อ้อ ภรรยา ติ๊ก ชีโร่ รีบแจง ปมสามีโพสต์ภาพปืน แค่ภาพใน MV
ทำเอาหลายคนเป็นห่วงหนักมากเมื่อนักร้องคนดัง ติ๊ก ชีโร่ ได้โพสต์ภาพปืน ลงเฟซบุ๊ก พร้อมข้อความว่า ที่อ่านแล้วก็ดูเหมือนว่าจะมีอะไรในใจ โดยข้อความระบุว่า
“โปรดติดตาม…ตอนต่อไป…ว่าใจ จะไปได้ไกลแค่ไหน…ภายในไม่กี่วันนี้…มีคำตอบให้ครับ…ขอบคุณที่ติดตาม ขอบคุณที่สนับสนุนครับ”
ซึ่งโพสต์นี้ ถูกแชร์ออกมามากกว่า 1700 แชร์ แถมยังมีคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเป็นห่วง ติ๊ก ชีโร่ มากกว่า 5000 ข้อความ อย่างที่ทราบกันดีว่า ก่อนหน้านี้ ติ๊ก ชีโร่ มีข่าวขับรถประสบอุบัติเหตุ ชนคน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งทางครอบครัวเรียกค่าเสียหาย 24 ล้าน หลายคนก็เกรงว่า เจ้าตัวจะเครียดจากเรื่องนี้ เลยอาจจะคิดสั้นหรือไม่ ต่างก็เข้าไปให้กำลังใจรัวๆ
ต่อมา อ้อ ทางภรรยาของ ติ๊ก ก็ได้ออกมาแชร์โพสต์ดังกล่าวของสามีผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมขอโทษทุกคน และบอกว่าภาพดังกล่าวเป็นเพียงภาพส่วนหนึ่งใน MV เพลงใหม่ของ ติ๊ก ชีโร่ โดยข้อความของ อ้อ มีการโพสต์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเธอรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเธอยืนยันว่า สามี ไม่ได้รู้เรื่องนี้ เธอเป็นคนโพสต์เอง โดยข้อความต่างๆของ อ้อ ระบุว่า
“หากโพสต์ล่าสุด ทำให้บุคคลรอบข้างผู้เป็นที่รักและปรารถนาดีต่อพี่ติ๊ก ต้องเป็นห่วง
ตรงนี้อ้อต้องขออภัยทุกๆคนจริงๆนะคะ ที่นำภาพใน mv มาลงโดยไม่ได้สื่อสารให้ชัดเจน
ขอขอบคุณในความห่วงใย แล้วเรามาติดตามผลงานพี่ติ๊กด้วยกันไปนานๆ นะคะ
***อ้อขอกราบขอโทษทุกๆคนด้วยนะคะ”
“อ้อกราบขอโทษทุกๆคนด้วยนะคะที่ทำให้เป็นห่วง…ขอโทษจากใจจริง…”
“อ้อขอรับจบเอง…พี่ติ๊กไม่รู้เรื่องค่ะ…โกรธอ้อคนเดียวพอนะคะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้กำลังใจ…ขอโทษที่ทำให้คนทั่วประเทศต้องเป็นห่วง…”
“อ้อขอกราบขอโทษทุกๆคนที่เป็นห่วงนะคะ…อย่าเกลียดโกรธอ้อนะคะ…อ้อน้อมรับทุกๆอย่าง จากใจ ทุกๆสื่อโทรหาอ้อ ขออภัยที่ไม่ได้รับสายใคร…คำเตือนคำสอน อ้อน้อมรับและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขนะคะ พี่ติ๊กมีทุกวันนี้ได้เพราะแฟนคลับ… ขอบคุณมากๆนะคะ”
นอกจากนี้ ทางด้านของ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรไอทีคนดัง ได้โพสต์ภาพคู่ ติ๊ก ชีโร่ พร้อมเล่าเรื่องราวที่เขาได้เดินทางไปหา ติ๊ก หลังจากเห็นโพสต์ดังกล่าวด้วยความเป็นห่วง ระบุว่า
ผมถือคติ “ใครส่งสัญญาณมาบนโซเชียล…ต้องโทร”
…คือขอทำมากกว่านั่งพิมพ์ คือกดโทรออกเลย ให้ได้พูดให้กำลังใจกัน จับเสียง จับประเด็น …ซึ่งในอดีต ก็ได้ผลมาทุกคน
แต่กับคนนี้ …“ผมต้องพุ่งมาดูหน้า !”
