โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กศน.แพร่ สืบสานมรดกแห่งแผ่นดิน ร่วมใจอนุรักษ์ “เรือนมิชชั่นนารี ”อายุ135 ปี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2561 เวลา 23.00 น.
เรือนมิชชั่นนารี เรือนไม้สักโบราณ อายุ135 ปี

จังหวัดแพร่  เป็นหนึ่งในเมืองต้องห้าม…พลาด  เพราะเมืองแพร่มีของดีซ่อนตัวอยู่มากมายให้ค้นหา  ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นประตูเมืองสู่ล้านนาและเป็นเมืองแห่งป่าไม้ โดยเฉพาะไม้สัก  เมื่อ 100 กว่าปีก่อน เป็นยุคทองของการสร้างบ้านเรือนทรงยุโรปประยุกต์ที่รู้จักกันดีในชื่อ  “ บ้านขนมปังขิง ” ที่เน้นประดับตกแต่งบ้านด้วยลายฉลุ

ทุกวันนี้ชาวเมืองแพร่ยังคงอนุรักษ์ ผลงานสถาปัตยกรรม ที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองแพร่ไว้อย่างครบถ้วน  ได้แก่  คุ้มวงศ์บุรี (ถนนคำลือ)  บ้านวิชัยราชา (ถนนสันกลาง)  บ้านหลวงศรี (ถนนเจริญเมือง) คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ (ถนนคุ้มเดิม) และ เรือนมิชชั่นนารี (ถนนยันตรกิจโกศล)

เรือนมิชชั่นนารี  ….มนต์เสน่ห์แห่งเรือนไม้สักโบราณ

“ เรือนมิชชั่นนารี ” เป็นชื่อเรียกบ้านเรือนไม้สักชั้นเดียวยกสูงของมิชชั่นอเมริกาที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาที่เมืองแพร่ เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เรือนมิชชั่นนารี มีจำนวน 2 หลัง เรือนหลังแรก อยู่ในบริเวณโรงพยาบาลแพร่คริสเตียน  ส่วนเรือนหลังที่ 2 ปัจจุบันอยู่ในบริเวณสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดแพร่ ( กศน.จังหวัดแพร่ ) ถนนยันตรกิจโกศล

ปี  2406 ( ค.ศ.1863 ) ศาสนาจารย์แมคกิลวาลี  และศาสนาจารย์โจนาธาน วิลสัน เดินทางมาสำรวจที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นแห่งแรก เพื่อหาลู่ทางในการตั้งศูนย์มิชชันเผยแพร่คริสต์ศาสนา แต่การสำรวจครั้งนั้น ยังไม่มีการตั้งศูนย์มิชชันขึ้น เนื่องจากความไม่พร้อมหลายประการ จนกระทั่งปี 2410 ( ค.ศ.1867 ) ครอบครัวของศาสนาจารย์ดาเนียล นางโซเฟีย แมคกิลวารี และบุตรได้เดินทางมาประกาศศาสนาคริสต์ล้านนา ณ จังหวัดแพร่ ในปี 2437 ( ค.ศ.1894 )

ศาสนาจารย์ ดร.พีเพิลพร้อมคณะ ก่อสร้างสถานพยาบาลขนาดเล็กขึ้น เพื่อใช้ตรวจรักษาโรคแก่ผู้ป่วย โดยไม่คิดค่ารักษาพยาบาล ในขณะเดียวกันได้จัดสร้างโรงเรียนสอนหนังสือสำหรับเด็กชาย-หญิงขึ้น (โรงเรียนเจริญราษฎร์ ) และได้สร้างบ้านพักมิชชันนารี จำนวน  2 หลัง และโบสถ์คริสต์ศาสนาสำหรับนมัสการพระเจ้า

ปี 2484 (ค.ศ.1941) เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นยกพลเข้าประเทศไทย รัฐบาลไทยจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น  และประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกา ทำให้แพทย์ชาวอเมริกันต้องอพยพหนีไปสู่ประเทศพม่า โรงพยาบาลอเมริกันถูกยึดเป็นของรัฐบาลไทย  และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลพหลโยธิน ข้าวของของมิชชั่นนารีถูกยึดและทำลาย ทำให้เอกสารสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินสูญหายไป หลังจากสิ้นสุดสงครามสงบที่ดินของโรงพยาบาล ถูกเรียกคืนเป็นที่ดินของราชพัสดุ

