โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘คุณพ่อเต็มเวลา’ เทรนด์ใหม่ของคุณพ่อชาวจีน ที่อาจขัดใจอากงอาม่า

มนุษย์ต่างวัย

อัพเดต 11 ต.ค. 2567 เวลา 02.04 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 19.04 น. • มนุษย์ต่างวัย

มนุษย์ต่างวัยชวนไปสำรวจเทรนด์การใช้ชีวิตของผู้ชายจีนยุคใหม่ จากบทบาทของผู้ชายที่ต้องเป็นผู้นำ ทำหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัว สู่การเป็น “คุณพ่อเต็มเวลา” บอกลางานประจำเพื่อมาดูแลบ้านและลูก ๆ ที่อาจกำลังทำให้อากงอาม่าขัดใจ แต่กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมในหมู่คุณพ่อชาวจีนในปัจจุบัน

ด้วยสภาพเศรษฐกิจของจีนที่ยังไม่ฟื้นตัวหลังการระบาดของโควิด-19 ประกอบกับปัญหาฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ การผลิตที่มากล้น และการกีดกันทางการค้า ซึ่งเกิดจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้การจ้างงานไม่เติบโต งานดี ๆ กลายเป็นสิ่งหายาก และเมื่อมีงานทำแล้ว ก็จะต้องพยายามรักษางานให้ดีและยาวนานที่สุด

ที่ผ่านมา เราอาจเคยได้ยินคำว่า ‘ลูกเต็มเวลา’ (full-time children) ในสังคมจีน ซึ่งหมายถึงคนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งที่เลือกใช้ชีวิตในวัยทำงานอยู่กับบ้าน ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น รดน้ำต้นไม้ ล้างจาน ซักผ้า และทำงานบ้าน รวมถึงการดูแลพ่อแม่ พาไปหาหมอ หรือแม้กระทั่งขับรถให้ โดยมีค่าตอบแทนจากพ่อแม่ในฐานะนายจ้าง แทนที่จะออกไปทำงานนอกบ้าน

คนหนุ่มสาวเหล่านี้ ประกอบด้วยกลุ่มที่ทำงานแล้วรู้สึกหมดไฟ กลุ่มที่เพิ่งเรียนจบ และกลุ่มที่หางานจนหมดแรง จึงตัดสินใจอย่างไม่เต็มใจนักที่จะเป็น ‘ลูกเต็มเวลา’ (Full-time Children) หรือ ‘ลูกที่ได้รับเงินเดือน’ (Paid Children)

อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจถดถอยในจีนไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่หางานใหม่เท่านั้น ยังส่งผลกระทบกับผู้ที่ทำงานอยู่แล้ว รวมถึงการจัดการความสัมพันธ์และบทบาทในระดับครอบครัวด้วย จากสังคมจีนดั้งเดิมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ และมักมีบทบาทเป็นผู้นำครอบครัวที่รับผิดชอบดูแลสมาชิกในบ้าน ในขณะที่ผู้หญิงต้องทำหน้าที่ดูแลบ้านและลูก ซึ่งในปัจจุบัน มีผู้ชายจำนวนหนึ่งเลือกที่จะออกจากงาน เพื่อมาทำหน้าที่ ‘พ่อเต็มเวลา’ (全职爸爸 Full-time Dad) หรือคุณพ่อที่อยู่บ้าน (Stay-at-Home Dad) เพื่อให้ภรรยาสามารถออกไปทำงานนอกบ้านได้ โดยพวกเขาจะคอยดูแลลูก ดูแลบ้าน และสร้างความสุขให้กับภรรยา

เฉินฮัวเลี่ยง หนึ่งในคุณพ่อชาวจีนที่ทั้งทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน และดูแลลูก ๆ ตลอดทั้งวัน ที่ผ่านมาหน้าที่ภายในบ้านเหล่านี้ส่วนใหญ่จะตกอยู่ในความรับผิดชอบของภรรยา ซึ่งทำให้สิ่งที่เฉินทำดูขัดแย้งกับประเพณีที่ยึดถือกันมาแบบหยั่งรากลึกในสังคมจีนที่ว่า ผู้ชายต้องเป็นผู้นำ จนเกิดแรงบันดาลใจให้ผลิตเป็นรายการทีวีชื่อดัง

