โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แห่ลาออก! พนักงาน Twitter หลายร้อยคนโบกมือลานายใหม่ ออฟฟิศปิดชั่วคราว 3 วัน

Positioningmag

อัพเดต 18 พ.ย. 2565 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2565 เวลา 04.56 น.

“อีลอน มัสก์” วางเดดไลน์ให้พนักงาน Twitter ตอบรับว่าจะอยู่หรือไปกับบริษัทภายใต้ ‘การปฏิวัติวัฒนธรรม’ ในยุคการปกครองของเขา และเมื่อเดดไลน์มาถึง ปรากฏว่าพนักงานหลายร้อยคนเลือกที่จะโบกมือลา พร้อมด้วยอีโมจิตะเบ๊ะ+หัวใจสีฟ้าเพื่อบอกให้รู้ว่าพนักงานคนนั้นจะไม่อยู่กับองค์กรอีกแล้ว

การลุกฮือของพนักงาน Twitter เกิดขึ้นหลังจาก “อีลอน มัสก์” ไล่พนักงานออกไปหลายสิบคน เพราะพนักงานเหล่านั้นวิพากษ์วิจารณ์หรือล้อเลียนเขา ไม่ว่าจะในทวีตที่เปิดเผยต่อสาธารณะหรือการพูดคุยเป็นการภายในองค์กร
หลังจากนั้นมัสก์ตัดสินใจวางเดดไลน์ให้พนักงานตอบรับว่าจะ “อยู่ต่อ” กับองค์กรหรือไม่บน Google form พนักงานที่ต้องการอยู่ต่อต้องตอบรับภายในเวลา 17:00 น. (ET Timezone) ของวันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ย. 2022 โดยถ้าอยู่ต่อก็จะต้องอยู่ภายใต้ยุคแห่ง“Twitter 2.0” ตามคำเรียกของมัสก์เอง ถ้าหากใครไม่ตอบรับ เมื่อวานจะถือเป็นวันทำงานวันสุดท้ายโดยจะได้เงินชดเชยเมื่อออกจากงานตามกฎหมาย
เมื่อถึงเวลาเดดไลน์ พนักงานหลายร้อยคนเริ่มโพสต์ข้อความบอกลา พร้อมด้วยอีโมจิ “ตะเบ๊ะ+หัวใจสีฟ้า” บนแพลตฟอร์ม Slack ซึ่งพนักงานใช้ในการทำงานภายใน ประกาศว่าพวกเขาไม่ตอบรับคำขาดที่มัสก์ยื่นให้
หลังมัสก์เข้าซื้อกิจการ เขาไล่พนักงานออกไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่งของบริษัท ทำให้มีพนักงานเหลืออยู่ประมาณ 2,900 คนก่อนจะเกิดการยื่นคำขาด เมื่อพนักงานหายไปอีกหลายร้อยคน พนักงานส่วนหนึ่งของ Twitter ทั้งที่ยังอยู่และที่ลาออก บอกกับสำนักข่าวThe Verge ว่า ด้วยจำนวนการลาออกพร้อมกันมากขนาดนี้ แพลตฟอร์มอาจจะเกิดความขัดข้องได้เร็วๆ นี้ พนักงานรายหนึ่งบอกว่า “วิศวกรที่เป็นตำนาน” ของบริษัทกำลังจากไปทีละคนๆ
“เรารู้สึกราวกับว่า คนทั้งหมดที่ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่สุดกลับต้องจากไป” พนักงานรายหนึ่งของ Twitter กล่าว “ต่อไปจะยากอย่างยิ่งที่ Twitter จะฟื้นตัวกลับมาได้ ไม่ว่าคนที่ยังเหลืออยู่จะทำงานกันหนักแค่ไหนก็ตาม”
พนักงานรายหนึ่งกล่าวว่า ทีมวิศวกรที่เป็นส่วนสำคัญขององค์กรนั้นได้ลาออกหรือกำลังจะลาออกกันเกือบหมดแล้ว ซึ่งทีมงานเหล่านี้เป็นผู้ดูแลระบบแกนกลางของ Twitter

