โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คัด 3 หุ้นแบงก์ปันผลดี แหล่งพักเงินช่วงตลาดหุ้นผันผวน

Wealthy Thai

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2567 เวลา 02.27 น.

ในช่วงที่ตลาดหุ้นกำลังผันผวนและรอดูความชัดเจนจากประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ นักลงทุนอาจกำลังมองหาหุ้นที่เป็นแหล่งพักเงินที่ดี ซึ่งหุ้นปันผล นับเป็นหนึ่งในตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นธนาคารที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันสูง
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า กลุ่มธนาคารปันผลสูงเป็นแหล่งพักเงินที่ดีในช่วงตลาดแกว่งสร้างฐาน โดยให้คำแนะนํา “ซื้อ” สะสมหุ้นกลุ่มธนาคารที่มีการจ่ายปันผลสูง 6-10% ในช่วงตลาดพักฐาน ได้แก่
TTB ซึ่งเป็น 1 ใน Top pick กลุ่มธนาคารคู่กับ KTB โดยมีศักยภาพในการสร้างกําไรที่แข็งแกร่งและมีผลประโยชน์ทางภาษีที่เหลืออยู่สูงถึง 1.17 หมื่นล้าน พร้อมให้ปันผลสูง 7.6% ในปี 2568 ขณะที่ทางเทคนิคราคามีแนวโน้มฟื้นตัว ให้ราคาเป้าหมายที่ 2.3 บาท
KTB อีกหนึ่งหุ้น Top pick กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่ได้ประโยชน์มากสุดจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ขณะเดียวกันยังเป็นธนาคารเดียวที่สินเชื่อในไตรมาส 3/67 เติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67 และให้ปันผลในระดับ 6.7% ในปีหน้า โดยให้ราคาเป้าหมาย 24 บาท
และ KKP คุณภาพสินทรัพย์และรายได้ตลาดทุนปรับตัวดีขึ้น พร้อมอัตราปันผลที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 6.9% ในปี 2567 เป็น 9.3% ปีหน้า โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 63 บาท
ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินกำไรสุทธิ 9 เดือน ปี 2567 ของ TTB คิดเป็น 78.9% ของประมาณการทั้งปี พร้อมคงมุมมองเดิม โดยคาดแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 4/67 ของ TTB จะชะลอตัวจากไตรมาส 3/67 จากค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลที่สูงขึ้น แต่คาดโตจากไตรมาส 4/67 หนุนจากการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ฟื้นตัวขึ้น ทำให้คาดทั้งปี 2567 จะมีกำไรสุทธิ 20,175 ล้านบาท โต 9.3% จากปีก่อน
นอกจากนี้ TTB มีสิทธิทางภาษีคงเหลืออีก 1.2 หมื่นล้านบาท ที่สามารถทยอยรับรู้ได้ถึงปี 2571 เป็นปัจจัยเสริมเฉพาะตัวที่ช่วยชดเชยกำไรจากการดำเนินงานที่ยังโตได้จำกัด อีกทั้งคาด TTB จะให้ปันผลจากกำไรสุทธิครึ่งหลังปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท คิดเป็น Dividend yield 3.1% จึงคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” มูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 2.10 บาท
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางกำไรไตรมาส 4/67 ของ KTB จะอ่อนตัวจากไตรมาส 3/67 เพราะ OPEX ตามฤดูกาล แต่เติบโตเด่นจากฐานกําไร 6.1 พันล้านบาทในไตรมาส 4/66 แต่ในการประเมินมูลค่าหุ้นยก PBV มาที่ 0.7 เท่า (เดิม 0.66 เท่า) สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์เด่นกว่ากลุ่มฯ และได้มูลค่าที่ 23.4 บาท (เดิม 21.8 บาท)
พร้อมคงแนะนํา Outperform ประเมินราคาหุ้นเคลื่อนไหวได้ดีกว่ากลุ่มฯ หลังคุณภาพสินทรัพย์งวดนี้ทําได้ดีกว่ากลุ่มฯ ประกอบกับระดับ ROE สูงกว่าธนาคารใหญ่อื่นๆ รวมทั้งสินเชื่อมีแรงหนุนจากลูกค้ารัฐบาลเป็นจุดแข็งเหนือธนาคารอื่น
สุดท้าย KKP นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิ 9 เดือน ปี 2567 คิดเป็น 76.9% ของประมาณการทั้งปี และยังคงประมาณการเดิม โดยเบื้องต้นคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ของ KKP จะลดลงจากไตรมาส 3/67 ทั้งจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปีและการตั้งสำรองที่คาดจะกลับมาเพิ่มขึ้นจากระดับที่ต่ำกว่าปกติในไตรมาส 3/67
แต่หากเทียบกับไตรมาส 4/66 คาดกำไรจะกลับมาปรับขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากคุณภาพสินทรัพย์ในฝั่งธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์มีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จึงคาดผลขาดทุนจากการขายรถยึดจะปรับตัวลง หนุนให้คงคาดการณ์ทั้งปี 2567 KKP จะมีกำไรสุทธิ 4,656 ล้านบาท ลดลง 14.5% จากปีก่อน ก่อนจะพลิกกลับมาโต 8.3% ในปี 2568
อย่างไรก็ตาม บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ยังคงความระมัดระวังต่อ KKP เนื่องจากกำไรจากการดำเนินงานโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันไม่มี Upside เหลือ จากมูลค่าพื้นฐานปี 2568 เดิมที่ 50 บาท จึงคงคำแนะนำเพียง “เก็งกำไร”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...