โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตม. เชียงใหม่ จับชาว ‘นิวซีแลนด์’ ลักลอบประกอบธุรกิจ พร้อมยาเสพติด – ‘มาเลเซีย’ จัดสัมมนา ลงทุนเงินดิจิทัล บิทคอยน์ โดยไม่ขออนุญาต

สวพ.FM91

อัพเดต 22 ต.ค. 2562 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2562 เวลา 09.19 น.

วันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบช.สตม.) พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบก.สส.สตม.), พ.ต.อ.กฤษมงกุฎ บูรณะภัคดี ผกก.2 บก.ตม. และ พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รองผู้บังคับการ ตรวจคนเข้าเมือง 5 (รอง ผบก.ตม.5) และ พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผกก.ตม.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวจับกุม ชาวต่างด้าว กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวม 2 คดี ประกอบด้วย
 
คดีแรก จับกุม นายไมเคิล การ์เน็ท อีเดน โฮลท์ (MR.MICHAEL GARNET EDEN HOLT) ชาวนิวซีแลนด์ อายุ 55 ปี ผู้ต้องหา ชาวต่างด้าว ลักลอบเปิดกิจการร้านอาหารและบาร์โดยผิดกฎฆมาย และเสพยาเสพติด พร้อมของกลาง ยาอี 64 เม็ด, โคเคน 9 กรัม และยาเค 9 กรัม โดยจับกุมได้ที่ ร้านอาหารและบาร์แห่งหนึ่งบนถนนสามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และอีกคดี จับกุมชาย ชาวมาเลเซีย รวม 10 ราย หลังเข้ามาจัดสัมนาทางธุรกิจที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อชักชวนให้ชาวต่างชาติร่วมลงทุนเงินสกุลบิทคอยน์ โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ (ตม.เชียงใหม่) ทราบเบาะแสว่า ที่ร้านอาหารและบาร์ ชื่อ SPADES BISTRO & BAR ในจังหวัดเชียงใหม่ มีคนต่างด้าวลักลอบทำงานผิดกฎหมาย โดยจะทำหน้าที่ดูแลลูกค้าชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบที่ร้านดังกล่าว พบนายไมเคิล กำลังบริการลูกค้า จึงขอตรวจดูหนังสือเดินทาง พบว่า นายไมเคิล เดินทางเข้ามาในประเทศ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยระบุประเภทวีซ่า เข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลาย ส่วนเอกสารการประกอบธุรกิจ ระบุว่า นายไมเคิล เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท ที่เปิดกิจการร้านอาหารแห่งนี้
 
เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้าน แต่ นายไมเคิล อ้างว่า มีเพียงแค่ตัวกล้องเปล่าที่ติดตั้งไว้โดยไม่ได้เปิดบันทึกใช้งาน เนื่องจาก เป็นของผู้เช่าอาคารคนเดิม ซึ่งไม่ได้ถอดออกไป แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงนำกำลังขึ้นไปตรวจค้นที่ชั้น 2 ของร้าน ไม่พบการบันทึกข้อมูลในกล้องวงจรปิดจริง แต่กลับพบ ยาอี หรือ เอสตาซี, โคเคน, และยาเค และถุงซิปล็อกเปล่า
 
เมื่อสอบถาม นายไมเคิล ให้การว่า ได้ซื้อยาเสพติดทั้งหมดในราคา 45,000 บาท มาจากเพื่อนชายชาวต่างชาติที่ไม่ทราบชื่อ และเมื่อทำการตรวจปัสาวะ นายไมเคิล พบว่า มีสีม่วง จึงจับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นต่างด้าวประกอบธุรกิจไม่ได้รับอนุญาติ และไม่มีใบอนุญาตทำงาน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (อี หรือเอสตาซี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ, มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้จำหน่ายฯ และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน), มีวัตถุออกฤทธิต่อจิตประสาทประเภท 2 (เค)” ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
 
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ ตม.เชียงใหม่ ได้ดำเนินการขยายผลเข้าตรวจค้นที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ หลังทราบว่าเป็นบ้านพักของ นายไมเคิล ซึ่งเช่าไว้เป็นที่พัก เมื่อไปถึง พบนางสาวภัณฑิรา เป็นเจ้าของบ้าน และผู้ให้เช่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในตัวบ้าน พบอุปกรณ์เสพยาสเพติด รวม 14 รายการ ประกอบด้วย ท่อสูบทองเหลืองภายในมีเขม่าควันดำคล้ายพืชฝิ่น จึงตรวจยึดไว้ก่อนนำส่งงานพิสูจน์หลักฐานและขยายผลสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป
 
ส่วนอีกคดี เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ทำการจับกุม ชาย ชาวมาเลเซีย รวม 10 ราย หลังใช้พื้นที่จัดการสัมมนาในโรงแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อชักชวน ชาวจีน ให้มาลงทุนเงินดิจิทัล สกุลบิทคอยน์ โดยอ้างว่า จะได้รับผลตอบแทนสูง หลังเจ้าหน้าที่ ตม. ได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มชาวต่างด้าว จัดสัมมนาขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
 
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ มีชาวจีน กว่า 100 คน เข้าร่วม จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงใหม่ พบว่า กลุ่มผู้จัดสัมมนา เป็นชาวต่างด้าว แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารการขออนุญาตจากนายทะเบียนได้ อีกทั้งพบว่า มีการขอใช้วีซ่าประเภทนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งวีซ่า ประเภทนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการทางธุรกิจ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อทำงานในลักษณะจำเป็นเร่งด่วนโดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบ” ก่อนคุมตัวทั้ง 10 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...