โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผมยาวๆ ที่ทำให้อยากตื่นไปเรียนของ ‘ไฟฟ้า’ นักเรียนหญิงข้ามเพศจากซีรีส์ GELBOYS ตัวละครที่บันทึกความน่ายินดี ในวันที่บางโรงเรียนไทยให้ทรานส์ไว้ผมได้ตามใจต้องการ

Mirror Thailand

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 04.18 น.
ภาพไฮไลต์

“ถ้ามันกั๊กมาก็กั๊กกลับ เอาให้เข็ด เธอมันเริ่ด!” นาทีนี้หลายคนน่าจะกำลังปวดกบาลกับเรื่องราวความสัมพันธ์แบบเสาไฟฟ้าไร้สถานะ กั๊กมากั๊กกลับไม่โกง ของยัยโฟร์มด (รับบทโดย นิว ชยภัค) กับพ่อหนุ่มธงแดงวิเชียรมาศ (รับบทโดย ไปป์ มนธภูมิ) จากซีรีส์วัยรุ่นมาแรง‘GELBOYS’ กำกับโดย บอส-นฤเบศ กูโน ที่การันตีความปวดตับจากหลายผลงานที่ผ่านมา (เตรียมทิชชู่กันเลย) แต่ท่ามกลางความยุ่งเหยิง ยังมีเส้นเรื่องความสัมพันธ์น่ารักๆ ระหว่างแก๊งเพื่อนในโรงเรียนชายล้วนของโฟร์มด ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นคน Gen Z ที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานความสดใส ได้ช่วยให้คนดูอย่างเราๆ ได้สัมผัสและเข้าใจคัลเจอร์ของพวกเขา ทั้งวิธีการพูด คำศัพท์หรือสแลงที่ใช้ วิธีคิด การใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ กิจกรรมที่ชอบ ความสนใจ ไปจนถึงวิธีการจีบและเรื่องรักๆ โรแมนติกในแบบที่วัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ก็เพิ่งจะรู้เหมือนกัน ว่าเด็กๆ เขาทำกันแบบนี้ น่ารักสุดๆ!

โดยหนึ่งในตัวละครที่เราอยากพูดถึงมากๆ เพราะเธอคนนี้น่าสนใจและโดดเด่นในแก๊งเพื่อนสุดๆ คือ น้อง ‘ไฟฟ้า’ (รับบทโดยเปเปอร์ พีรดา) สาวน้อยหนึ่งเดียวในแก๊ง ผู้เป็นนักช็อตสมชื่อไฟฟ้า จนเกิดมีม “แอบเหี้ยไรนัก เหนื่อยก็เหนื่อยได้เลยไม่ต้องแอบ!” (ล้อการชอบพูดคำว่า “แอบ” กับทุกอย่างของคนยุคนี้) ซึ่งการมีอยู่ของคาแรกเตอร์ของเธอเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์สังคมไทยในวันนี้ ที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากอดีตเลยก็ว่าได้ เพราะไฟฟ้าคือนักเรียนหญิงข้ามเพศ ผู้ได้ไว้ผมยาวสวยแม้จะยังใส่ชุดนักเรียนชาย เธอได้ใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงคนหนึ่งในแก๊งผู้ชาย เธอมีแฟนหนุ่มที่หวานเจี๊ยบกันสุดๆ เธอยังแฮปปี้กับการทำวงดนตรีกับเพื่อนๆ เตะบอล วิ่งเล่น ทำเล็บเจล หรือติ่งศิลปินกับเพื่อนๆ โดยไม่ต้องแบ่งความคิดส่วนหนึ่งไปโฟกัสกับความเครียด ความกลัว ความกดดัน ที่จะถูกโรงเรียนสั่งตัดผมอีกแล้ว

