โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กระแสเกลียดชัง “คนเอเชีย” เบื้องลึกปมปัญหาในสหรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 เม.ย. 2564 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2564 เวลา 05.15 น.

การระบาดของโควิด-19 ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปัญหา “เฮตไครม” (hate crime) เป็น กระแสความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ชาวเอเชียในสหรัฐอเมริกา มีสถิติถูกทำร้ายเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน

“แลร์รี่ บาโกว์” ระบุว่า ชาวเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก ต่างเป็น “แพะรับบาป” รับโทษว่าทำให้เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งอ้างเหตุผลจากความเกลียดกลัวต่างชาติ (xenophobia) ว่าเป็นภัยต่อประเทศ

“โจนาธาน กรีนแบลตต์” ประธานสมาพันธ์ต่อต้านการดูหมิ่น กล่าวว่า เมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ต่างโทษคนจีนว่านำโรคโควิด-19 มายังประเทศ เป็นส่วนที่ทำให้มีเหตุการณ์ทำร้ายชาวเอเชีย-อเมริกัน เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน กล่าวหลังเหตุการณ์ยิงกราดที่สปารัฐจอร์เจีย ซึ่งทำให้มีผู้หญิงเชื้อชาติเอเชียเสียชีวิต 6 ราย ว่า “เชื้อโรคนี้เรียกว่าโคโรน่าไวรัส” ซึ่งเป็นการแก้คำพูดของทรัมป์ ที่มักจะใช้คำว่า “ไชน่าไวรัส” เมื่อพูดถึงโรคนี้ สะท้อนถึงการกล่าวโทษว่าเป็นโรคนี้ของคนจีน

จากรายงานของ “STOP AAPI Hate” หรือ “องค์กรยุติความเกลียดชังต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก” เมื่อปี 2020 คนเชื้อสายเอเชีย ไม่ว่าจะมีสัญชาติสหรัฐหรือไม่ ตกเป็นเป้าของการถูกคุกคามหรือทำร้าย เนื่องจากความเกลียดชังด้านเชื้อชาติหรือสีผิวในสหรัฐมากกว่า 3,795 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ซึ่งอยู่ที่ 2,600 ครั้ง

ทั้งนี้ “เฮตไครม” เป็นการมุ่งทำร้าย ทั้งผ่านคำพูดหรือการกระทำเหล่านี้ ถือเป็นการกระทำผิดทางอาญาที่ผู้กระทำมีเหตุจูงใจจากอคติ หรือความเกลียดชังต่อคนกลุ่มหนึ่งที่มีเอกลักษณ์บางอย่างแตกต่างไปจากตน ทางด้านศาสนา เชื้อชาติ ภาษา ผิวสี และรสนิยมทางเพศ

แชนเนล นิวส์ เอเชีย รายงานว่า เมื่อปีที่ผ่านมา แม้มีการรายงานถึง “เฮตไครม” ต่อคนเชื้อชาติเอเชียในสหรัฐเพิ่มมากขึ้น แต่ต้นตอของความเกลียดชังนี้มีมาตั้งนานแล้ว

รายงานระบุว่า ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติเอเชีย ส่วนหนึ่งมาจากการ “อิจฉา” ความสำเร็จของชาวเอเชียภายในสังคมสหรัฐอเมริกา แม้เชื้อชาติเอเชียจะเป็นเพียง 5.9%ของชาวอเมริกันทั้งหมด แต่สัดส่วนของชาวเอเชีย-อเมริกัน ที่เข้ามหาวิทยาลัยหรือทำงาน “ชั้นนำ” ของสหรัฐอยู่ในระดับที่สูงมาก

ปัจจัยนี้ทำให้คนเอเชียถูกมองว่าเป็น “คนต่างชาติ” เข้ามาแย่งงานชาวอเมริกัน “แคที่ ปาร์ค ฮ่อง” นักกวีเอเชีย-อเมริกัน ชื่อดัง กล่าวว่า คนเอเชียถูกมองว่าเป็นคนต่างชาติที่มาแย่งที่ชาวอเมริกันมาโดยตลอด แม้จะเป็นคนอเมริกันก็ตาม

ความสำเร็จของชาวเอเชียนำมาสู่มุมมองของชาวอเมริกัน ที่ว่าชาวเอเชียมักจะมีการกระทำที่ “น่าสงสัย” อยู่ตลอดเวลา ว่ายังจงรักภักดีต่อประเทศของเชื้อชาติตนเอง เสมือนว่าเข้ามาสหรัฐ เพื่อเป็นสายสืบส่งข้อมูลกลับไปประเทศบ้านเกิดเพื่อมา“ทำลาย” สหรัฐ

นอกจากนี้ชนชาติอื่น ๆ ในสหรัฐ ไม่ชอบคนเอเชีย เนื่องจากไม่สามารถเข้าสังคม ประสบความสำเร็จ หรือทำตาม “ฝัน” เท่ากับกลุ่มคนเชื้อชาติเอเชีย เพราะชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ อย่างกลุ่มเชื้อชาติแอฟริกัน และละติน ยังดิ้นรนเพื่ออยู่รอดในสังคมสหรัฐ

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยพูว์ปีที่ผ่านมา ระบุว่า ชาวเอเชีย-อเมริกัน 3 ใน 10 ถูกเหยียดเชื้อชาติด้วยคำพูดและการกระทำต่าง ๆ หลังจากเกิดโรคระบาด ซึ่งมากกว่ากลุ่มเชื้อชาติแอฟริกัน และละติน และมักจะโดนคำถามว่า “มาจากประเทศอะไร” และ “เอาโรคติดมาไหม”

ขณะเดียวกัน สื่อก็เป็นส่วนหนึ่งที่จุดชนวนความรุนแรงนี้ สำนักข่าวสหรัฐส่วนใหญ่มักจะรายงานว่าจีน เป็นประเทศที่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ซึ่งประกอบกับการระบาดของโรคโควิดทำให้โดนการกระทำ “เฮตไครม” เหล่านี้

นอกจากนี้ เหตุการณ์กราดยิงที่รัฐจอร์เจีย เบื้องหลังสาเหตุของมือปืนนั้นมาจากความ “คลั่งไคล้ทางเพศ” ของสังคมที่มีต่อผู้หญิงชาวเอเชีย-อเมริกัน ผู้หญิงเชื้อชาติเอเชียมักถูกมองว่าอยู่ต่ำกว่าชาวอเมริกัน และมักจะสมยอม ทำให้ตกเป็นเป้าการทำร้ายได้ง่าย “รัสเซล จึง” อาจารย์เอเชีย-อเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานฟรานซิสโก และผู้ก่อตั้งองค์กร “STOP AAPI Hate” กล่าวว่า การกระทำเฮตไครมต่อกลุ่มหญิงเอเชีย-อเมริกัน ซึ่งมีจำนวนมากขึ้น มีความเชื่อมโยงในประเด็นที่ผู้หญิงถูกมองว่าต่ำกว่า ถูกเป็นเป้าได้ง่ายกว่า ซึ่งสัดส่วนที่ผู้หญิงถูกทำร้ายจากเมื่อปีที่ผ่านมามีมากถึง 68%

อย่างไรก็ดี กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์สหรัฐจัดสรรงบฯ 49.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการดูแลผู้ที่ถูกทำร้าย มุ่งเฉพาะกลุ่มชาวเอเชีย-อเมริกัน และหมู่เกาะแปซิฟิก และ รัฐบาลสหรัฐกำชับออกคำสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลยับยั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อชาวเอเชีย ซึ่งต้องคอยดูว่าปัญหาระหว่างเชื้อชาตินี้จะมีทางออกหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...