โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผู้ว่าแบงก์ชาติอังกฤษ ลงจากหอคอยงาช้าง เดบิวต์เป็นอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ให้ความรู้การเงินคน Gen Z

Thairath Money

อัพเดต 08 ต.ค. 2567 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2567 เวลา 02.07 น.
ภาพไฮไลต์

เป็นธนาคารกลางก็ต้องปรับตัว ผู้ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) บุก TikTok เดบิวต์เป็นอินฟลูเอนเซอร์ให้ความรู้การเงิน เรียกความเชื่อมั่นคน Gen Z

ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารกลางอังกฤษต้องเผชิญกับแรงกดดันและความไม่พอใจ จากประชาชนที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองว่า การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางซ้ำเติมสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมให้เกิดความไม่เท่าเทียมในสังคม เนื่องจากตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25% มาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี

ประกอบกับเฟคนิวส์ทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวหาว่า ธนาคารกลางต้องการนำ CBDC หรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน เพื่อควบคุมพฤติกรรมการใช้จ่าย จำกัดเสรีภาพทางการเงินของประชาชน โดยเฟคนิวส์ดังกล่าวสั่นคลอนความเชื่อมั่นของ BOE อย่างมาก จนโฆษกของ BOE ต้องออกมายอมรับในแถลงการณ์ว่า กำลังพยายามปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สะท้อนถึงความกังวลด้านความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางปัญหาเงินเฟ้อที่ลากยาว

“เราคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ธนาคารกลางจะต้องอธิบายว่า เรากำลังทำอะไร และเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจ ให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นั่นคือเหตุผลที่เราพยายามเข้าถึงผู้คนในช่องทางที่พวกเขารับข้อมูลข่าวสาร”

ล่าสุดเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา Andrew Bailey ผู้ว่าธนาคารกลางอังกฤษ ได้ให้สัมภาษณ์กับ Abigail Foster อินฟลูเอนเซอร์การเงินที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ ถึงเบื้องหลังการตัดสินดำเนินนโยบายการเงิน และความท้าทายที่ต้องเผชิญ ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย พร้อมพาทัวร์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมธนาคารกลาง ซึ่งวิดีโอดังกล่าวมียอดรับชมมากกว่า 43,000 ครั้ง และมียอดรับชมใน Reels เกือบ 150,000 ครั้ง การเคลื่อนไหวของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของธนาคารกลางแห่งแรกของโลกที่มีอายุเก่าแก่กว่า 330 ปี ในการปรับตัวและปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งคนรุ่นใหม่มีความใกล้ชิดกับธนาคารกลางน้อยลงเรื่อย ๆ

โดยเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา BOE ได้เริ่มสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ผ่านอินสตาแกรม ผ่านการทำอัลบั้มภาพและคลิปวิดีโอให้ความรู้ทางการเงินแบบเข้าใจง่าย ก่อนหน้านี้ธนาคารหลายแห่งตื่นตัวในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่มากขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย จะเห็นได้จากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เปิดบัญชีบนอินสตาแกรมตั้งแต่ปี 2561 แต่ปัจจุบันมีผู้ติดตามเพียง 80,000 บัญชี น้อยกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่เปิดบัญชีอินสตาแกรมเมื่อเดือนตุลาคม 2566 แต่มีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 บัญชี และทำคอนเทนต์

หลังโควิด ทั่วโลกต้องเผชิญกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ธนาคารกลางจึงต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัว ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินปรับเพิ่มขึ้น ซ้ำเติมภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจ ในสายตาคนรุ่นใหม่ ธนาคารกลางจึงมีภาพจำเป็น "วายร้าย" ที่มีอาวุธ คือ อัตราดอกเบี้ย มากกว่า "ฮีโร่" ผู้กู้วิกฤติการเงินอย่างในอดีต โดยผลกระทบของการขึ้นอัตราดอกเบี้ย นำมาซึ่งปัญหาค่าครองชีพที่กลายเป็นอุปสรรคต่อการสร้างตัวของคนรุ่นใหม่ ในขณะที่คนรุ่น Baby boomer และ Gen X ยังสามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ เนื่องจากมีโอกาสสร้างตัวในยุคทองทางเศรษฐกิจ (The Golden Age of Capitalism) ช่วงทศวรรษ 2490 ซึ่งเศรษฐกิจโลกเติบโตในอัตราที่สูงมากทั้งประเทศมหาอำนาจและประเทศยากจน จากภาวะเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ ส่งผลให้อัตราว่างงานและเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

ติดตามข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศ กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/world_econ
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...