เฉินให้สัมภาษณ์จากวิลล่าในเขตชานเมืองเซี่ยงไฮ้กับ AFP ในขณะที่ลูกสาววัย 4 ขวบและลูกชายวัย 11 ขวบวิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ เขาเลิกทำงานประจำเพื่อมาเป็น ‘คุณพ่อเต็มเวลา’ ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนผู้ที่ตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

“พ่อของผมเป็นเพียงพ่อเท่านั้น ผมไม่เคยรู้สึกว่าเขาสามารถช่วยเหลือผมได้ นอกจากเรื่องการเงิน” เฉินกล่าว และเสริมว่า “ผมอยากเป็นเพื่อนกับลูก ๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถแชร์เรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตกับผมได้”

สื่อของรัฐเคยรายงานผลการสำรวจทัศนคติของผู้ชายชาวจีนเกี่ยวกับบทบาทการเป็นพ่อบ้าน พบว่าเพียง 17% เท่านั้นที่แสดงความยินดีที่จะรับบทบาทนี้ อย่างไรก็ตาม การสำรวจในปี 2019 กลับพบว่าผู้ชายจีนมากกว่าครึ่งหนึ่งมีแนวโน้มที่ยินดีจะเป็นพ่อบ้าน ในปี 2023 สื่อจีน The Paper ได้ทำการสำรวจผู้ชายหนุ่มที่แต่งงานแล้วเกือบ 2,000 คน ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าผู้ชายถึง 52.4% เห็นด้วยกับการเป็นพ่อที่ต้องอยู่บ้าน ซึ่งสูงกว่าผู้หญิงที่มีแนวโน้มเห็นด้วยเพียง 45.8% เท่านั้น

ในชีวิตจริง การแบ่งแยกบทบาทในครอบครัวจีนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ โดยคนเป็นแม่ ได้เริ่มทุ่มเทให้กับการทำงานมากขึ้น ขณะเดียวกัน ฝั่งพ่อก็มีบทบาทในการดูแลครอบครัวมากขึ้น นอกจากนี้ การแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างพ่อที่ทำงานนอกบ้านและแม่ที่ทำงานในบ้านก็เริ่มลดน้อยลง ในเวลาเดียวกัน การรับรู้สิทธิและสิทธิสตรีที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการได้เข้าถึงการศึกษาในระดับสูงมากขึ้น ยังส่งผลให้ครอบครัวในรูปแบบใหม่กลายเป็นเรื่องปกติ ที่พบว่าคุณแม่มักมีการงานที่มั่นคงกว่า

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ ปู่ย่าตายายในปัจจุบันอยู่ในวัยที่ไม่สามารถช่วยเลี้ยงหลานได้อีกต่อไป

สำหรับคู่รัก การตัดสินใจที่จะสละเงินเดือนของผู้ที่มีรายได้น้อยกว่า หรือมีงานที่ไม่มั่นคงมากนัก มาดูแลลูกด้วยตัวเองมักจะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการจ้างพี่เลี้ยงเด็ก ทำให้ผู้คนยังมองว่าการเลือกเส้นทางนี้ “คุ้มค่า” ปาน ซิงจื้อ ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาออนไลน์ กล่าวกับ AFP

เมื่อเฉินฮัวเลี่ยง ตัดสินใจที่จะอยู่บ้านเพื่อดูแลบ้านและลูก ๆ อย่างเต็มเวลา ทำให้เหมยลี่ ภรรยาของเขามีเวลาว่างมากขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมา เธอได้กลายเป็นผู้เขียนหนังสือขายดีเกี่ยวกับคุณพ่อที่อยู่บ้าน และได้มีโอกาสสะท้อนความรู้สึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้