ปี 2532 ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดแพร่ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ในวงเงิน 4,600,000บาทโดยดำเนินการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ราชพัสดุจำนวน 12ไร่ 1งาน 3ตารางวา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนเจริญราษฎร์ (เรือนมิชชั่นนารีหลังที่ 2) บริเวณถนนยันตรกิจโกศล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โดยกรมการศึกษานอกโรงเรียนได้จ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินดังกล่าวแก่โรงเรียนเจริญราษฎร์เป็นวงเงิน 1,500,000 บาท ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวใช้เป็นที่ตั้งของสำนักงาน กศน.จังหวัดแพร่ จนถึงทุกวันนี้

สำหรับเรือนมิชชั่นนารีหลังที่ 2 ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กศน.จังหวัดแพร่ คาดว่า ก่อสร้าง ราวปี 2426 จนถึงปัจจุบันเรือนไม้สักหลังนี้มีอายุถึง 135 ปีแล้ว สภาพทั่วไปของเรือนมิชชั่นนารี เป็นเรือนไม้สักชั้นเดียวใต้ถุนสูง หลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องว่าว ตกแต่งช่องลมประตูด้วยลายฉลุขนมปังขิง ลูกบิดกลอนประตูเป็นเหล็กหล่อจากยุโรป

เรือนไม้สักหลังนี้มีขนาดใหญ่แบ่งได้เป็น 10 ห้อง และมีห้องใต้หลังคาขนาดใหญ่ สันนิฐานว่า เป็นห้องนอนลูกชายมิชชั่นนารี ( หรือเป็นห้องลับสำหรับหนีภัยสงคราม ) ถูกออกแบบให้ห้องใต้หลังคามีหน้าต่างบานสูง ทำให้บ้านเย็นเพราะมีการระบายถ่ายเทอากาศที่ดี

เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างและรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเรือนมิชชั่นนารีแล้ว เชื่อว่า เป็นการนำความรู้ทางสถาปัตยกรรมของชาติตะวันตกมาใช้ออกแบบโครงสร้างอาคาร ให้มีรูปแบบแปลกตา สังเกตได้จากการออกแบบห้องใต้หลังคา รวมทั้งบริเวณพื้นไม้ชั้นล่าง ทำโครงสร้างไม้เป็นรูปกากบาท ช่วยรองรับน้ำหนักทำให้ตัวเรือนมีความมั่นคงแข็งแรงมากกว่าบ้านไม้สักทั่วไปอีกด้วย

นอกจากนี้  หน้าต่าง ประตู รวมทั้งระยะความสูงของเพดานที่ได้สัดส่วนเหมาะสม เพราะผ่านการคิดคำนวณตามหลักสถาปัตยกรรมของชาติตะวันตก และมีการตกแต่งภายในด้วยอุปกรณ์ก่อสรางที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น  หน้าต่างเป็นบานไม้ลูกฟักกระจก  ลูกบิดกลอนประตูเป็นเหล็กหล่อจากยุโรป  มีตะขอปรับระดับความกว้างของหน้าต่างได้  และผนังด้านในกรุไม้สักเป็นผนังสองด้านหนาประมาณ 1 ฟุต เพื่อป้องกันอากาศหนาวเย็น

*กศน.จังหวัดแพร่ อนุรักษ์เรือนมิชชันนารี *

เรือนมิชชันนารีแห่งนีี้ เป็นสินทรัพย์ที่ติดมากับที่ดินราชพัสดุ เมื่อปี 2553 คุณสนิท  กาญจนประดิษฐ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดแพร่  ได้เข้ามารับตำแหน่งผอ.กศน.จังหวัดแพร่ พบว่า ตัวเรือนมิชชันนารีเก่าทรุดโทรมมาก จึงตั้งใจอนุรักษ์เรือนไม้สักโบราณแห่งนี้ ให้กลายเป็นมรดกของแผ่นดินก่อนที่จะสูญหายไป

