ชาวเน็ตชี้ แพทย์พูด 'กู-มึง' ได้ แนะ ฝ่ายเชียร์รบ. อย่าสถาปนาให้ แพทย์สูงส่งเกินจริง
ชาวเน็ตชี้ แพทย์พูด 'กู-มึง' ได้ หลังมีแพทย์ฝ่ายปชต.วิจารณ์รัฐบาล ถูกฝ่ายเชียร์รัฐบาลเข้ามาเบี่ยงประเด็นเรื่องภาษา พยายามทำให้ อาชีพ แพทย์ดูสูงส่งเกินจริง
ทวิตเตอร์ผู้สนับสนุนรัฐบาลปัจจุบัน / Twitter
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 โซเชียลมีเดียทวิตเตอร์ มีการรีทวีตภาพบันทึกหน้าจอ เกี่ยวกับพฤติกรรมการสื่อสารในชีวิตประจำวันของแพทย์ พยาบาล ทนายความ ซึ่งมีข้อความระบุว่า อาชีพแพทย์ พยาบาล และทนายความ เป็นอาชีพที่ไม่มีการพูดคำว่า "กู-มึง" หรือคำในลักษณะเดียวกันในพื้นที่สาธารณะ โดยชาวเน็ตจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงแพทย์ และทนายความ ซึ่งใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมาก ได้ออกมาระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
ทวิตเตอร์ผู้สนับสนุนรัฐบาลปัจจุบัน / Twitter
โดยข้อความในภาพบันทึกหน้าจอที่อ้างว่าแพทย์ พยาบาล ทนายความไม่พูดคำว่า "กู-มึง" นั้นถูกทวีตโดย บัญชีผู้ใช้ Plypun Paetalung (@pnokeox) ซึ่งระบุว่า " 'พวกกูหมอพยาบาลนี่แหละ' ไม่เคยเห็นหมอใช้คำว่ากูในพื้นที่สาธารณะเลย เพื่อนในรุ่นที่เป็นหมอ ไม่พูดไม่แทนตัวว่ากู สักคนแม้จะสนิทกัน หมอ ทนาย จะระวังคำพูดมาก จนติดมาในชีวิตส่วนตัว"
ทวิตเตอร์ของแพทย์ที่สนับสนุนประชาธิปไตย และวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล / Twitter
เมื่อสืบค้นต้นตอของผู้ทวีตข้อความนี้ พบว่า มีที่มาจาก แพทย์ผู้สนับสนุนประชาธิปไตยคนหนึ่งวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลลงในทวิตเตอร์ โดยแทนตนเองว่า "กู" โดยมีบัญชีทวิตเตอร์ฝ่ายสนุบสนุนรัฐบาลและรักสถาบันเข้าไปค่อนแคะ ถึงการใช้ภาษาของแพทย์คนดังกล่าว เช่น บัญชีทวิตเตอร์ฝ่ายรักสถาบันชื่อดัง นางพญาเฮฮาศัตรูพ่า (@political_drama) ที่ระบุข้อความว่า "หากพวกกูมีหมอพยาบาลปากหมา บ้าการเมืองแบบนี้ ปท.สิ้นหวังแล้ว"
อย่างไรก็ตามผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งแพทย์ และ ทนายความ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยจำนวนมาก และระบุว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการสร้างความเข้าใจที่ผิดแก่สังคม
รวมถึง แพทย์ฝ่ายประชาธิปไตย ยังระบุว่า ที่ผ่านมาแพทย์ก็เข้าไปข้องเกี่ยวกับการเมืองอยู่เสมอ เช่นในช่วงการชุมนุม กปปส. ขับไล่อดีตนายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ทำให้เกิดวลีดังในวงการแพทย์ว่า "หนีคนไข้ ไปไล่อีปู"
ทั้งนี้ จากความเห็นในทวิตเตอร์ สามารถสรุปได้ว่า แพทย์ และ ทนายในสังคมปัจจุบันจำนวนไม่น้อย มองว่า การใช้คำพูดที่ไม่เป็นทางการ เช่นคำว่า กู-มึง หรือคำอื่น ๆ นั้น ถูกคนบางส่วนเรียกว่าไม่สุภาพ แท้จริงแล้วคำเหล่านี้ สังคมในแต่ละยุคสมัยต่างหากที่เป็นผู้สร้าง "สภาพความไม่สุภาพชน"ขึ้นมาให้แก่คำเหล่านี้เอง ทั้งยังเป็นการเบี่ยงประเด็น ที่เหล่าแพทย์ฝ่ายประชาธิปไตย ต้องการจะวิจารณ์รัฐบาล ไปเป็นเรื่องความสุภาพทางภาษาแทน
ชาวเน็ตจำนวนมาก เปิดเผยว่า ในความเป็นจริงแล้ว แพทย์และทนายความจำนวนไม่น้อยที่ใช้คำเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน และไม่ได้มองว่าคำอื่น ๆ ที่มีความหมายเดียวกันที่ดูสุภาพกว่า "ดูสูงส่งกว่า"
ทวิตเตอร์บัญชีทางการของนิสิตคณะนิติศาสตร์ไม่เป็นทาส แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ชาวเน็ต ซึ่งรวมถึงแพทย์และทนายความ จำนวนหนึ่ง ยังระบุอีกว่า สังคมไม่ควรสถาปนาให้บางอาชีพ เช่น แพทย์ หรือ ทนายความ ดูสูงส่งกว่าอาชีพอื่น ๆ เพราะการประกอบอาชีพอะไรก็ตาม คน ๆ นั้น ก็ยังเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้วิเศษไปกว่าคนอื่น