การพัฒนา “ตลาดคาร์บอน”... กุญแจสำคัญขับเคลื่อน “ศก.คาร์บอนต่ำ” & “การพัฒนาที่ยั่งยืน” !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 21.10 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 02.54 น. • ฝ่ายพัฒนาความรู้ด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยWealth Sustainable: ความผิดปกติของธรรมชาติและสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษยชาติกำลังเผชิญในศตวรรษที่ 21 การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกเฉลี่ย การเพิ่มความถี่และความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติ และผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า เราต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Intergovernmental Panel on Climate Change [IPCC], 2021)
“ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ ธุรกิจควรต้องเริ่ม‘ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก’ ด้วยตนเองให้มากที่สุดก่อน หลังจากนั้นกลไกอย่าง 'ตลาดคาร์บอน’ (Carbon Market) จะเป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ (Market-based Mechanism) ที่มีส่วนสำคัญในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือ เพื่อบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ตั้งไว้”
กลไกการทำงานของ “ตลาดคาร์บอน”
“ตลาดคาร์บอน” เป็นตลาดซื้อ-ขาย “คาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs Reduction) ส่วนหนึ่ง โดยใช้“กลไกตลาด” (Market-based Mechanism)
มีแนวคิดพื้นฐาน คือ การกำหนดราคาให้กับ “การปล่อยคาร์บอน” หรือที่เรียกว่า “Carbon Pricing” ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนามาจากหลักการสำคัญทางเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมอย่าง"Polluter Pays the Principle" ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องจ่ายสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น (Newell et al., 2013)
การดำเนินการของ“ตลาดคาร์บอน” แบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ได้แก่
1.ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Cap-and-Trade System):
ในระบบนี้ รัฐบาลหรือหน่วยงานกำกับดูแลจะกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Cap) สำหรับอุตสาหกรรมหรือภาคส่วนต่างๆ และออกใบอนุญาตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Allowances) ให้กับบริษัทต่างๆ โดยบริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าที่ได้รับอนุญาต สามารถขายสิทธิส่วนที่เหลือ (Trade) ให้กับบริษัทที่ต้องการปล่อยก๊าซมากกว่าที่ได้รับอนุญาต (European Commission, 2021)
2.ระบบคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit System):
ในระบบนี้ โครงการที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศจะได้รับคาร์บอนเครดิตโดยต้องผ่านการตรวจสอบ/ทวนสอบจากหน่วยงานรับรองจึงสามารถขายให้กับบริษัทหรือบุคคลที่ต้องการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตน (Gold Standard, 2021)
บทบาทของ “ตลาดคาร์บอน” ในประเทศไทย
ประเทศไทยได้แสดงความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่แต่ละประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) ภายใต้ความตกลงปารีส โดยตั้งเป้าหมายระยะกลางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปีฐาน (ONEP, 2022) ซึ่งเมื่อพิจารณาผลการดำเนินการกับระยะเวลาที่เหลือแล้ว“ตลาดคาร์บอน” จึงเป็นกลไกสำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ทันเวลาผ่านการดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ดังนี้
- การพัฒนาตลาดคาร์บอนภายในประเทศ
ประเทศไทยเริ่มพัฒนาตลาดคาร์บอนภายในประเทศตั้งแต่ปี 2564 เพื่อเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกบางส่วนผ่านกลไกตลาด โดยสามารถแยกแยะลักษณะของตลาดคาร์บอนได้ 3 รูปแบบ ดังนี้
1) ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Compliance Carbon Market)
จุดประสงค์: เพื่อพัฒนาโครงการการลด/ดูดซับก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย NDCs ภายในประเทศ
ระบบการดำเนินการ: ระบบซื้อขายสิทธิ/ใบอนุญาตในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Cap-and-Trade System)
การซื้อ-ขาย: บริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าเพดานที่รัฐกำหนด ต้องเข้าร่วมตลาดคาร์บอนภาคบังคับเพื่อซื้อใบอนุญาตฯในการชดเชยส่วนที่ปล่อยเกิน
แนวทาง: บริษัทจะได้รับสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ระบบซื้อขาย ETS ที่สามารถใช้คาร์บอนเครดิตจากโครงการอื่น เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเองได้
2) ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market)
จุดประสงค์: เพื่อพัฒนาโครงการการลด/ดูดซับก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายแต่ละองค์กร
ระบบการดำเนินการ: ระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit System)
การซื้อ-ขาย: บริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าเกณฑ์ที่รัฐกำหนด สามารถเข้าร่วมตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจได้ โดยจะมีกระบวนการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/ดูดซับได้ของโครงการที่พัฒนาขึ้นมา และแปลงเป็นคาร์บอนเครดิตสำหรับใช้ในตลาดคาร์บอน เพื่อระดมทุนพัฒนาธุรกิจต่อไป
แนวทาง: ผู้ซื้อจะเป็นผู้ได้ถือครองสิทธิ์/ ใบอนุญาตการลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการนั้น ๆ และเป็นผู้สนับสนุนโครงการให้ดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกต่อไปได้
3) ตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ (Article 6 Carbon Market)
จุดประสงค์: เพื่อพัฒนาโครงการการลด/ดูดซับก๊าซเรือนกระจก 'และบรรลุเป้าหมาย NDCs ของประเทศนั้น ๆ ร่วมกัน
ระบบการดำเนินการ: ระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit System)
การซื้อ-ขาย: มี UNFCCC เป็นผู้กำกับดูแล ตรวจสอบ และรับรองการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต
แนวทาง: การซื้อขายโครงการคาร์บอนเครดิตภายใต้“Article 6” ต้องได้รับการอนุมัติให้มีการถ่ายโอนเครดิตระดับประเทศ (ITMOs) ก่อน
- การยกระดับความน่าเชื่อถือของ “ตลาดคาร์บอน” - “ระบบคาร์บอนเครดิต”
ประเทศไทยมีมาตรฐานการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER) ทั้งในระดับ Standard และ Premium ที่ส่งเสริมให้ภาคเอกชนและชุมชนทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงพัฒนาความสามารถที่จะได้รับการประเมินเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อแปลงเป็นคาร์บอนเครดิตที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน ถ่ายโอน หรือซื้อขายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจได้
การพัฒนา “ตลาดคาร์บอน” ที่มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อน “เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” และ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนไทย และทั่วโลก
สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://setsustainability.com/libraries/1327/item/-carbon-market-the-solution-to-net-zero-