โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงเรียนไทยเพียงแห่งเดียวที่เข้ารอบ 3 ทีมสุดท้าย การชิงรางวัลโรงเรียนที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2024

THE STATES TIMES

อัพเดต 25 ก.ย 2567 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2567 เวลา 04.30 น. • ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล

‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ ตอนเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายรางวัลโรงเรียนที่ดีที่สุดในโลก (ด้าน Innovation) ประจำปี 2024

อีกหนึ่งข่าวดีที่ไม่ได้มีการความแพร่หลายในสังคมไทย จนทำให้เราต่างก็ไม่ได้รับรู้ก็คือ ข่าวของ ‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ ที่สามารถเข้ารอบ 3 ทีมสุดท้ายในการชิงรางวัลโรงเรียนที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2024 (the World’s Best School Prizes 2024)

‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ เป็นโรงเรียนเอกชนประเภทศึกษาสงเคราะห์ (การกุศล) สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดการศึกษาในระดับอนุบาล และประถมศึกษา ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีภารกิจเพื่อให้เด็กทุกคนในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกันตามขีดความสามารถของปัจเจก เพื่ออุดช่องว่างทางการศึกษาของรัฐผ่านความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน โดยมีการจัดการศึกษาสมัยใหม่ในแบบเชิงรุก (Active Learning)

ภารกิจเพื่อให้เด็กทุกคนในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกันตามขีดความสามารถของปัจเจก เพื่ออุดช่องว่างทางการศึกษาของรัฐผ่านความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน โดยมีการจัดการศึกษาสมัยใหม่ในแบบเชิงรุก (Active Learning)

‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ ตั้งขึ้นเพื่อให้โอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ แก่เด็กและครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนและบุคคลากรทางการศึกษาให้มีทักษะและสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ด้วยการที่โรงเรียนทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ และเผยแพร่ การจัดการเรียนแบบ Problem Based Learning (PBL) ในการเรียนรู้โดยใช้โครงงานและปัญหาเป็นฐาน, Makerspace ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ด้วยตนเอง และ นวัตกรรม 3R (Reading, Writing and Arithmetic) ที่เน้นให้นักเรียนสามารถอ่านออก เขียนได้ และคิดเลขเป็น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนเตรียมพร้อมสู่โลกภายนอก

'มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม' (เจ้าของ ‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2548 โดย ดร.Richard Paul Haugland (ลุง Dick) นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน นักประดิษฐ์ และนักสังคมสงเคราะห์ที่อุทิศตัวช่วยเหลือผู้คนจำนวนมากผ่านโครงการและองค์กรต่าง ๆ ทั่วเอเชีย และเป็นผู้ซึ่งที่มีชื่อเสียงจากผลงานการวิจัยและการนำสีย้อมเรืองแสง (Fluorescent dyes) มาใช้ในเชิงพาณิชย์ และเป็นผู้ก่อตั้ง Molecular Probes เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่ตั้งอยู่ในเมืองยูจีน มลรัฐโอเรกอน ซึ่งเชี่ยวชาญด้านสีเรืองแสงประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในห้องทดลองทั่วโลก

ในปี 1975 ดร.Haugland ได้ขาย Molecular Probes ให้กับ Invitrogen ในปี 2003 ด้วยเงินสดประมาณ 325 ล้านเหรียญ และได้โอนทรัพย์สินจำนวนมหาศาลเข้ามูลนิธิ Richard P. Haugland หลังจากนั้น ดร.Haugland ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในประเทศไทย โดยเป็นอาสาสมัครที่หมู่บ้านเด็ก ซึ่งเป็นบ้านและโรงเรียนสำหรับเด็กกำพร้าและเด็กยากไร้ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรี โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เขายังคงเป็นที่ปรึกษาให้กับ Invitrogen/Molecular Probes อีกด้วย

ดร.Richard Paul Haugland (ลุง Dick) (17 กรกฎาคม 1943 - 5 ตุลาคม 2016)

