โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เมื่อเป็นหวัด มีไข้ ควรปฏิบัติอย่างไร

สวพ.FM91

อัพเดต 22 พ.ย. 2565 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2565 เวลา 04.07 น.

เมื่อเป็นหวัด มีไข้ ควรปฏิบัติ ดังนี้

เป็นหวัดและมีไข้ ถือเป็นอาการหลัก ๆ ที่พบได้ตลอดทั้งปี อาจพบน้ำมูกไหล ไอ จาม หรือเจ็บคอร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับสาเหตุหรือปัจจัยกระตุ้นที่หลากหลาย ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายได้เองใน 1 - 2 สัปดาห์ ด้วยการดูแลตัวเองและปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ง่าย ๆ ดังนี้

1. พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6 - 8 ชั่วโมง

2. ใช้ยาบรรเทาอาการต่าง ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

2.1 ยาลดไข้พาราเซตามอล ควรกินตามน้ำหนักตัว ซึ่งขนาดที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 10 – 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ควรกินยาห่างกันอย่างน้อย 4 – 6 ชั่วโมง ไม่ควรกินเกิน 4,000 มิลลิกรัม/วัน และไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 5 วัน สำหรับผู้ที่เป็นไข้ (ทั้งเด็กและผู้ใหญ่) ไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 3 วัน เนื่องจากหากยังมีไข้สูงนานกว่า 3 วัน หลังกินยาพาราเซตามอล แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการไข้

2.2 ยาลดน้ำมูก หรือ ยาแก้แพ้ เช่น คลอเฟนนิรามีน ช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหล และจาม จากไข้หวัดและจากการแพ้อากาศ โดยยาแก้แพ้บางชนิดมีผลข้างเคียงทำให้ง่วง เหมาะสำหรับใช้ก่อนนอน ดังนั้นไม่ควรใช้ในผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องจักรหรือขับรถ หลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกับยานอนหลับ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

2.3 ยาแก้ไอ รักษาตามชนิดของการไอ

- ไอแห้ง บางครั้งเรียกยากลุ่มนี้ว่ายากดอาการไอ เช่น ยาแก้ไอน้ำดำ ซึ่งเป็นยาสามัญประจำบ้าน

- ไอแบบมีเสมหะ ได้แก่ ยาขับเสมหะ เช่น Guaifenesin และยาละลายเสมหะ เช่น Bromhexine

3. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร ควรเป็นน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น

4. กินอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะผักและผลไม้สดที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ และอาหารที่ปรุงสุกใหม่

5. รักษาอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ

6. หมั่นล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค

7. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการ เช่น สภาพอากาศที่เย็นหรือร้อนจัด

หากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม และได้กินยารักษาตามอาการแล้วแต่ไม่ดีขึ้นภายใน 5-7 วัน แนะนำให้พบแพทย์

เครดิต สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...