การปฏิวัติวัฒนธรรมของมัสก์

หนึ่งในเรื่องสำคัญที่อีลอน มัสก์ทำเป็นอย่างแรกในฐานะเจ้าของคนใหม่ คือ การปฏิวัติวัฒนธรรมการทำงานใน Twitter อีเมลที่ส่งหาพนักงานทุกคนในสัปดาห์นี้ระบุว่า “ต่อจากนี้ เพื่อที่จะเข้าสู่ยุค Twitter 2.0 และประสบความสำเร็จในโลกที่มีการแข่งขันสูงขึ้น เราต้องทำงานกันอยากหนักสุดขั้ว (extremely hardcore) หมายถึงเราจะต้องทำงานหลายชั่วโมงติดต่อกันและทำงานอย่างเข้มข้น เฉพาะประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างโดดเด่นเท่านั้นถึงจะผ่านการประเมิน”
สไตล์การทำงานของมัสก์สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากบริษัทที่เขาควบคุมอยู่ไม่ว่าจะเป็น Tesla หรือSpaceX ก่อนหน้านี้มัสก์เคยวิจารณ์วิถีทำงานแบบ Remote Work หรือการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ว่าเป็นวิธีทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ถ้าใครอยากจะทำแบบนั้น ควรจะมาทำงานให้ได้ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ให้ได้ก่อน (หรือก็คือมาทำงานออฟฟิศเต็มเวลา ถ้าอยากจะทำงานล่วงเวลาค่อยไปทำงานจากที่ไหนก็ได้)
สำหรับโรงงาน Tesla ในจีน มัสก์ก็กำหนดให้พนักงานทำงานกะละ 12 ชั่วโมง 6 วันต่อสัปดาห์ บางครั้งพนักงานต้องนอนบนพื้นโรงงาน ซึ่งทำให้มัสก์ชื่นชมวัฒนธรรมจีนมาก เพราะพนักงานจีนพร้อมจะทำงานถึงตี 3 ขณะที่คนอเมริกันต้องการการหยุดพักผ่อนมากกว่า
คำว่าทำงานหนักของเขาจึงหนักจริงๆ อย่างช่วงสัปดาห์แรกที่เขาพยายามจะดันฟังก์ชัน Verified Badge แบบเก็บเงินออกมาให้เร็วที่สุด เขาตั้งเดดไลน์ขึ้นมาให้วิศวกรทำให้ได้ภายใน 10 วัน มิฉะนั้นจะถูกให้ออก
ตั้งแต่มัสก์เข้ามาคุม Twitter พนักงานหลายคนจึงวิจารณ์การบริหารแบบมัสก์ และมัสก์ก็เริ่มจะกังวลใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าพวกเขาจะทำลายองค์กร
สำหรับคนที่ยังอยู่ ก่อนหน้านี้มัสก์ระบุว่าพนักงานที่โดดเด่นในการทำงานจะได้รับหุ้นในบริษัทเป็นรางวัล เหมือนกับที่เขาทำที่ SpaceX
ด้วยจำนวนพนักงานลาออกมากขนาดนี้ แผนกจัดหาพนักงานต้องทำงานกันอย่างหัวหมุนเพื่อหาวิศวกรมาร่วมงานกับยุค “Twitter 2.0”
ออฟฟิศของ Twitter จะปิดชั่วคราว 3 วัน พนักงานจะไม่สามารถเข้าตึกได้จนกว่าจะถึงวันที่ 21 พ.ย. 2022
The Verge รายงานว่าไม่สามารถติดต่อขอความคิดเห็นทางการจากทาง Twitter ได้ เพราะตอนนี้บริษัทไม่มีแผนกสื่อสารประชาสัมพันธ์แล้ว
Source

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...