั้นได้ ทั้งที่ออกจากบ้านไปเพียงเสื้อผ้าชุดเดียว และไม่ได้มีบัตรประชาชนหรือพาสปอรต์ติดตัวไปด้วย

ลูกชายโดนหลอกไปปอยเปต 7-min

จากนั้นลูกชายคนที่ถูกหลอกไปทำงาน ได้ส่งข้อความมาหาพี่บอกว่าวันดังกล่าว เมื่อขึ้นรถแท็กซี่ไปก็ถูกผู้หญิงที่คุยและรู้จักกันใน ไอจี ใช้ถุงดำคลุมหัว ก่อนให้ดื่มน้ำจากนั้นก็ไม่มีสติ มารู้สึกตัวอีกก็ไปโผล่ที่ ปอยเปต พี่ชายถามกลับไปว่า อยู่ที่นั่นทำอะไรหรือโดนทำร้ายหรือเปล่า ลูกชายพิมพ์แชตมาบอกว่า ถูกสั่งให้เป็นคอลเซ็นเตอร์ให้โทร. หลอกคนไทย

โดยทางนั้นมีข้อมูลให้พูดตามสคริปต์ หรือ ถ้าอยากจะกลับเมืองไทย ก็ต้องนำเงินจำนวน 60,000 ดอลล่าร์ หรือ 2 ล้านบาท มาไถ่ตัว ถ้าไม่มีก็ต้องทำงานใช้หนี้ไปจนครบ 9 เดือน เขายังบอกอีกว่ามีคนไทยอยู่ที่ปอยเปต เหมือนกันอีกประมาณ 50 คน ส่วนใครคิดจะหนีก็จะถูกซ้อมทำร้าย

ลูกชายโดนหลอกไปปอยเปต 2-min

นางขจร กล่าวต่อ ตนรู้สึกเป็นห่วงลูกชายมาก และไม่มีเงินจำนวน 2 ล้านบาท ไปไถ่ตัวลูก ที่ผ่านมาลูกเคยบอกให้แม่ระวังเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่คิดว่าลูกจะถูกหลอกเสียเอง จึงไปแจ้งความที่ สน. จรเข้น้อย พร้อมเชื่อว่าหญิงที่คุยกับลูกเป็นนางนกต่อรับหน้าที่หลอกลูกชายอีกทอดหนึ่ง ก่อนส่งไปขายให้ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตำรวจ สน.จรเข้น้อย รับแจ้งไว้เมื่อ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา เป็นคดีคนหาย แนะนำให้พยายามติดต่อผู้หญิงคนที่เชื่อว่าเป็นนางนกต่อ คาดว่าน่าจะยังอยู่ในไทย พร้อมกับพยายามไล่หากล้องวงจรปิดตั้งแต่ขึ้นแท๊กซี่ที่หน้าบ้านถนนขุมทอง-ลำต้อยติ่ง เขตลาดกระบัง กทม. ไปตลอดเส้นทาง

ทางด้าน นายบุญหลง พี่ชายต่างพ่อ บอกว่า ตนไม่ทราบน้องติดต่อพูดคุยกับผู้หญิงคนนี้มานานแค่ไหน ตนได้ แชตคุยเขาล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ประมาณ 4-5 ทุ่ม น้องชายได้ส่งพิกัดล่าสุดมาให้จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่าน้องชายจะถูกยึดโทรศัพท์ ตอนนี้ตนไม่รู้ว่าน้องจะถูกทำร้ายหรือเป็นตายร้ายดีอย่างไร จึงติดต่อขอความช่วยเหลือจ่าคิงส์ ก่อนจะพามาประสานตำรวจกองปราบฯ ช่วยหาน้องชายอีกทางหนึ่ง

ลูกชายโดนหลอกไปปอยเปต 3-min

ด้านของ จ่าคิงส์ กล่าวว่า อยากฝากเรื่องนี้ถึง นายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ รวมถึงแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกลวงคนไทยเข้าไปทำงานฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดย วันนี้เป็นวันแรกที่ทาง รัฐบาลมีการตัดไฟฟ้า สัญญาณอินเตอร์เน็ต และงดส่งน้ำมันชั่วคราว 5 จุด ชายแดนไทย-เมียนมาร์ จึงอยากให้ดำเนินการลักษณะนี้กับทางกัมพูชาด้วย เพราะ ก็เป็นฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน

ลูกชายโดนหลอกไปปอยเปต 4-min

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. ภายหลังแม่และพี่ชายเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม แล้ว นางขจร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามรายละเอียดทั้งหมดก่อนจะโทรศัพท์ไปประสานแจ้งให้สถานทูตไทยในกัมพูชาทราบว่ามีคนไทยรายนี้ถูกบังคับให้ไปทำงานที่นั้น พร้อมกับแจ้งตนว่า ถ้าหากลูกชายติดต่อกลับมาขอพิกัดสถานที่ที่ถูกบังคับให้ทำงานด้วยจะได้แจ้งให้ทางสถานทูตไทยประสานทางการกัมพูชาเข้าไปช่วยเหลือพาตัวกลับไทยต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...