มาทั้งชุดที่ใส่ออกงานเมื่อเย็นค่ำนี้นี่แหละ …วันนี้เป็นวันใช้รถสาธารณะด้วย แถมติดงานสังคมอีก เลยไม่ง่ายนักที่จะมาได้เร็ว ต้องกลับบ้านไปเอารถมาอีกทอด
กว่าผมดอดมาถึงบ้านแกได้ ก็ตอน 21.40 น.แล้ว ระหว่างทางได้คุยสายหลายคน เป็นห่วงแกทั้งนั้น พี่ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ศิลปินร่วมรุ่น ก็ได้สนทนากัน ด้วยคำ คำเดียวกัน “เป็นห่วงพี่ติ๊ก”
เปิดประตูเข้ามา แกยืนวาดรูปหน้าตึง ๆ อยู่ในบ้าน ใส่เสื้อสีแดงสด แต่โทนภาพออกสีหม่น ๆ ซึ่งแกกำลังใช้พู่กันสาดใส่สีฟ้าเติมเป็นเงาสะท้อนลงไป
ภรรยาแก เดินเข้ามารับและกอดผมก่อนเลย ด้วยน้ำเสียงอ่อน ๆ เหนื่อย ๆ แล้วบอกว่า…
“พี่ขอโทษ… พี่หยิบมือถือพี่ติ๊กไปโพสต์เองโดยไม่ได้บอกก่อน”
ตอน 16.41 น. ที่ผมรีบโทรไปแล้วแกรับ …ตอนนั้นกำลังเคลียร์กันอยู่ เลยเสียงเครียด ๆ
แล้วหลังจากนั้นแกก็รับสายไม่หยุด ที่โทรมาจากทุกสารทิศ จนสายของผมแทรกเข้าไปไม่ได้อีก
พี่ติ๊กแกไล่รับสาย กล่าวขอโทษผู้คนมากมาย … รอบนี้ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่นะ เพราะตกใจกันไปครึ่งเมือง
โดยรายละเอียดอื่น ๆ พี่อ้อเธอว่าเธอจะเขียนโพสต์เคลียร์เอง ซึ่งผมเห็นว่ามีโพสต์ออกมาแล้วล่ะตอนผมกลับถึงบ้านพอดีเมื่อกี้
ส่วนพี่ติ๊กก็ควบคุมสถานการณ์ไป ที่แกยืนวาดภาพอยู่นี่ก็คล้ายการบำเพ็ญตะบะอย่างหนึ่ง
ผมเองได้คุยเป็นการส่วนตัวกับแกซักครึ่งชั่วโมง เนื่องด้วยจังหวะแกชวนไปดูรูปวาดในอีกห้องนึง
ตรวจจับสัญญาณแล้ว ไม่พบรังสีส่อเสียหาย พลังใจยังไปต่อได้
แกยังมีแรง อยากจัดคอนเสิร์ตอีกเพราะทำแล้วอิ่มเอมใจ แต่ครั้งนี้จะจ่ายค่าจ้างศิลปินที่มาร่วมเวทีด้วยแล้ว เพราะความสวยงามจากน้ำมิตรน้ำใจได้มาเต็มที่แล้ว
แล้วก็โอนเงินจากทุกคนไปให้ผู้เสียหายแล้ว แม้ยังไม่ครบเลขที่ขอ
ต่อไปจะทำในรูปแบบธุรกิจที่มีกำไรขาดทุนตามวิถีศิลปิน ไม่ขอรับมาฟรี ๆ แต่จะมุ่งหน้าสร้างงานต่อไป
ตัวผม ผมให้ข้อมูลที่จำเป็นกับแก ให้แกชั่งน้ำหนักในเรื่องสำคัญ
ผมบอกพี่ติ๊กว่า ผมอาจไม่ได้พูดด้วยท่วงทำนองเดียวกันกับคนอื่นนะ แต่ผมก็จริงจังกับพี่ และต้องการมั่นใจว่าพี่โอเค
ตัวแกพูดออกมาคำเดียวกับชื่อเพลงที่แกแต่ง คือ “ยอมรับคนเดียว” แกว่าแกอดคิดไม่ได้หรอกว่าทำไมมันต้องเกิดขึ้น ? แต่เมื่อย้อนเวลากลับไปไม่ได้ก็ต้องยอมรับคนเดียวและก้าวไป
(’ก้าวไป‘ ก็คืออีกหนึ่งชื่อเพลงสุดท้ายหน้า B อัลบั้มเต็มเหนี่ยว)
เรากอดกันหลายครั้งในบ้าน ผมถือว่าได้กอดแทนทุก ๆ คนที่อยากกอดแก
แกฝาก “ขาหมู” ที่บ้านแกทำมาให้ถุงใหญ่ และผมก็ลากลับเพื่อให้มันไม่ดึกมากนัก แกจะได้พักผ่อน
ผมขับรถไฟฟ้ากลับมาโดยพบว่าแบตไม่ได้ชาร์จมาและแทบจะหมดเกลี้ยง ก็มีขมิบตูดบ้าง
บทเพลง Playlist ติ๊ก ชิโร่ที่เปิดคลอมาทั้งขาไปและขากลับ ตกมาถึงเพลงสุดท้ายในขณะเลี้ยวรถเข้าซอยบ้าน แล้วเห็นแบตเหลือ 4% …ชื่อเพลง “ไปช้าช้า”
แหม่~ อะไรจะพอดิบพอดี
ราตรีสวัสดิ์ครับ (มีคลิปอยู่ในช่องคอมเมนต์)
ป.ล. หลังโพสต์นี้ถูกอัปโหลด ผมพยายามโทรบอกพี่ ๆ ทั้งคู่ให้ลบ ”โพสต์นั้น“ แต่ทว่าไม่รับ คาดว่าคงหลับกันไปแล้วครับ
เอาเป็นว่าแฟนคลับสบายใจได้ ภาพดังกล่าวเป็นเพียงแค่ภาพใน MV แต่โพสต์นี้ก็อาจจะทำให้ใครหลายคนไม่พอใจ เพราะรู้สึกว่า เป็นการโปรโมทเพลงที่ดูจะเล่นกับความรู้สึกของแฟนเพลงไปหน่อย เพราะหลายคนเป็นห่วง ติ๊ก ชีโร่มากๆ เอาเป็นว่า รอดูว่าเจ้าตัวจะออกมาพูด อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ หากมีอะไรเพิ่มเติมแอดจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