“ในช่วงเริ่มต้นของการแต่งงาน ฉันเคยสงสัยว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือฉันในฐานะคู่ชีวิตได้อย่างไร” เธอเล่า “เมื่อก่อน เขาทำงานหนักมาก ไม่เคยช่วยฉันดูแลลูก ๆ และไม่ค่อยใส่ใจฉัน แต่ตอนนี้เมื่อเขาต้องดูแลลูก ๆ และอยู่บ้าน ฉันพบว่าเขาช่วยเหลือฉันได้อย่างมาก”

“ฉันให้คะแนนเขา 9.5 จากคะแนนเต็ม 10” เธอเสริม

ผลงานของเหมาได้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์จำนวน 36 ตอน ชื่อ “สามีและภรรยา” ซึ่งมุ่งเน้นที่บทบาทของคุณพ่อเต็มเวลา และได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับบทบาทของผู้ชายในครอบครัวจีน

เฉินกล่าวว่า “พ่อแม่ของผมรู้สึกกังวลเล็กน้อยที่ผมกลายเป็นคุณพ่อที่อยู่บ้าน” เขากล่าวต่อว่า “บางคน โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ได้คอมเมนต์ว่า ผมใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยภรรยา”

ซู่ เสี่ยวหลิน วัย 34 ปี จากเมืองเซียะเหมิน มณฑลทางตะวันออกของจีน ได้เลือกที่จะเป็นคุณพ่อที่อยู่บ้าน หลังจากที่บริษัทที่เขาทำงานเกิดล้มละลาย เขาต้องเผชิญกับสายตาที่ตั้งคำถามและเสียงคัดค้าน โดยเฉพาะจากผู้สูงอายุในครอบครัวที่มองว่าสิ่งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าแปลกประหลาด

“ในช่วงแรก พ่อแม่และปู่ย่าตายายของผมมักพูดเสมอว่า ผมควรไปทำงาน” ซู่เล่าให้ AFP ฟัง “บางครั้งเพื่อนบ้านที่สูงอายุถึงกับตำหนิอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจและกดดัน โดยเฉพาะเมื่อผมพาลูกชายวัย 2 ขวบเดินเล่นตามลำพัง ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็มักจะล้อเลียน” เขาพูดเสริม “แต่คนอายุน้อยกว่า 35 ปีกลับไม่คิดแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว”

อาหมิง ชายจากหางโจว ให้สัมภาษณ์กับ The Paper เกี่ยวกับทัศนคติของเขาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่เขาได้เป็นพ่อเต็มเวลา เมื่อก่อน เมื่อเขาได้ยินลูกของคนอื่นร้องไห้ เขามักจะรู้สึกหงุดหงิดและอยากออกจากสถานที่นั้นโดยเร็ว แต่ปัจจุบันเขามีลูกชายสองคนที่เขาดูแลตั้งแต่ยังเป็นทารก ซึ่งทำให้เขามีทักษะในการดูแลทารก เช่น การเปลี่ยนผ้าอ้อม เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ที่ภรรยาเก็บไว้ให้) และพาลูก ๆ ไปเดินเล่นตามภูเขา

เมื่อตัดสินใจจะเป็นพ่อที่อยู่กับบ้าน สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดสำหรับอาหมิง คือการต่อต้านจากพ่อแม่ของเขาเอง พวกเขามักพูดว่า “ลูกต้องไปทำงาน เราจะดูแลลูก ๆ แทนให้” อาหมิงเล่าเกี่ยวกับความพยายามของพ่อแม่ที่พยายามโน้มน้าวเขาให้กลับไปทำงานประจำ