ความสนใจในประเทศไทยของดร.Haugland เริ่มต้นจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยกับกลุ่มสมาคมศิษย์เก่าแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในปี 1988 เขา และ ดร.Rosaria ภรรยา ได้อุปถัมภ์เด็กในสถานสงเคราะห์ที่ยากจนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และในประเทศอื่น ๆ เป็นเวลาเกือบ 40 ปีผ่านทาง Plan International และได้ไปเยี่ยมเด็กในสถานสงเคราะห์เหล่านี้เกือบทุกปี

จากประสบการณ์และความสนใจในด้านการศึกษาปฐมวัยที่ย้อนไปถึงสมัยที่เขาเป็นอาสาสมัครที่ Pine Point Indian School (ปี 1970 ถึง 1972) ดร.Haugland จึงตัดสินใจพัฒนาวิธีการและสื่อการสอนแบบมัลติมีเดียที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ความสนใจนี้ในที่สุดส่งผลให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรการสอนคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ (ไทย-อังกฤษ) และภาษาไทยให้กับเด็กก่อนวัยเรียนและประถมศึกษา อันเป็นที่มาของ ‘มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม’ และ ‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ ในเวลาต่อมา โดย ดร.Richard (ลุง Dick) ได้ใช้ชีวิตในประเทศไทยเพื่อทำงานตามเจตนารมณ์ในการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้คนโดยเฉพาะเด็ก ๆ จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสมองเมื่อ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559)

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งของ ‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ ประกอบไปด้วย…

1. ให้โอการทางการศึกษาที่มีคุณภาพแก่เด็กในชุมชน
2. ให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านความรู้ ทักษะ สมรรถนะ และ เจตคติตามขีดความสามารถแห่งตน
3. มีระบบการบริหารตามอัตลักษณ์เชิงพื้นที่โดยเน้นสิ่งแวดล้อม การบูรณาการและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
4. มีนวัตกรรมการศึกษาด้านการเรียนรู้ของผู้เรียนและการจัดการศึกษารวมทั้งขยายผลไปใช้สถานศึกษาอื่น
5. มีมาตรฐานวิชาชีพให้ครูและบุคคลากรทางด้านการศึกษาในศตวรรษที่ 21

‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 โดย ‘มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮมง เป็นผู้รับใบอนุญาต เริ่มแรกได้อนุญาตเป็นโรงเรียนประเภทการศึกษาสงเคราะห์ มาตรา 15(3) ระดับอนุบาล (ปฐมวัย) ชื่อ ‘โรงเรียนอนุบาลบ้านปลาดาว’ ในปี พ.ศ. 2551 ได้รับอนุญาตขยาย ชั้นเรียนเพื่อเปิดสอน ระดับประถมศึกษา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ ซึ่งเป็น โรงเรียนที่เปิดรับนักเรียน ไปกลับ มีอาคารเรียนจำนวน 2 หลัง อาคารประกอบการ 2 หลัง เปิดสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (ป.6)

‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ มีการสร้างนวัตกรรมการศึกษาของโรงเรียน ซึ่งสามารถครอบคลุมเรื่องหลักสูตร เช่น สร้างนวัตกรรมการศึกษานวัตกรรม 3R เพื่อช่วยให้เด็กได้อ่านออก เขียนได้ นวัตกรรม Makerspace เพื่อมุ่งเน้นให้เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเป็นโรงเรียนต้นแบบที่เปิดโอกาสให้หน่วยงาน ภายนอกเข้ามาศึกษาดูงาน ในเรื่องการจัดการเรียน การสอนแบบสมัยใหม่ และทำ ข้อตกลง (MOU) เพื่อนำนวัตกรรมการศึกษาของโรงเรียนไปใช้ ซึ่งในปัจจุบันมีมากกว่า 200 แห่ง ‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ ได้รับรองมาตรฐานการศึกษา จาก สมศ. อยู่ในระดับ 'ดีเยี่ยม' ทั้งระดับปฐมวัย และระดับประถมศึกษา

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ มาจาก ความร่วมมือของทุนคนในทีม, เงินทุน, การบริหารจัดการ, การเข้าถึงข้อมูล และการปรับเป้าหมายและทิศทาง นอกจากนี้แล้วยังโครงการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอื่น ๆ อาทิ…

1. สตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น (Starfish Education) เป็นโครงการริเริ่มที่เปิดตัวพร้อมกับภารกิจเพื่อให้เด็กทุกคนในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกันโดยผ่านโปรแกรมการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมใหม่และวิธีแก้ปัญหาโดยใช้เทคโนโลยีในการพยายามอุดช่องว่างทางการศึกษาของรัฐผ่านความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน

2. สตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น แลป (Starfish Labz) ห้องปฏิบัติการสตาร์ฟิชเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์สำหรับครูและผู้ปกครอง ซึ่งพยายามที่จะแก้ไขช่องว่างการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จัดหาหลักสูตรออนไลน์ วิดีโอ และเวิร์กชอป แบบตัวต่อตัวให้กับผู้ปกครองและครู โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สำหรับรางวัลโรงเรียนที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2024 (the World’s Best School Prizes 2024) นั้นก่อตั้งโดย T4 Education ร่วมกับ Accenture, American Express, และ Lemann Foundation ซึ่งเป็นรางวัลทางการศึกษาที่มีเกียรติสูงสุดในโลก โรงเรียนที่ชนะในปีนี้จะได้รับเงินรางวัล $50,000 ดอลลาร์โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่…

1. ด้าน Community Collaboration (ความร่วมมือกับชุมชน) 3 โรงเรียนที่เข้ารอบ ได้แก่ Colegio María de Guadalupe, Argentina., Salomé Ureña Leadership Academy MS 322, United States of America. และ Escola Estadual Deputado Pedro Costa, Brazil.

2. ด้าน Environmental Action (การดําเนินการด้านสิ่งแวดล้อม) 3 โรงเรียนที่เข้ารอบ ได้แก่ Ryan International School, Vasant Kunj, India., Dubai International Academy Emirates Hills, United Arab Emirates. และ
Sint-Paulus, Belgium.

3. ด้าน Innovation (นวัตกรรม) 3 โรงเรียนที่เข้ารอบ ได้แก่ Starfish School (‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’), Thailand., CM RISE School Vinoba, Ratlam, India. และ Grange School, United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland.

4. ด้าน Overcoming Adversity (การเอาชนะต่ออุปสรรค) 3 โรงเรียนที่เข้ารอบ ได้แก่ Rising Academy Waterloo, Sierra Leone., The First Ukrainian School in Poland by the Unbreakable Ukraine Foundation, Poland. และ E-ACT Venturers’ Academy, United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland.

5. ด้าน Supporting Healthy Lives (การเสริมสร้างชีวิตที่มีสุขภาพดี) 3 โรงเรียนที่เข้ารอบ ได้แก่ Rising Istituto Galilei-Costa-Scarambone, Italy., Middleton International School, Singapore. และ Avanti House Secondary School, United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland.

นับเป็นความภูมิใจของประชาชนชาวไทยที่ ‘โรงเรียนบ้านปลาดาว’ สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย โดยเป็น 1 ใน 3 โรงเรียนสุดท้ายสำหรับรางวัลโรงเรียนยอดเยี่ยมระดับโลกปี 2024 รางวัล (World’s Best School Prizes 2024) ซึ่งรางวัลนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์โควิดในปี พ.ศ. 2565 เพื่อเป็นเวทีให้กับโรงเรียนที่กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน โดยแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของแต่ละโรงเรียน เพื่อช่วยปรับปรุงการศึกษาจากทุกมุมโลก

สำหรับผู้ชนะและผู้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัลโรงเรียนที่ดีที่สุดในโลก จะได้รับเชิญให้เข้าร่วม การประชุมสุดยอดโรงเรียนโลก ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ซึ่งงานนี้จะเป็นงานที่ผู้นำด้านการศึกษาระดับโลกและโรงเรียนที่ดีที่สุดในโลกมารวมตัวกันเพื่อช่วยกันเปลี่ยนแปลงการศึกษาให้สอดรับกับบริบทของโลกในอนาคตข้างหน้าต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...