โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะแก้ กม.ยาเสพติด ใช้"กัญชา-กระท่อม"ทางการแพทย์

[invalid]

อัพเดต 28 ก.ย 2561 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2561 เวลา 10.28 น. • tnnthailand.com
นักวิชาการเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เสนอใช้ ม.44 ปลดล็อกกัญชาและกระท่อมเพื่อการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ พร้อมเสนอให้สมุนไพรทั้ง 2 ชนิดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 เช่นเดียวกับมอร์ฟีนและโคเคน

วันนี้ (28 ก.ย. 61) ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) เตรียมยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสนอออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กรณีกัญชาและพืชกระท่อม โดยมีเนื้อหาระบุว่า จากความล่าช้าในการพิจารณาร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งมีผลทำให้ไม่สามารถประกาศใช้ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ทันในรัฐบาลนี้

กพย.พร้อมภาคีเครือข่ายวิชาการและภาคประชาสังคมรวม 13 องค์กร เสนอให้รัฐบาลใช้ มาตรา 44 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ2522 เพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคในการศึกษาวิจัยและใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จากกัญชาและพืชกระท่อมในการรักษาผู้ป่วยหรือบรรเทาอาการของโรค และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินคดีอาญาที่เกินความจำเป็น อีกทั้งยังขอให้ยกเลิกความในมาตรา 7 วรรคหนึ่งของพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 3 พ.ศ 2530 โดยบรรจุสารสำคัญจากกัญชาหรือพืชกระท่อมให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 เช่นเดียวกับมอร์ฟีนและโคเคน แทนที่การเป็นยาเสพติดประเภท 5 ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าที่ผ่านมา กพย.ยังได้จัดประชุมวิชาการเรื่องการจัดการพืชกระท่อมและกัญชาเพื่อความมั่นคงด้านยาและสุขภาพของสังคมไทย โดย ผศ.เภสัชกรหญิงนิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการ กพย.กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลประกาศจุดยืนและพิจารณามาตราการที่สามารถเปิดให้มีการนำกัญชาและกระท่อมมาศึกษาวิจัยและใช้ในผู้ป่วยเท่านั้น ซึ่งตนห่วงอนาคตของไทยว่าอาจเสียเปรียบต้องนำเข้ายาจากกัญชาและกระท่อมจากต่างประเทศแทน ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาแก้ปวดเช่นเดียวกับมอร์ฟีนและยาเมทาโดน ที่ไทยสั่งซื้อจากต่างประเทศหลายล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ ผศ.เภสัชกรหญิงสำลี ใจดี ประธานมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา ย้ำว่า พื้นที่ที่สามารถปลูกกัญชาได้ดี คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่กระท่อมปลูกได้ดีในภาคใต้ ซึ่งประโยชน์ของกัญชาและกระท่อมไม่แตกต่างกัน ใช้บรรเทาอาการปวด แต่กระท่อมยังใช้บรรเทาอาการปวดท้อง แก้ปวดเมื่อย ระงับอาการอักเสบ มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...