โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วันเฉลิม’ เป็นใคร ทำความรู้จักผู้ลี้ภัยที่ถูกอุ้มหาย ที่ยังไม่มีใครรู้ความจริงถึงปัจจุบัน

The MATTER

อัพเดต 09 ก.ย 2567 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2567 เวลา 09.38 น. • Brief

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย หายใจไม่ออก” เสียงสุดท้ายจากวันเฉลิม ก่อนที่เขาจะหายตัวไปและไม่มีใครพบอีกเลย

เมื่อวานนี้ (8 กันยายน 2567) ได้มีกลุ่มบุคคลนำป้าย ‘ตามหาวันเฉลิม’ ไปแปะตามสถานที่ต่างๆ เช่น หน้ากองบัญชาการกองทัพปก และหน้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ชื่อของ ‘วันเฉลิม’ เริ่มถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง

เขาเป็นใคร และหายไปได้อย่างไร The MATTER ชวนไปทำความรู้จักกัน

วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือ ต้าร์ เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองที่ลี้ภัยไปยังประเทศกัมพูชา โดยเขาออกมาวิจารณ์และแสดงจุดยืนทางการเมืองบนโซเชียลมีเดีย ในตอนที่เกิดการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปี 2557 ทั้งการไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร การขึ้นมามีอำนาจทางการเมืองของทหาร และอื่นๆ

เหล่านี้ทำให้วันเฉลิมกลายเป็นอีกชื่อหนึ่งที่ถูกเรียกไป ‘ปรับทัศนคติ’ แต่เขาตัดสินใจไม่ไปรายงานตัว และลี้ภัยทางการเมืองโดยไปอยู่ที่กัมพูชา นานถึง 6 ปี

จนกระทั่งวันที่ 4 มิถุนายน 2563 มีรายงานวันเฉลิมได้หายตัวไปจากด้านนอกอพาร์ทเมนท์ในกรุงพนมเปญด้วยรถคันหนึ่ง โดยขณะนั้นเขากำลังคุยโทรศัพท์กับพี่สาวอย่าง สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เสียงสุดท้ายที่สิตานันได้ยินเป็นเสียงพูดภาษากัมพูชา ที่แปลได้ว่า “ช่วยด้วย ช่วยด้วย หายใจไม่ออก” และสายก็ตัดไป โดยหลังจากนั้นได้มีคลิปจากกล้องวงจรปิดที่เห็นรถยนต์ขับออกไปจากบริเวณนั้นเผยแพร่ออกมา

ไม่นานหลังจากนั้น แฮชแท็ก #Saveวันเฉลิม ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งของทวิตเตอร์ พร้อมการเรียกร้องจากมวลชนให้ตามหาวันเฉลิม และรัฐบาลต้องมีคำตอบให้กับเรื่องนี้ โดยช่วยสืบหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ถึงอย่างนั้น พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในเวลานั้น ก็ได้ออกมาชี้แจงในวันต่อมา ว่าทาง สตช.ยังไม่ได้รับรายงาน และตำรวจไทยไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่กัมพูชา

นอกจากนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ยังออกมาตอบคำถามต่อหน้าสื่อว่า “ไม่รู้จักคนชื่อวันเฉลิม” แต่ถ้ามีอะไรที่ช่วยได้ก็จะช่วย

แม้ว่าภาครัฐจะพยายามหลีกเลี่ยง แต่กลับมีคนพบเอกสารทางราชการจำนวนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า ภาครัฐรู้จักคนชื่อ ‘วันเฉลิม’ เป็นอย่างดี ทั้งจากการพบหลักฐานว่ามีชื่อวันเฉลิมอยู่ในชื่อ blacklist คนที่ไม่มารายงานตัวต่อ คสช. และพบหลักฐานเป็นภาพถ่ายการเคลื่อนไหวของวันเฉลิมในกัมพูชา

หลายคนมองว่า ถ้าหากภาครัฐไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ ‘บังคับให้สูญหาย’ ครั้งนี้จริง ก็ควรช่วยตามหาความจริงของการหายตัวไปหรือถูกลักพาตัวครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพราะวันเฉลิมก็ถือเป็นพลเมืองไทยคนหนึ่ง แต่จากหลักฐานที่พบ และการโต้ตอบต่อกรณีนี้ ทำให้หลายคนเชื่อได้ว่า ภาครัฐอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มหายวันเฉลิมจริง

ผ่านมา 4 ปีนับจากวันนั้น ชาวไทยก็ยังไม่รู้เลยว่าตกลงแล้ววันเฉลิมอยู่ที่ไหน หรือแม้กระทั่งว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

“ขอให้ปล่อยตัวต้าร์มาเถอะ ไม่ว่าในสภาพไหน ขอให้เขาปลอดภัย หรือถ้าเป็นศพก็ขอให้ยืนยันมาว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ไม่งั้นเราและครอบครัวจะไม่สามารถจะใช้ชีวิตต่อได้ ไม่รู้ว่าจะต้องตามหาถึงวันไหน” สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม กล่าว

วันเฉลิมไม่ใช่คนแรกที่ถูกทำให้หายตัวไปโดยไม่รู้สาเหตุ โดยในปี 2565 คณะกรรมการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการกระทำให้บุคคลสูญหายโดยบังคับหรือไม่สมัครใจ (The United Nations Working Group on Enforced or Involuntary Disappearances) บันทึกว่า ประเทศไทยมีกรณีการกระทำให้บุคคลสูญหายที่ยังไม่ได้รับความกระจ่างชัดทั้งสิ้น 76 กรณี

เพื่อไม่ให้มีใครต้องเผชิญเรื่องแบบนี้อีก ภาคประชาชนได้เรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมาย จน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ก็ประกาศบังคับใช้ และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นมา

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆ ความจริงเกี่ยวกับวันเฉลิมจะถูกเปิดเผยออกมาหรือไม่ หรือจะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ถูกรัฐไทยฝังกลบ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องติดตามต่อไป

อ้างอิงจาก

amnesty.or.th

thematter.co

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...