ในช่วงนั้นมีพ่อค้าไม้มาติดต่อขอซื้อเรือนไม้สักหลังนี้ในราคา  3 ล้านบาท แต่ท่านไม่ยอมขายเพราะต้องการฟื้นฟูเรือนมิชชันนารีให้เป็นเกียรติประวัติของเมืองแพร่ ท่านได้นำแนวคิดนี้ไปพูดคุยกับคณะครูกศน.ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะทุกคนอยากเก็บรักษาเรือนมิชชันนารีเป็น มรดกตกทอดไปถึงลูกหลาน และสมบัติของแผ่นดินเมืองแพร่สืบต่อไป

ผอ.สนิทได้ติดต่อขอสนับสนุนเงินทุนจาก องค์กรปกครองในท้องถิ่น แต่ได้รับการปฎิเสธ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินโดยตรง หากต้องการให้มีการซ่อมแซมเรือนมิชชั่นนารี กศน.จังหวัดแพร่ ต้องทำเรื่องโอนเรือนไม้สักอายุ 135 ปีให้เป็นกรรมสิทธิ์ขององค์กรท้องถิ่นเสียก่อน จึงจะเบิกงบมาซ่อมแซมอาคารได้ เมื่อได้การปฎิเสธจากองค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ ผอ.สนิทก็ไม่หมดกำลังใจ

ผอ.สนิทตัดสินใจทำโครงการผ้าป่าเพื่อนำเงินบริจาคที่ได้มาใช้ซ่อมแซมเรือนมิชชันนารีแทน ปรากฎว่า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทั้งเงินทุนและกำลังใจจากทีมครู กศน. นักศึกษากศน. รวมทั้งภาคเอกชนโดยเฉพาะกลุ่มโรงพิมพ์ต่างๆ และองค์กรต่างประเทศแห่งหนึ่ง ที่ตระหนักถึงคุณค่าของเรือนไม้สักโบราณแห่งนี้ ทำให้สามารถระดมเงินผ้าป่าได้หลายแสนบาทเพียงพอสำหรับใช้ปรับปรุงซ่อมแซมเรือนไม้สักหลังนี้ให้มีสภาพแข็งแรงและสวยงาม

สำนักงาน กศน.จังหวัดแพร่ ได้ว่าจ้างช่างรับเหมามาดีดตัวเรือนไม้สักให้สูงขึ้น  และซ่อมแซมหลังคา เสาเรือนและบันไดที่เก่าผุพัง  นอกจากนี้บนที่ดินของสำนักงาาน กศน. จังหวัดแพร่ได้ปลูกต้นสักอายุกว่า  30 ปีไว้จำนวนหนึ่ง จึงโค่นต้นสักบางส่วนนำมาใช้ซ่อมแซมเสาเรือนและบันไดในเรือนไม้สักแห่งนี้

เมื่อทีมช่างไม้ ได้ขุดลึกลงไปใต้ถุนเรือนไม้สักแห่งนี้ ก็เจออิฐเผาแบบโบราณ ผอ.สนิทจึงนำตัวอย่างอิฐโบราณไปให้ช่างฝีมือในท้องถิ่น ใช้เป็นต้นแบบในการผลิตอิฐเผาแบบโบราณขึ้นมาใหม่  เพื่อนำมาปูพื้นใต้ถุนเรือนใหม่อีกครั้ง  กศน.จังหวัดแพร่ได้ปรับปรุงบริเวณใต้ถุนเรือนไม้สักหลังนี้ เป็นมุมอ่านหนังสือ สำหรับนักศึกษา กศน. และประชาชนทั่วไป

ต่อมาคณะกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ พิจารณาตัดสินให้ “ เรือนมิชชันนารี  (กศน.) ” ได้รับรางวัลชมเชย อาคารอนุรักษ์สถาปัตย์กรรมดีเด่น ประเภทอาคารสถาบัน ประจำปี 2555

หากใครผ่านมาจังหวัดแพร่ อย่าลืมหาโอกาสมาแวะเยี่ยมชม เรือนไม้สักโบราณหลังงามแห่งนี้ เชื่อว่า ผู้มาเยือนเรือนมิชชั่นนารี จะรู้สึกประทับใจกับความสวยงามของเรือนไม้สักโบราณหลังนี้ไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...