ทรู คลิกไลฟ์ ผลิตหลักสูตรสร้างครูต้นแบบ
เมื่อตลาดงานปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม แผนการพัฒนากำลังคนของประเทศจึงต้องพลิกโฉม โดยเฉพาะระบบการศึกษาไทย หลายสถาบันต้องรื้อโครงสร้างหลักสูตรใหม่ เพราะหากใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบเก่า อาจไม่ตอบโจทย์เทรนด์โลก
“สภาเศรษฐกิจโลก” หรือ “World Economic Forum (WEF)” จึงจัดทำรายงาน Future of Jobs Report 2020 ระบุว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2568) ตลาดงานจะเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด โดย 85 ล้านตำแหน่งจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี และ 97 ล้านตำแหน่งงานใหม่เป็นการทำงานระหว่างมนุษย์ และ Machines นอกจากนั้นยังคาดการณ์ว่า นักเรียนปัจจุบัน 65% จะทำงานในอาชีพที่ยังไม่เกิดขึ้น และ 83% ของบริษัทจะเป็นการทำงานในรูปแบบ work from anywhere
ดังนั้น จะเห็นว่าภาคธุรกิจเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบการศึกษามากขึ้น อย่าง “ทรู คลิกไลฟ์ (true CLICK LIFE)” หนึ่งในหน่วยงานของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนเอกชน ภายใต้การสร้างสรรค์ระบบการเรียนการสอนยุคใหม่
ด้วยการออกแบบหลักสูตร จัดกระบวนการเรียนรู้ ผลิตนวัตกรรมสื่อการเรียนการสอน โดยมี “ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านความเป็นเลิศทางธุรกิจ และการศึกษาของกลุ่มทรูเป็นผู้นำหลักในการขับเคลื่อน
“ดร.เนตรชนก” เล่าว่า ทรูส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กไทยมาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยมีโครงการหลักคือทรูปลูกปัญญา อันเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน มีการนำนวัตกรรมต่าง ๆ มอบให้โรงเรียนรัฐบาลด้วย
ทั้งนั้นเพราะเรามองว่าการทำเรื่องการศึกษา ไม่ใช่เรื่องที่ทำแล้วจบ แต่ทำอย่างไรถึงจะยั่งยืน เพราะดิฉันมองเห็นว่าระบบการเรียนการสอนของไทยยังมีปัญหาคือเด็กบางคนไม่สามารถเรียนรู้แล้วคิดวิเคราะห์ได้
“เราจึงเริ่มตั้งหน่วยงาน ทรู คลิกไลฟ์ ขึ้นมาเพื่อดำเนินการเรื่องการศึกษา ซึ่งบทบาทของหน่วยงานคือผลิตหลักสูตร โดยจ้างผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาช่วยออกแบบหลาย ๆ วิชา พร้อม ๆ กับพัฒนาสื่อ หนังสือเรียน ใบงานต่าง ๆ อีกทั้งยังพัฒนากระบวนการเรียนการสอน ควบคู่ไปกับการสร้างครูต้นแบบที่มีทักษะการสอนแบบใหม่”
“เหตุผลที่เราเลือกพัฒนาโรงเรียนเอกชน เพราะโรงเรียนเอกชนมีความพร้อมทั้งในแง่ของกำลังซื้อกระบวนการเรียนการสอนจากเรา อีกทั้งมุมมองของผู้บริหารโรงเรียนเอกชน เขาต้องการเลือกสิ่งที่ดี ใหม่ ๆ ให้กับนักเรียนของเขาอยู่แล้ว เพราะผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้าเรียนนั้นค่อนข้างคาดหวังว่าเด็กจะได้รับความรู้และการดูแลที่ดีจากโรงเรียน”
“ดร.เนตรชนก” กล่าวต่อว่า หลักสูตร ทรู คลิกไฟล์ เป็นหลักสูตรที่จะสร้างพัฒนาการของเด็กครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ ความรู้ และทักษะในแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสม โดยปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอน 5 หลักสูตร ได้แก่ 1.หลักสูตรเทคโนโลยีวิทยาการคำนวณ 2.หลักสูตรภาษาอังกฤษ 3.หลักสูตรภาษาจีน 4.หลักสูตรโรโบติกส์ 5.หลักสูตรดนตรี
ทุกหลักสูตรจะสอนตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม.6 ผ่านสื่อการเรียนการสอนที่ใช้แอนิเมชั่น และทุกหลักสูตรจะนำเรื่องราวในชีวิตประจำวัน เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม เข้ามาสอดแทรกในการเรียนการสอนเชื่อมโยงเข้ากับเนื้อหาที่เด็กต้องเรียน เพื่อทำให้พวกเขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ๆ เรียนรู้อย่างสนุก และมีความท้าทายด้วยเกมสื่อแอนิเมชั่น โดยค่าใช้จ่ายของแต่ละหลักสูตร โรงเรียนจะเก็บผ่านค่าเทอมในราคาที่ต่างกัน แต่โดยเฉลี่ยอยู่ที่หลักสูตรละ 1,000-1,500 บาทต่อเทอม
ส่วนผลลัพธ์ที่อยากเห็นคืออยากเห็นเด็กไทยมีพัฒนาการที่ดีตั้งแต่เด็ก มีความเป็นผู้นำ กล้าคิด กล้าทำ มีความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงอยากเห็นระบบการศึกษาไทยก้าวหน้า เพราะตอนนี้ทักษะใหม่ ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก การเรียนวิทยาศาสตร์ หรือคอมพิวเตอร์จะไม่เหมือนเดิม
ตอนนี้เราพูดเรื่องโค้ดดิ้ง พูดเรื่องเอไอ โรโบติก เด็กยุคใหม่จะได้เรียนรู้ และเข้าใจสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ซึ่ง 5 หลักสูตรที่คัดเลือกมา เรามองเห็นว่ามีความจำเป็น และตอบโจทย์เทรนด์โลก และเด็กต้องเรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 14 ปีผ่านมา มีโรงเรียนเอกชนที่เข้าร่วม และนำหลักสูตรของทรู คลิกไลฟ์ ไปใช้แล้วกว่า 250 โรงเรียน มีนักเรียนกว่า 250,000 คน ที่ใช้หลักสูตรนี้ สำหรับเป้าหมายของเราก็อยากจะขยายไปสู่โรงเรียนอื่น ๆ มากขึ้น เราไม่ได้คาดหวังเรื่องปริมาณ แต่จุดประสงค์หลักคืออยากพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพมากขึ้น ด้วยการนำทักษะใหม่ ๆ มาช่วยสอน
“เพราะเราเห็นใจสถานการณ์ของโรงเรียนเอกชนตอนนี้หลายแห่งก็ยากลำบากจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ อีกอย่างเราเชื่อว่าสามารถขยายได้ราว 500-1,000 แห่ง แต่อยากให้ค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี เป้าหมายในปี 2566 ทางทรูจะเปิดศูนย์ Learning Center เพื่ออบรมครูสอนเด็ก สร้างครูต้นแบบให้แก่สังคม ซึ่งครูในยุคนี้ไม่ใช่ทำหน้าที่สอนตามหนังสือเรียนเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และการเรียนรู้ยุคใหม่ต้องดึงให้เด็กอยู่ในห้องเรียนตลอดชั่วโมงเรียนให้ได้”
สำหรับการลงทุนเปิดศูนย์ งบประมาณส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การจ้างวิทยากรมาอบรม โดยเน้นเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างครูคุณภาพสู่สังคม และครูจะไปสร้างเด็กที่มีคุณภาพต่อไป