โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จุดพลุ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ ปลุกยอดขายรถ 6,250 คัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 มี.ค. 2568 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2568 เวลา 07.51 น.
แฟ้มภาพ

คลังเปิดตัวโครงการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ระยะแรกวงเงิน 5,000 ล้านบาท ค้ำฟรี 3 ปีแรก เปิดรับคำขอตั้งแต่ 1 เม.ย.นี้ หวังปลดล็อก SMEs เข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะใหม่กว่า 6,250 คัน-ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 5,000 ล้านบาท-กระตุ้นตลาดยานยนต์ที่ซบเซา สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 21,000 ล้านบาท-ช่วยพลิกฟื้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศมากกว่า 2,500 บริษัท

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า เพื่อแก้ปัญหาจากการที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ เนื่องจากมีความกังวลในความเสี่ยงในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) และแก้ปัญหาราคารถมือสองตกต่ำโดยเร่งด่วน กระทรวงการคลัง โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จึงได้ออกมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” เพื่อเป็นกลไกลดความเสี่ยงและเพื่อสร้างแรงจูงใจทำให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ เพิ่มการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ให้กับ SMEs เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์และช่วยให้ประชาชนได้ประกอบอาชีพได้ต่อไป

“ยานยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของภูมิภาค ก่อให้เกิดการผลิตและการจ้างงานจำนวนมาก โดยในปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอยู่ในภาวะหดตัว ยอดขายในประเทศลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งในส่วนของผู้ผลิตยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และ Supply Chain อื่น ๆ กระทบการจ้างงานจำนวนมาก

นอกจากนี้ รถกระบะเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพของประชาชน โดยเฉพาะในภาคเกษตรและตามต่างจังหวัด เช่น เกษตรกร ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขนส่งสินค้า ค้าขาย เป็นต้น” นายเผ่าภูมิกล่าว

โดยมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” เป็นโครงการแรกที่จะกระตุ้นตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ซบเซาให้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ซึ่งตั้งวงเงินค้ำประกันในระยะแรกไว้ 5,000 ล้านบาท วงเงินค้ำประกันต่อรายสูงสุด 1.5 ล้านบาท โดย บสย.จะค้ำประกันและจ่ายส่วนต่างของภาระหนี้กับราคาขายทอดตลาดให้กับสถาบันการเงินตามเงื่อนไข หากมีการยึดรถยนต์จากลีสซิ่งหรือสถาบันการเงิน บสย.จะจ่ายเคลมให้ 30-40% ของภาระหนี้เงินต้น

“รัฐบาลจะเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมค้ำประกันให้ประชาชนฟรีใน 3 ปีแรก ส่วนปีที่ 4-7 คิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันต่ำเพียง 1.5% ต่อปี ค้ำประกันนานสูงสุด 7 ปี หรือ 84 งวด ทั้งนี้ จะเปิดรับคำขอตั้งแต่ 1 เม.ย. ถึง 30 ธ.ค. 2568 ซึ่งสอดรับกับช่วงเวลางานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ทั้งนี้ รัฐบาลใช้วงเงินระยะแรก 5,000 ล้านบาท ในการค้ำประกัน ถ้าหมดจะมีการเติมวงเงินให้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องดูความต้องการระยะถัดไป โดยคาดการณ์ว่าน่าจะหมดเร็ว เพราะมีดีมานด์ค่อนข้างสูง” นายเผ่าภูมิกล่าว

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 21,000 ล้านบาท ช่วยเหลือและสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น SMEs ที่ต้องการซื้อรถกระบะใหม่เพื่อประกอบอาชีพและสร้างรายได้ มาตรการนี้จะปล่อยรถกระบะได้กว่า 6,250 คัน สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 5,000 ล้านบาท ลดความเสี่ยงและสร้างแรงจูงใจให้สถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และกระตุ้นอุตสาหกรรมรถกระบะ นอกจากนี้ยังช่วยพลิกฟื้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยได้มากกว่า 2,500 บริษัท

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า มาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” เป็นมาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะใหม่ “SMEs PICK-UP” ของ บสย. ที่ปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงินให้กับ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความจำเป็นต้องซื้อรถกระบะใหม่

โดย บสย.จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยชดเชยความเสี่ยง ด้วยการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ในการปล่อยสินเชื่อ ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ให้กับ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความจำเป็นต้องใช้รถกระบะเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ เช่น เกษตรกร ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขนส่งสินค้า ค้าขาย และฟู้ดทรัก เป็นต้น

“มาตรการนี้จะอยู่ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 ‘บสย. SMEs ยั่งยืน’ ดังนั้น ลูกหนี้ SMEs ที่ถือหนังสือค้ำประกัน บสย. จะได้รับความช่วยเหลือในกรณีที่ประสบปัญหาไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดต่อได้จนกลายเป็นหนี้เสีย และรถถูกยึดขายทอดตลาดเสร็จสิ้นแล้ว โดยไฟแนนซ์พิจารณาส่งยอดหนี้คงเหลือมาเคลมกับ บสย.” นายสิทธิกรกล่าว

นายสิทธิกร กล่าวว่า ลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลมภายใต้มาตรการนี้ สามารถเข้าร่วมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ “บสย. พร้อมช่วย” หรือมาตรการ 3 สี ม่วง เหลือง เขียว ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ บสย. (SMEs ที่ บสย. จ่ายเคลม) ผ่อนยาวสูงสุด 7 ปี ดอกเบี้ย 0% ตัดเงินต้นก่อนตัดดอก และสำหรับลูกหนี้ดี มีวินัย สามารถปลดหนี้ได้เร็วขึ้น

โดย บสย.ลดเงินต้นให้สูงสุด 10-15% และพิเศษลดเงินต้น 30% สำหรับลูกหนี้ “กลุ่มเปราะบาง” ที่เงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs ครอบคลุมทุกกลุ่ม พร้อมปรับสิทธิประโยชน์ให้มีความยืดหยุ่น ผ่อนปรนมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ SMEs สามารถแก้หนี้ได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น

“เชื่อว่ามาตรการจะเข้าไปปลดล็อกทุกข้อจำกัดทางการเงิน ให้กับ SMEs สามารถพลิกฟื้นและต่อยอดธุรกิจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน” กรรมการรและผู้จัดการทั่วไป บสย.กล่าว

ทั้งนี้ “อุตสาหกรรมยานยนต์” เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP ถึง 18% ซึ่งประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก ทั้งนี้ จากยอดผลิตรถยนต์รวมทุกประเภท จากฐานการผลิตของไทยจำนวน 1.477 ล้านคัน (ขายในประเทศ+ส่งออก) เป็นสัดส่วนการผลิตรถกระบะ 1 ตัน เกือบ 50% หรือกว่า 7.3 แสนคัน โดยในปี 2567 พบว่า ตลาดในประเทศหดตัว ทำให้การผลิตเพื่อขายในประเทศลดลงเหลือ 31%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จุดพลุ ‘กระบะพี่ มีคลังค้ำ’ ปลุกยอดขายรถ 6,250 คัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...