โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“การบินไทย” กำไรสุทธิ Q2/67 ร่วงเหลือ 306 กำไรต่อหุ้น 0.14 บาท ลดลงจากปีก่อน 0.90 บาท/หุ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ส.ค. 2567 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2567 เวลา 03.52 น.

"การบินไทย" กำไรสุทธิ Q2/67 ร่วงเหลือ 306 กำไรต่อหุ้น 0.14 บาท ลดลงจากปีก่อน 0.90 บาท/หุ้น EBITDA อยู่ที่ 4,401 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน

วันที่ 9 สิงหาคม 2567 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 บริษัทมีเครื่องบินที่ใช้ทำการบินทั้งสิ้น 77 ลำ โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 บริษัทมีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินเฉลี่ย 13.1 ชั่วโมง

ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.1 และปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RFK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 เมื่อบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ปรับตัวลดลงจาก 79.2% ในงวดเดียวกันของปีก่อนเป็น 73.2% โดยไตรมาสที่ 2 เป็นช่วงที่ความต้องการเดินทางของผู้โดยสารต่ำที่สุดของปี

ในขณะที่ในปี 2566 อุตสาหกรรมการบินยังอยู่ในระยะฟื้นตัวจากปริมาณความต้องการเดินทางของผู้โดยสารคงค้าง การเปิดประเทศของจีน และการผ่อนคลายและยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ในไตรมาสที่ 2 ของปีก่อนอยู่ในระดับสูงกว่าภาวะปกติ

อย่างไรก็ตามรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัย) อยู่ที่ 3.07 บาท และจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 3.81 ล้านคนคน เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 3.4 และร้อยละ 13.7 ตามลำดับ

สำหรับด้านการขนส่งสินค้า มีปริมาณการผลิตด้านพัสดุภัณฑ์ (ADTK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.5 และปริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์ (RFTR) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.4 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ในขณะที่อัตราส่วนการขนส่งพัสดุภัณฑ์ (Freight It Load Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 51.5% ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่องมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งดียว) ทั้งสิ้น 43,981 ล้านบาท สูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อน 6,600 ล้านบาท (17.7%)

โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากกิจการขนส่งที่เพิ่มขึ้น 5,323 ล้านบาท (15.2%) เนื่องจากการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน และเส้นทางบินที่ให้บริการเพื่อรองรับปริมาณความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 4,963 ล้านมาท (159%) และมีรายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัยภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น 360 ล้านบาท (9.4%)

นอกจากนี้ บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากกิจการอื่นเพิ่มขึ้น 724 ล้านบาท (37.3%) และมีรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 553 ล้านบาท (150%) ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 9,251 ล้านบาท (32.1%) ตามปริมาณการผลิตและหรือปริมาณการขนส่ง จำนวนเที่ยวบิน จุดบิน และผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งอัตราค่าบริการภาคพื้น ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และการอ่อนค่าของเงินบาทที่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่ที่อยู่ในสกุลเงินต่างประเทศสูงขึ้น

ส่งผลให้บริษัท และบริษัทย่อย มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 5,925 ล้านบาท ต่ำกว่างวดเดียวกัน ของปีก่อน 2,651 ล้านบาท (30.9%) และสำหรับต้นทุนทางการเงิน (ซึ่งเป็นการรับรู้ต้นทุนทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9: TFRS 9) จำนวน 4,796 ล้านบาท สูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อน 829 ล้านบาท (20.9%)

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว สาเหตุหลักจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ถึงแม้จะมีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และกำไรจากการขายสินทรัพย์

โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นค่าใช้จ่ายรวม 809 ล้านบาท ส่งผลให้ไตรมาสที่ 2 ปี 2567 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 314 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 1,959 ล้านบาท โดยเป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 306 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.14 บาท ลดลงจากปีก่อน 0.90 บาทต่อหุ้น (86.5%) โดยมี EBITDA หลังหักเงินสดจ่ายหนี้สินตามเงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบิน รวมค่าเช่าเครื่องบินที่คำนวณจากการใช้เครื่องบินที่เกิดขึ้นจริง (Power by the Hour) เป็นกำไรจำนวน 4,401 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 4,906 ล้านบาท (52.7%)

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 270,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 จำนวน 31,535 ล้านบาท (13.2%) หนี้สินรวมมีจำนวน 310,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 จำนวน 28,823 ล้านบาท (10.2%) ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ติดลบจำนวน 40,430 ล้านบาท ติดลบลดลงจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 จำนวน 2,712 ล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...