อ.ธรณีวิทยา ถอดบทเรียน ดินโคลนถล่มแม่สาย ชี้ ไม่แก้ไข จะเกิดขึ้นอีกแน่
อ.ธรณีวิทยา ถอดบทเรียน ดินโคลนถล่มแม่สาย ชี้ ไม่แก้ไข จะเกิดขึ้นอีกแน่
วันที่ 20 กันยายน ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของเพจ มิตรเอิร์ธ ได้ถอดบทเรียนภัย เรื่องแม่สาย ดินโคลนไหลหลาก โดยระบุว่า นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากไม่ได้รับการแก้ไข ดินโคลนไหลหลากที่อำเภอแม่สายในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะจากภาพจะเห็นได้ว่าแม่สายตั้งอยู่พื้นที่ เนินตะกอนรูปพัด ในทางธรณีวิทยา ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ก่อนจะมีชุมชนแม่สาย มีดินโคลนไหลหลากมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้น นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่แม่สายจะต้องเผชิญ หากไม่มีการวางแผนปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่ เพื่อให้สอดรับกับพลวัตของธรรมชาติ และที่สำคัญ ในอนาคต เราควรใส่ใจและต้องค้นหา เนินตะกอนรูปพัด ตามพื้นที่ราบริมเชิงเขาอื่นๆ ทั่วประเทศ เพราะนี่คือตัวบ่งชี้ของภัย
ศ.ดร.สันติ ระบุว่า ตะกอนน้ำพา (alluvial sediment) เป็นการสะสมตัวของตะกอนในบริเวณที่มีการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการพัดพาตะกอนจากร่องน้ำในหุบเขาสู่ที่ราบ ทำให้น้ำซึ่งเคยไหลเร็วอยู่ในร่องแคบๆ แผ่ซ่านและลดความเร็วลงอย่างรวดเร็ว ตะกอนตกทับถมบริเวณปลายร่องเขาแผ่กระจายทุกทิศทางในที่ราบคล้ายกับพัด เรียก เนินตะกอนรูปพัด (alluvial fan) โดยตะกอนที่ตกทับถมในช่วงต้นของเนินตะกอนรูปพัดจะมีขนาดใหญ่และมีการคัดขนาดแย่ (หลากหลายขนาดคละเคล้ากัน) แต่จะมีขนาดเล็กลงและคัดขนาดดีขึ้นบริเวณปลายเนินตะกอนรูปพัด
“นอกจากนี้ในแง่ พิบัติภัย การที่เราอาศัยอยู่ในพื้นที่เนินตะกอนรูปพัด ซึ่งจริงๆ เราอาจจะไม่รู้ตัว เพราะมันใหญ่ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก บริเวณปากทางร่องเขาหรือต้นของเนินตะกอนรูปพัดมีโอกาสได้รับภัยพิบัติที่เรียกว่า เศษหินไหลหลาก (debris flow) ในขณะที่พื้นที่ตอนกลางและตอนปลายของเนินตะกอนรูปพัดมีโอกาสได้รับผลกระทบ น้ำท่วมฉับพลัน (flash flood) มากกว่าที่จะเป็นน้ำท่วมขังเหมือนกับที่ภาคกลางตอนล่างได้รับผลกระทบเมื่อปี พ.ศ. 2554
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ.ธรณีวิทยา ถอดบทเรียน ดินโคลนถล่มแม่สาย ชี้ ไม่แก้ไข จะเกิดขึ้นอีกแน่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th