นักวิเคราะห์ แนะดักซื้อหุ้น 5 กลุ่ม จับตา กนง. ส่งสัญญาณผ่อนคลายดอกเบี้ย 16 ต.ค. นี้
นักวิเคราะห์ เทน้ำหนัก กนง. คงดอกเบี้ยที่ 2.5% ในการประชุมวันที่ 16 ต.ค.นี้ บล.กสิกรไทย คาดส่งสัญญาณผ่อนคลาย เปิดประตูสู่การลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ชี้เป็นผลดีกับหุ้นกลุ่ม Value บล.เอเซีย พลัส เปิดโผ 5 กลุ่มรับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง เช่าซื้อ แบงก์เล็ก อสังหาฯ ปันผลสูง กลุ่มโรงไฟฟ้า
วันที่ 15 ต.ค.2567 บล.เอเซีย พลัส คาดว่า ผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 16 ต.ค. นี้ ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.5 % ส่วนการประชุมรอบถัดไปในเดือน ธ.ค.คาดว่ามีโอกาสได้เห็นการลดดอกเบี้ย 0.25% สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) อายุ 1 ปีถึง 8 ปี ต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่จะลดลงในอนาคต
หุ้น 5 กลุ่มได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง
1. กลุ่มเช่าซื้อ ได้แก่ บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) บมจ.เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) (AEONTS) บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) บมจ. เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT)
2. กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO)
3. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บมจ.ศุภาลัย (SPALI) บมจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) (AP) บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) บมจ.แสนสิริ (SIRI)
4. กลุ่มที่ให้ปันผลสูง ได้แก่ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT)
5. กลุ่มได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยจ่ายลด ได้แก่ บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)
บล.ทรีนีตี้ คาดการณ์เช่นเดิมว่า การประชุมกนง. วันที่ 16 ต.ค.นี้ จะมีมติคงดอกเบี้ยที่ระดับ 2.50% แต่มีประเด็นที่น่าติดตาม คือ เสียงของมติที่ออกมาจะมีเสียงฝั่งเห็นควรให้ลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 1 เสียงหรือไม่ หากมีเพิ่มขึ้นและโทนของคำแถลงที่ออกมามีความ Dovish (ประนีประนอม ยืดหยุ่น) มากขึ้นเช่น โดยการเน้นย้ำถึงความเสี่ยงขาลงของเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นแรงกดดันเงินเฟ้อที่น้อยลง ความจำเป็นของกระบวนการ De-leveraging (การลดภาระหนี้ที่ลดน้อยลง) คาดว่าจะเป็นการเพิ่มความน่าจะเป็นต่อไปยังการลดดอกเบี้ยของ กนง. ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีวันที่18 ธ.ค.นี้ได้
บล.กสิกรไทย คาดว่า กนง. คงดอกเบี้ยที่ 2.50% ในการประชุมครัังนี้ (16 ต.ค.) แต่จะส่งสัญญาณผ่อนคลาย เปิดประตูสู่การลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่ 1.เงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบเป้าหมายสี่เดือนติดต่อกัน 2.แนวโน้มนโยบายการเงินโลก 3.เศรษฐกิจไทยเปราะบางและผลกระทบจากน้ำท่วม
"หากมีการส่งสัญญาณผ่อนคลายจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม Value (หุ้นดี ราคาถูก ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีความมั่นคง) โดยเฉพาะกลุ่มการเงิน โรงไฟฟ้าและสื่อสาร แนะเก็งกำไร GPSC ให้ราคาเป้าหมาย 55.0 บาท, MTC ราคาเป้าหมาย 55.0 บาท และ ORI ให้ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท"
อย่างไรก็ตาม บล.กสิกรไทย มองว่าการลดดอกเบี้ยของกนง. ไม่ใช่วงจรขาลง (Easing cycle) แต่เป็นเพียงการปรับให้สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจในปัจจุบันเท่านั้น โดยตลาดฟิวเจอร์ส มองการปรับลดดอกเบี้ยไทย 0.50 % ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เทียบกับสหรัฐ, ยุโรปที่ 1.25-1.50 %