การได้เป็นตัวเองของไฟฟ้าในวันที่ประเทศไทยยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการเรื่องทรงผมนักเรียนเป็นที่เรียบร้อย จากที่ก่อนหน้าสร้างแผลใจให้กับนักเรียนข้ามเพศเป็นจำนวนมากเรื่องการไว้ทรงผมที่ขัดแย้งกับตัวตน ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นตัวแทนนักเรียนข้ามเพศยุค 2025 ที่สามารถใช้ชีวิตวัยรุ่นในรั้วโรงเรียนอย่างมีความสุข เติบโตไปโดยไม่ต้องมีแผลทางใจติดตัว และได้โฟกัสกับตัวตน ความชอบของตัวเอง การเรียน และความฝันของตัวเองอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นถึงความปกติธรรมดาของการมีอยู่ของทรานส์ในโรงเรียนที่ได้ใช้ชีวิตตามวัยอย่างมีความสุขจริงๆ โดยปราศจากความกังวลที่จะถูกผู้ใหญ่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างการถูกจับตัดผมอีก

ความน่ายินดีนี้ ไม่ใช่เรื่องแต่งที่หยุดอยู่แค่ในโลกของซีรีส์ เพราะนี่คือชีวิตจริงของเด็กมัธยมฯ รุ่นใหม่ในสังคมทุกวันนี้ ที่นักเรียนหญิงข้ามเพศได้ไว้ผมยาวตามอิสระแล้ว ซึ่งตัวเราเองก็ประทับใจทุกครั้งที่เวลานั่งรถผ่านตามโรงเรียน หรือเวลานั่งรถไฟฟ้ามาเดินเล่นสยามที่เป็นศูนย์รวมวัยรุ่น ก็มักจะเห็นน้องๆ หญิงข้ามเพศ ได้ไว้ผมยาวตามใจปรารถนา และพวกเธอดูมีความสุขในวัยมัธยมฯ จริงๆ ทั้งการอยากออกมาเรียนหนังสือ มาเจอเพื่อนๆ ในโรงเรียน กระทั่งอยากทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เพราะไม่ต้องรู้สึกแย่กับการไม่ได้เป็นตัวเองอีกต่อไป ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแบบนี้ มันส่งผลดีต่อเด็กๆ มากขนาดไหน หลายๆ คนคงน่าจะเห็นภาพที่อบอวลไปด้วยความสุขนั้นแล้ว

สำหรับ เปเปอร์ ผู้รับบท ไฟฟ้า ถ้าใครรู้จักเธอตั้งแต่สมัยยังเรียนมัธยมฯ คงจำเธอได้จากฉายา นางฟ้าอัสสัมชัญ กับภาพไวรัลที่เธอใส่ชุดนักเรียนชายแต่ไว้ผมยาว ซึ่งเปเปอร์ก็ได้แชร์ผ่านแอคเคานต์ส่วนตัวใน X ว่า ที่เธอรับเล่นบทนี้ใน GELBOYS เพราะมีบางอย่างที่รีเลตกับชีวิตของเธอ หากย้อนกลับไปดูชีวิตของเปเปอร์สมัยเรียนชายล้วน เธอเป็นสาวน้อยที่เคยต้องตัดผมสั้นทรงนักเรียนชาย แต่ก็พยายามที่จะหาพื้นที่ที่ได้เป็นตัวเองอยู่ เธอทำคอนเทนต์แต่งหน้าไปเรียน ทุกๆ การปิดเทอมก็จะทำคลิปฯ พาไปต่อผมในยูทูบ เพื่อให้ยังมีช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตเป็นเด็กผู้หญิงในแบบที่ตัวเธอเป็น กระทั่งเธอเริ่มเข้าสู่การเป็นอินฟลูฯ จึงขอครูไว้ผมยาว เพื่อถ่ายงาน ทำให้ได้รับอนุญาตให้ไว้ผมยาวได้ในระดับหนึ่ง คล้ายๆ ทรงบ็อบสั้น ซึ่งทำให้ง่ายเวลาต้องต่อผมตอนปิดเทอมนั่นเอง

