ไล่บี้คดี “แม่เบียร์ กับพวกฯ” ไลฟ์สดหลอกขายทอง
“รรท.ผบ.ตร.” กำชับ ผู้ช่วยฯอ้อใช้ 7 มาตราการเข้ม ไล่บี้คดี “แม่เบียร์ กับพวกฯ” ไลฟ์สดหลอกขายทอง รายงานคืบหน้าทุกวัน
วันที่ 9 ต.ค. 2567 เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับ นางสาว กรกนก สุวรรณบุตร หรือตั๊ก และ นายกานต์พล เรืองอร่าม หรือเบียร์ กับพวก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยการหลอกลวงขายทองรูปพรรณด้วยการไลฟ์สดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และ บช.สอท. ได้ดำเนินคดีกับ นายพรมธาดา นาคเจริญหรือ ใบหนาด กรณีไลฟ์สดผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลอกลวงขายทองรูปพรรณราคาถูกแก่ประชาชน แต่ผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าหรือได้รับไม่ตรงตามที่โฆษณา โดยมีดารานักแสดงและบุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมในการโฆษณาขายสินค้า และกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการดำเนินการขายตรงของบริษัท "The Icon Group" ที่มี นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ พอล เป็นผู้บริหาร นั้น
เพื่อให้การดำเนินคดีดังกล่าวข้างต้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์และเป็นไปตามกฎหมาย ตลอดจนเพื่อเป็นการกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับกรณีที่พบว่าเป็นการกระทำความผิดในลักษณะฉ้อโกงประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชน
โดยเร็วที่สุด จึงให้ดำเนินการ ดังนี้
1.มอบหมายให้ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 2) เป็นผู้ควบคุม สั่งการบริหารเหตุการณ์ สืบสวนสอบสวน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ได้รับความเสียหายหรืออาจได้รับความเสียหายให้สามารถแจ้งความร้องทุกข์หรือให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรววจได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงพิจารณาคัดเลือกพนักงานสอบสวนที่มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์เข้าร่าร่วม
เป็นคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีดังกล่าวอีกส่วนหนึ่ง
2.ให้ บช.สอท. และ บช.ก.(ปคบ.) กำหนดประเด็นการสอบสวนเพื่อให้พนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความสามารถสอบสวนได้ตรงตามประเด็นและองค์ประกอบแห่งการกระทำผิด และเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว โดยต้องดำเนินคดีให้ครบถ้วนทุกข้อหากับผู้กระทำความผิดหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย
3.ให้ บช.น., ภ.1-9 สั่งการพนักงานสอบสวนในสังกัดให้สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสอบสวนแก่คณะทำงานฯ ตามข้อ 1 และสนับสนุนการปฏิบัติงานของ บช.สอท. และ บช.ก. ตามที่
ได้รับการร้องขอ
4 ให้ สยศ.ตร. รวบรวมสถิติข้อมูลเกี่ยวกับคดีดังกล่าวในประเด็นสำคัญ เช่น จำนวนผู้ต้องหา ผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหาย ของกลางทางคดี หรือทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้ตรวจสอบตาม
กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์และกำหนดมาตรการหรือแนวทางในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในภาพรวมของ ตร. ต่อไป
5.ให้ กมค. รวบรวมข้อกล่าวหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับ บช.สอท., บช.ก. และคณะทำงานฯ ตามข้อ 1 ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินการอื่นใดตาม
ที่ได้รับการร้องขอ
6.ให้ ศปก.ตร. เปิดช่องทางสายด่วน 1599 เพื่อเป็นศูนย์รับแจ้งเหตุให้กับผู้เสียหายและส่งต่อข้อมูลทางคดีให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อทำการสืบสวนสอบสวนต่อไปโดยเร็ว ตลอดจน
รับแจ้งข้อมูลข่าวสารหรือเบาะแสจากประชาชนเกี่ยวกับการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว
7.ให้ โฆษก ตร. ประสานข้อมูลและติตามความคืบหน้าทางคดีกับคณะทำงานฯ บช.สอท.,บช,ก. และ ศปก.ตร. อย่างใกล้ชิด เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับผู้เสียหายและประชาชนได้รับทราบทุกระยะ
ให้ บช.สอท. และ บช.ก. รายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าวข้างต้นให้ทราบ โดยรายงานครั้งแรกในวันที่ 4 ต.ค.67 เวลา 14.00 น. และครั้งต่อไปให้รายงานทุกวันก่อนเวลา 10.00 น. ผ่าน พล.ต.ท.อัคราเดชฯ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 2 ) เพื่อพิจารณาผลการปฏิบัติ แล้วรายงาน รองผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. ทราบ ทุกวันก่อนเวลา 15.00. น.เพื่อทราบและดำเนินการ