“วันนี้ วิธีที่คนหนุ่มสาวหาเงินและทำมาหากินนั้นมีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น แต่ในมุมมองของผู้สูงอายุ การทำงานอย่างมีวินัยเท่านั้นจึงถือเป็นงานปกติ” เขากล่าว “การที่พ่อที่อยู่บ้านดูแลลูกแล้วยังสามารถทำงานได้ด้วยนั้น เป็นสิ่งที่เข้าใจยากสำหรับพวกเขา” อาหมิงได้ส่งบันทึกรายได้ให้แม่ในช่วงที่เขาไม่ได้ทำงานประจำ ซึ่งทำให้พ่อแม่ของเขาหยุดโน้มน้าวให้เขากลับไปทำงานประจำในที่สุด

อาหมิงถือเป็นตัวอย่างของคนที่ไม่ใช่คุณพ่อเต็มเวลาในความหมายที่แท้จริง เพราะในขณะที่เขากำลังเลี้ยงดูลูก ๆ เขายังทำ "ธุรกิจ" ของตนเองที่บ้าน โดยจัดหาโสม ชา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้กับลูกค้า ซึ่งทำให้เขามีรายได้ต่อเดือนมากกว่า 10,000 หยวน

เขากล่าวว่า การได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกทำให้เขาเริ่มเข้าใจความยากลำบากของผู้หญิงในการรักษาสมดุลระหว่างบทบาทในครอบครัวและสังคม “เนื่องจากภรรยาของผมมีอาชีพที่เธอรัก ผมจึงต้องสนับสนุนเธอ เพราะการหางานที่เราชอบไม่ใช่เรื่องง่าย” อาหมิงกล่าว “ผมปรับตัวและทำทุกอย่างได้ ผมไม่กลัวความยากลำบาก”

"อิฐในการปฏิวัติ สามารถเคลื่อนย้ายได้ทุกที่ที่ต้องการ" เป็นสำนวนของพรรคคอมมิวนิสต์ ที่อาหมิงนำมาใช้เปรียบเทียบกับเส้นทางที่เขาเลือกสำหรับครอบครัวของเขา

ในมุมมองของอาหมิง รูปแบบครอบครัวที่ "ผู้ชายต้องดูแลโลกภายนอกและผู้หญิงดูแลบ้าน" นั้นถือเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างดั้งเดิมและอนุรักษ์นิยม

“แม้ว่าผู้ชายจะไม่สามารถตั้งครรภ์ ให้กำเนิด หรือให้นมบุตรได้ด้วยตนเอง แต่ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการดูแลครอบครัว พวกเขาก็สามารถทำได้เท่าเทียมกับผู้หญิง” เขาพูดต่อ “การตัดสินใจว่าใครจะดูแลลูก เป็นเพียงเรื่องของการแบ่งงานในครอบครัว และไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับเพศ” อาหมิงเชื่อว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีต้องมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และขอเพียงแค่ทุกคนในครอบครัวมีความสุขและอิ่มเอมใจก็เพียงพอแล้ว

ในปัจจุบัน คุณพ่อหนุ่มวัย 30 ต้น ๆ หลายคนที่เลือกเส้นทางนี้ ได้ใช้แพลตฟอร์ม Xiaohongshu ซึ่งเป็นเหมือน Instagram ยอดฮิตของจีน เป็นช่องทางในการโปรโมตไลฟ์สไตล์ของตนอย่างภาคภูมิใจ พร้อมสร้างความเข้าใจในสังคมเกี่ยวกับบทบาทของพวกเขา

ชางเหวินเฮา คอนเทนต์ครีเอเตอร์วัย 37 ปี และหนึ่งในคุณพ่อเต็มเวลา กล่าวว่า เขาได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “คุณพ่อหลายคนเริ่มเห็นคุณค่าของการอยู่เป็นเพื่อนและช่วยเหลือเรื่องการศึกษาของลูก ๆ พร้อมทั้งฟังความต้องการของพวกเขา” เขาเสริมว่า “สิ่งนี้ยังจะต้องมีการพัฒนาต่อไป แต่การเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งก็ยังคงต้องใช้เวลา

อ้างอิง:

ขอบคุณภาพจาก https://www.thepaper.cn/newsDetail_forward_25206559

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...