ประสบการณ์การดิ้นรนเพื่อให้ได้เป็นตัวเองให้ได้มากที่สุดของนักเรียนทรานส์แต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป เปเปอร์เองก็ต้องพยายามหาตรงกลางในเรื่องนี้กับโรงเรียนในวัยนั้น ขณะที่ทรานส์บางคนในสมัยก่อนอาจต้องน้อมรับความเจ็บปวดจากการไว้ทรงผมที่ลดทอนความมั่นใจ บางคนอาจต้องพิสูจน์ตัวเองมากมาย หรือบางคนอาจต้องหาทางหลบหลีกการถูกตัดผมอย่างยากลำบากจนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตตั้งแต่ยังเด็ก ถึงอย่างนั้น วันนี้ก็มาถึง วันที่เราเดินทางมาถึงยุคปัจจุบัน ที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ยกเลิกระเบียบทรงผมนักเรียน โดยให้สถานศึกษาเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นเรื่องการไว้ทรงผมแบบที่ตัวเองต้องการ และให้ระเบียบเป็นไปตามวิจารณญาณของสถานศึกษาแต่ละแห่งเอง ทำให้ตอนนี้ จะมีทั้งสถานศึกษาที่นักเรียนไว้ผมตามแบบที่ต้องการได้เลย และมีสถานศึกษาที่ให้ไว้ได้ แต่ยังต้องให้ผู้ปกครองมารับรู้ร่วมกัน ซึ่งถือเป็นก้าวที่ดีที่ทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนมากขึ้น ยกตัวอย่างโรงเรียนที่เปิดกว้างให้นักเรียนหญิงข้ามเพศไว้ผมยาว เช่น นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง นักเรียนโรงเรียนบุญวัฒนา นักเรียนโรงเรียนพรพิทยพยัต นักเรียนโรงเรียนมหรรณพาราม นักเรียนโรงเรียนเมืองคง นักเรียนโรงเรียนผดุงนารี และนักเรียนดาราพิทยาคม ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีสถานศึกษาที่ยังคงยึดถือระเบียบแบบเดิมๆ ที่เพศกำเนิดเป็นเพศอะไรก็ต้องไว้ผมแบบนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า และทำให้นักเรียนหลายคนยังคงไม่สามารถมีความสุขในรั้วโรงเรียนได้เต็มร้อยเฉกเช่นในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดช่องไว้หลวมๆ ว่าให้ระเบียบการไว้ผมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสถานศึกษา มันก็เป็นดาบสองคม ที่ด้านหนึ่งได้กลายเป็นช่องโหว่ให้บางสถานศึกษายังคงละเมิดสิทธิมนุษยชนของนักเรียนอยู่ เพราะทุกวันนี้ ก็ยังมีนักเรียนที่ถูกจับตัดผมจนแหว่งและทำให้เกิดความอับอายอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งพฤติกรรมของครูในลักษณะนี้ถือเป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่ง

แม้ความต้องการของนักเรียนหญิงข้ามเพศหลายคน อาจไม่ใช่แค่การได้ไว้ผมยาวอย่างเดียว แต่คือความรู้สึกที่ได้เป็นเด็กผู้หญิงในโรงเรียนอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้นจากการได้ใส่ชุดนักเรียนหญิง ไม่ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ซึ่งเราก็หวังว่าในอนาคตจะมีข่าวดีเรื่องนี้เกิดขึ้นในประเทศเรา แต่การที่หลายโรงเรียน ณ ตอนนี้ เปิดใจให้เด็กๆ ได้ไว้ผมตามต้องการแล้ว ไม่ว่าจะนักเรียนหญิงข้ามเพศที่ต้องการไว้ผมยาว หรือนักเรียนชายข้ามเพศที่ต้องการตัดผมสั้นก็ตาม ก็ยังถือเป็นเรื่องราวดีๆ และเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่สังคมที่น่าอยู่มากขึ้น เพราะอย่างน้อยๆ เด็กๆ ก็ไม่ต้องเจ็บปวดกับการต้องถูกบังคับให้มีทรงผมแบบที่ผู้ใหญ่คาดหวัง และเมื่อเด็กมีความสุขกับชีวิต พวกเขาก็จะพร้อมเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และพร้อมสร้างสิ่งดีๆ ใหม่ๆ ให้กับสังคมเรา ด้วยจิตใจที่เป็นสุขได้ โดยไม่ต้องทุกข์ทรมานจากการโดนจับตัดผมอีกแล้ว

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...